สวัสดี ลูกศิษย์และชาว blog ทุกท่าน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา นักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาร่วมกับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ผู้สอน ได้จัด Pubic Seminar เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ประชาชน เรื่อง ยุทธศาสตร์ประเทศไทย : เพื่อก้าวไปสู่ Creative Economy
โดยมีคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติมากล่าวเปิดงานและกล่าวปาฐกถา และรศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ กล่าวรายงาน
และช่วงเสวนาได้รับเกียรติจาก ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, ดร.นิรชราภา ทองธรรมชาติ เป็นวิทยากรการสัมมนาและศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดำเนินรายการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
รายละเอียดต่างๆ ผมได้นำมาลงคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า หน้า 5 วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 ซึ่งผมนำมาฝากให้ลูกศิษย์และผู้สนใจได้อ่านครับ
จีระ หงส์ดลารมภ์
ภาพบรรยากาศภายในงาน
3 มุมมอง : เพื่อความสำเร็จของ Creative Economy
สัปดาห์นี้ ผมภูมิใจมากที่นักศึกษาปริญญาเอกนวัตกรรมศาสตร์ซึ่งเรียนเรื่องทุนมนุษย์กับผมที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ได้จัด Pubic Seminar เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ประชาชน
ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับภาครัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ส่งคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มาบรรยาย
เรื่องแรก คือ Idea ต่างๆ เกิดขึ้นเพราะ UNCTAD ได้ออกรายงานขอให้รัฐบาลไทยนำไปปฏิบัติ มี ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นผู้อำนวยการของ UNCTAD
กระทรวงพาณิชย์โดยคุณอลงกรณ์และกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็นำมาสานต่อ โดยนายกฯอภิสิทธิ์สนับสนุนด้วย จึงเกิดพลัง มีสำนักงานเลขาธิการถาวรขึ้นมารองรับ
สิ่งแรกที่จะขอก็คือ
ความจริงเรื่องทุนมนุษย์น่าจะมาก่อน เพราะถ้าคนไทยคิดเป็น วิเคราะห์เป็น สร้างสรรค์ คิดเป็นวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อความยั่งยืน คิดเพื่อส่วนรวม Creative Economy ก็เกิดได้เอง
จึงอยากฝากให้ทุกคนเอาจริงกับการสร้างทุนมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ปัญหาของทุนมนุษย์ของเราก็คือ เข้ากับดักความไม่มีประสิทธิภาพ High Volume แต่ Low value Creative Economy ไม่ชนะถ้าคนไทยไม่มีความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ไม่คิดเป็นวิทยาศาสตร์ชอบลอก Copy แต่ไม่มี C à U à V
C = Copy การลอก
U = Understanding ความเข้าใจ
V = Value Added มูลค่าเพิ่ม
ปัญหาอีกเรื่องคือ บรรยากาศในการสร้างทุนมนุษย์ในองค์กรไม่เอื้ออำนวยเพราะผู้ใหญ่บางคนไม่กระตุ้นให้ผู้น้อยเกิดปัญญา สกัดกั้นความคิดใหม่ๆที่จะนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม
แรงจูงใจทั้ง Inspiration และ Motivation ยังไม่เกิดบางครั้งเกิดแรงจูงใจทางลบ เช่นองค์กรชอบสนับสนุนคนเสียเงิน เพื่อซื้อตำแหน่งหรือชอบคนประเภท yes ลูกเดียว ผมจึงฝากคุณอลงกรณ์เรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าไม่มีทุนมนุษย์ Creative Economy ของรัฐบาลก็มีโอกาสล้มเหลวแน่นอน
ผมคิดว่ามีอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ คนที่สนใจความคิดสร้างสรรค์จะชอบบรรยากาศการทำงานที่ทำให้เขามีความสุขและมี Passion เช่น ในต่างประเทศ ความมั่งคั่งที่เกิดในทางเศรษฐกิจมาเพราะคนที่มีคนที่มีคุณภาพไปรวมตัวที่เมืองเหล่านี้ เช่น ในอเมริกามี
ผมจึงขอเสนอให้ผู้สนใจอ่านหนังสือที่น่าสนใจชื่อว่า Who’s your City? โดย Richard Florida เน้นสิ่งที่ผมพูดไว้ ขอขอบคุณคุณเสกสัณห์ เสาวภาคย์พงศ์ ทางร้านคิโนะคุนิยะที่มีหนังสือดีมาให้อ่าน
ถ้าจะมีความสำเร็จในเรื่อง Creative Economy ในประเทศไทย ต้องมีวางแผนร่วมกับรัฐบาล เอกชนและนักวิจัย ช่วยสร้าง Cluster ที่อยู่อาศัยให้คนไทยที่สนใจบรรยากาศสร้างสรรค์รวมตัวกัน ใช้ชีวิตแบ่งปันความรู้กัน
มาดูเมืองไทย ควรจะกำหนดโซนหรือ Cluster เพื่อรองรับคนไทยที่สนใจ Creative Economy ที่กำหนดเมืองที่จะอยู่ในความเห็นอาจเป็นดังต่อไปนี้
เช่น โซนแรก กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง อาจจะรวมไปถึงอยุธยา โซนนี้น่าจะมอบให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ดูแลเป็นพิเศษ เขต 50 เขตในกรุงเทพฯ ต้องแข่งกันกันว่าเขตไหนมีบรรยากาศสร้าง Creative Economy ได้ดีที่สุด ต้องแยกแยะมา เช่น แถว ๆ จุฬาฯ,ธรรมศาสตร์,เกษตรศาสตร์หรือมหิดล น่าจะมีบรรยากาศดีกว่าแถวๆหนองจอก เป็นต้น
ความเห็นของผม Creative Economy กับภูมิศาสตร์ต้องไปด้วยกัน จึงอยากขอร้องให้คุณอลงกรณ์ช่วยสนับสนุนให้กลุ่มนักวิจัยที่ดูแลเรื่อง Creative Economy กับเมืองที่น่าอยู่ เพื่อสร้างมนุษย์พันธ์ใหม่ๆโดยมีกลุ่มนักวิจัยประกอบไปด้วย
จึงขอฝากแนวคิดไว้ จะได้มอง Creative Economy ให้สมบูรณ์มากขึ้น
แวะมาอ่านครับ
จริง ๆ ก็ตามเรื่อง Creative Econom อยู่บ้าง
จริง ๆ เรื่องนี้ต้ังเค้ามาจากรัฐบาลก่อน จำไม่ผิดน่าจะเริ่มต้นจาก อ.พันศักดิ์ วิญรัตน์ หากเพียงยังมิได้เรียกโก้ ๆ อย่างนี้
ผมฟังคุณณรงค์ชัย พูดว่าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดย OKMD ที่ท่านเป็นประธานอยู่
ผ่านมาพักใหญ่ ก็ยังมิเห็นขับเคลื่อนอะไรที่เป็นรูปธรรมออกมา
รัฐบาลก็พยายามจะผลักดันเต็มที่ จึงให้กำลังใจเต็มที่ ทั้งที่ีรู้ที่จริงแล้ว มันจะไปได้แค่ไหน...
ขอบคุณครับ