|
จัดในวันที่ 10 ต.ค. 52 ณ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.มหาราชนครราชสีมา ผู้เข้าร่วม ผู้เข้าร่วมฝั่งรพ.มหาราช ได้แก่ พี่กุ้ง พี่พิภพ พี่แอ พี่เติ้ล และอีกหลายคน จำชื่อไม่ได้ ผู้เข้าร่วมจากขอนแก่น ได้แก่ พี่ป๋อม พี่แอน(คนขับรถ) พี่กิ้ม พี่่โป่ง พี่เอ๋ และน้องแจ๊ค
เริ่มจากพี่พิภพ พูดถึงประเด็นในการพูดคุยก็คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยเฉพาะเรื่องการเรียนการสอนระหว่างสองสถาบัน
ฝั่ง รพ.มหาราชได้นำเสนอก่อน โดยรพ. มหาราชได้รับมอบหมายให้ดูแลนักศึกษาในโครงการแพทย์ชนบทตั้งแต่แรก แต่ที่มีความแตกต่างกันกับรพ.ขอนแก่นตรงที่รพ.มหาราชรับฝึกนักศึกษาเอง ตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 โดยกลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.มหาราช ได้เขียนและปรับหลักสูตรเองมาโดยตลอดโดยอิงกับหลักสูตรของทางรามาธิบดี และดึงหลักสูตรจากสถาบันต่างๆรวมทั้งราชวิทยาลัยมาใช้ในการปรับปรุง
จุดเด่นของทางกลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.มหาราช ได้แก่
-
มีการพัฒนาความรู้ของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง (ไป Canada 3 คน , เรียน ป.โท)
-
มีวิชาชีพอื่นๆมาช่วยในการเรียนการสอน
-
มีผลงานวิจัยที่เพิ่มขึ้นทุกปีปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
-
ภาควิชาอื่นๆมีส่วนร่วมในการออกชุมชน
จุดปรับปรุง
ประเด็นแลกเปลี่ยน-การดูแลนักศึกษาที่จบช้าหรือมีปัญหาในการเรียน ควรทำอย่างไร
-
ควรมีระบบที่คอยช่วยเหลือนักศึกษาตั้งแต่ปีต้นๆ
-
ต้องเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวัย generation x vs generation y
-
ความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ก็มีผลต่อการเปิดใจของนักศึกษาเมื่อกิดปัญหาขึ้น
-
ระบบอาจารย์ที่ปรึกษาก็มีส่วนสำคัญ แต่ที่ผ่านมาเกิดการมอบหมาย แต่ในการปฏิบัติจริงๆกลับไม่เกิดขึ้น
-
การเปิดโอกาสให้พูดคุยและโทรศัพท์ เป็นช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงอาจารย์เพิ่มขึ้น
-
น่าจะมีการนำ internet มาใช้ในการพูดคุยกับนักศึกษาร่วมด้วย
|
คุณหมอแจ็คคะ
หนูว่า
ส่วนนึงน่าจะมีการให้มีการแสดงความคิดเห็นค่ะอาจารย์
นักศึกษาเป้นผู้เรียน
และอีกอย่าง การเรียนทุกอย่างต้องเกิดจากข้อแรกคือ ฉันทะค่ะอาจารย์
เหมือน กรอกน้ำลงใส่ในขวด ถ้าขวดแคบมาก ต่อให้มีน้ำเยอะแค่ไหนก็ยากที่จะใส่ลงไป
แต่ถ้าปากขวดเปิดกว้าง พร้อมและรักที่จะรับประสบการณ์ที่จะได้เรียนรู้ หนูว่ามันดีมากเลยค่ะ
เรื่องการแสดงความคิดเห็น
ติดอยู่ที่ว่า การกรอกลงในใบประเมิน บางครั้งบางคนก็ไม่รู้จะเขียนอะไร
ไม่มีความกล้าอยากแสดงความคิดเห็น
เพราะอาจเกิดจากไม่กล้าที่จะแสดงค่ะ
ที่อุบล เคยมีนัดกลุ่มกับอาจารย์ที่ปรึกษามาพูดคุย ตอนแรกมีแค่2-3คนพวกหนูก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับอาจารย์ดีเพราะไม่สนิท
แต่พออาจารย์ให้รวมกลุ่มเป็น10 คนก็กล้าที่จะเล่าถึงปัญหาการเรียน
การฝึกงานในwardให้อาจารย์ฟังค่ะ แบบว่า มีพรรคพวกแหะๆ
และที่สำคัญในความคิดหนูคิดว่า นักเรียนแพทย์ ส่วนนึงยังขาดทักษะในการที่จะพูดคุยหรือเรียนรู้กับเพื่อนร่วมทีมงานวิชาชีพ
เพราะงานต้องใช้ทีมเป้นส่วนสำคัญค่ะ
■"การ ทำงานกับบุคลากรปฐมภูมิ บางครั้งจะใช้อำนาจบังคับให้เป็นตามที่เราต้องการไม่ได้ แต่ต้องดูว่าเขาสนใจอะไร ทำอะไรได้ดี ให้เขาทำสิ่งนั้น ค่อยๆปรับ ค่อยๆดึง "
ผมคิดว่าเกือบทุกเรื่องต้องใช้เวลา งานปฐมภูมิยิ่งต้องใช้ความมุ่งมั่น และเวลาเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอนครับ ไม่ใช่วิ่งร้อยเมตร ทำแล้วหยุด ยิ่งทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจแล้ว ตลอดเส้นทางมันเจ็บทั้งนั้นแหละครับอาจารย์
"การจะสร้าง autonomous cup เหมือนที่โคราชทำ สสจ. สปสช. สสอ. รวมทั้งผอ.รพ. ต้องมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน จึงจะเกิดขึ้นได้"
บางครั้งต้องมีการดันทุรังทำจากผู้ปฏิบัติเพื่อให้มันทะลุทะลวงปัญหาบางอย่างไปได้ครับ