คนสาธารณสุขเข้าใจคำว่าหมอ คือแพทย์
ผู้เขียนได้รับทราบข่าวดีจากคุณพลเดช วรฉัตร ว่า ทางวัดไทยกุสินารา ได้มีหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอ"หมอ,พยาบาล" ไปปฏิบัติหน้าที่ ดูแลผู้แสวงบุญที่ประเทศอินเดีย และทางกระทรวงได้เซนอนุมัติโครงการแล้วนั้น โดยประกาศรับสมัคร แพทย์ และพยาบาลให้ไปเป็นอาสาสมัครที่กุสินารา
ผู้เขียนจึงสอบถามพระอาจารย์คมสรณ์ ซึ่งดูแลคลินิกวัดไทยกุสินาราอยู่ ท่านว่าได้ทำเรื่องขอหมอ,พยาบาลไป และได้รับอนุมัติแล้ว แต่เห็นรับสมัคร หมอพยาบาลในโรงพยาบาล แต่ไม่เห็นถึงหมออนามัย จึงให้ผู้เขียนติดต่อผู้ดูแลโครงการ ซึ่งได้คำตอบว่า ทางวัดขอหมอนั้น ทางกระทรวงเข้าใจว่าคงเป็นแพทย์ จึงได้ประกาศรับสมัครที่โรงพยาบาล แต่จะสอบถามผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง ว่าตีความไปถึงหมออนามัยหรือไม่ และจะแจ้งให้ทราบ และอีกอย่างหนึ่ง การที่แพทย์พยาบาลไปรักษาที่ต่างประเทศนั้น ก็มีข้อบังคับหลายเรื่อง แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แค่ดูแลคนเจ็บป่วย ภายใต้แพทย์อินเดีย ก็น่าจะมีปัญหาน้อยกว่า แต่อย่างไรเธอจะส่งข่าวอีกครั้ง
เป็นข่าวดี ที่ยังมีข้อแม้ ถ้าคำว่าหมอ หมายถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้เขียนก็มีสิทธิ์สมัครเป็นอาสาสมัคร และจะได้มีโอกาสไปกุสินาราเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะไปอย่างราชการ ไม่ต้องรอสะสมวันลาอีกต่อไป
หมอ ในความหมายของคนที่ไม่ใช่คนสาธารณสุข ก็ไม่ได้หมายถึงแพทย์อย่างเดียว แต่คนสาธารณสุขเข้าใจคำว่าหมอ คือแพทย์ค่ะ

สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
ชาวบ้านเรียกหมอทุกคนเลยค่ะ คนที่ทำงานในรพ.ทึกคน ก็เป็นหมอหมดเลยค่ะ
พยาบาล เภสัช เจ้าหน้าที่ทุกคนหมอหมดเลยคะ
สวัสดีค่ะคุณ ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
พระอาจารย์ท่านก็เรียกพี่รุ่งว่าคุณหมอ
แต่ทางกระทรวงอาจไม่เข้าใจว่าหมอ ไม่ใช่แพทย์
ถ้าเขาตีความเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย
พี่จะยกมือสมัครไปกุสินาราค่ะ
คุณหมอพอลล่า
ดีแล้ว ที่แจ้งข้อมูลให้กระทรวงตีความเพิ่มเติม
ขอให้โชคดีนะ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ขอบคุณค่ะ
ไม่รู้จะตีความคำว่าหมอไปถึงไหน
แต่ก็บอกเขาไปว่า
เราคงไปดูแลให้คนแสวงบุญอุ่นใจ
ไม่ได้ไปรักษาเพราะการรักษานั้น
ยังต้องมีกฎหมายมาเกี่ยวข้อง
และเขาว่าให้ไปครั้งละ 6 เดือน
ได้ข่าวอย่างไรจะแจ้งให้ทราบค่ะ
ดูแล้วผู้เขียนคงอยากไปมาก กระทรวงคงรับไว้พิจรารณา
แต่ผู้ป่วยที่ไปเจ็บป่วยที่โน่น ไม่ใช้อาการทั่วๆไปค่ะ
ส่วนใหญ่เป็นคนแก่มีโรคประจำตัวมาก แล้วไปมีอาการกำเริบที่นั่น
มีบางรายเสียชีวิต จากภาวะน้ำตาลสูงหรือต่ำ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
คนที่จะดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ ต้องมีความรู้ค่ะ ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น
ถ้าคนไทยไปตายที่โน่นเรื่องใหญ่ค่ะ จะทำเหมือนที่เมืองไทยไม่ได้
เพราะไม่พร้อมทั้ง ยา สถานที่รักษา และที่จะให้เราส่งตัวไปรักษาต่อ
ยังไง ก็ต้องนึกถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลักค่ะ ไม่ใช่นึกถึงแต่ว่าเราก็อยากไปบ้าง......
ถ้าอยากไปมาก ควรไปในฐานะผู้แสวงบุญดีกว่าค่ะ
เพราะทีมที่ไปจะประกอบไปด้วยแพทย์และพยาบาล ยังไงก็ต้องมีหมอที่เป็นแพทยืไป ไม่ใช่หมออนามัยค่ะ
ดูแล้วผู้เขียนคงอยากไปมาก กระทรวงคงรับไว้พิจรารณา
แต่ผู้ป่วยที่ไปเจ็บป่วยที่โน่น ไม่ใช้อาการทั่วๆไปค่ะ
ส่วนใหญ่เป็นคนแก่มีโรคประจำตัวมาก แล้วไปมีอาการกำเริบที่นั่น
มีบางรายเสียชีวิต จากภาวะน้ำตาลสูงหรือต่ำ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
คนที่จะดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ ต้องมีความรู้ค่ะ ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น
ถ้าคนไทยไปตายที่โน่นเรื่องใหญ่ค่ะ จะทำเหมือนที่เมืองไทยไม่ได้
เพราะไม่พร้อมทั้ง ยา สถานที่รักษา และที่จะให้เราส่งตัวไปรักษาต่อ
ยังไง ก็ต้องนึกถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลักค่ะ ไม่ใช่นึกถึงแต่ว่าเราก็อยากไปบ้าง......
ถ้าอยากไปมาก ควรไปในฐานะผู้แสวงบุญดีกว่าค่ะ
เพราะทีมที่ไปจะประกอบไปด้วยแพทย์และพยาบาล ยังไงก็ต้องมีหมอที่เป็นแพทยืไป ไม่ใช่หมออนามัยค่ะ