การเรียนการสอนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างภาษาท้องถิ่นหรือภาษาแม่


                  จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ประชุมได้รับทราบการรายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยในโรงเรียนแนวชายแดนและพื้นที่พิเศษ ที่นำภาษาท้องถิ่นมาร่วมจัดการเรียนรู้ หรือโครงการทวิภาษา ในโรงเรียนตามแนวชายแดน 30 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้มีการนำร่องไปแล้วในนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาใน จ.กาญจนบุรี และ จ.เชียงราย พบว่าเด็กมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น เพราะสามารถสื่อสารเข้าใจกับครูได้เป็นอย่างดี    สาเหตุที่จัดโครงการนี้ เนื่องจากผลการสำรวจในโรงเรียนตามแนวชายแดน 9 จังหวัด พบว่าจากโรงเรียน 880 แห่ง มีนักเรียนใช้ภาษาถิ่นถึงร้อยละ 50 เช่น ภาษามลายู กะเหรี่ยง มอญ ฯลฯ แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ หรือ NT ในวิชาภาษาไทยต่ำมาก อีกทั้งงานวิจัยของธนาคารโลกยังพบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตกต่ำมากกว่ากลุ่มอื่นๆ คือ เด็กที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะไม่ได้พูดภาษาไทยเป็นภาษาหลัก และมาจากครอบครัวที่ยากจน อย่างไรก็ตาม เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตามแนวชายแดน แต่มีการย้ายถิ่นฐานกระจายอยู่ทุกพื้นที่ดังนั้นจะมีการขยายผลให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่

          ดังนั้นการเรียนการสอนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างภาษาท้องถิ่นหรือภาษาแม่  ซึ่งทำให้เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ยาก  ย่อมส่งผลถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยที่สูงขึ้นได้ เช่นเดียวกันกับโรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีการจัดการเรียนการสอนตามโครงการสอนแบบสองภาษาที่มีทั้งภาษามือไทยและภาษาไทยโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล  วิทยาลัยราชสุดากับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ  ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะทางการสื่อสารด้วยภาษามือและภาษาไทยสูงขึ้น

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11461 มติชนรายวัน