สปสช. เชิญผมไปพูดเรื่อง “การสร้างบุคลากรเพื่อองค์กรสาธารณะ”   เมื่อวันที่ ๒๓ ก.ย. ๕๒   ซึ่งมี Narrated Ppt ฟังได้ที่นี่

 
          ผมกลับมา AAR ที่บ้าน ว่าผมพูดได้ไม่ดีนัก   อาจเพราะจะต้องรีบให้เสร็จเวลา ๑๑.๓๐ น.   ผมโยงประเด็นเข้าสู่งานใน สปสช. ได้ไม่ดี   โดยเฉพาะไม่ได้โยงเรื่องกิเลส (โลภะ โทสะ โมหะ) เข้าสู่สภาพการทำงานจริงๆ ชีวิตจริง   ไม่ได้ยกเรื่องจริงขึ้นมา ลปรร. 


          ผมเคยทำงาน สกว. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีเงิน   โชคดีที่ผมติดนิสัยไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการทำงาน   ไม่ว่าในตำแหน่งใด   จึงทำให้ผมพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานตรงๆ    ว่าทุกคนใน สกว. ต้องถือว่าเรามีหน้าที่เอาเงินภาษีอากรของประชาชนมาสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ   ต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์นี้สูงสุดแก่บ้านเมือง    ต้องไม่ใช้เงินประโยชน์ส่วนตน  เช่น เพื่อเพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว    หรือเพื่อประโยชน์ต่างตอบแทน


          ตอนนั้น มีคนมานินทาบางหน่วยงาน ที่มีเงินวิจัย   เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลการใช้เงิน คุยกับนักวิจัยว่า    เงินค่าใช้จ่ายส่วนที่ใช้ไปดูงานต่างประเทศนั้น ต้องให้เขาไปด้วย   หรือบางกรณีเจ้าหน้าที่มีเงื่อนไขว่า ต้องใช้เงินวิจัยซื้อคอมพิวเตอร์ให้เขาใช้  


          เรื่องแบบนี้ ผมป้องกันด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นที่ สกว.


          สปสช. มีเงินมากกว่า สกว. เป็นร้อยเท่า    จึงเสี่ยงต่อการที่บุคลากรจะเผลอในเรื่องผลประโยชน์ โดยไม่รู้ตัว   หรือโดยรู้ตัว    เพราะในยุคนี้การยึดถือคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทยกร่อนไปมาก 


          ประเด็นนี้ เป็นประเด็นเชิงอุปสรรคของการพัฒนาคน   โดยมีกิเลสมาบดบัง   บดบังทั้งโอกาสพัฒนาความรู้ พัฒนาทักษะเพื่อการทำงาน พัฒนาทักษะเพื่อการเรียนรู้    และบดบังโอกาสในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาจิตใจของตนเอง ให้ลดกิเลสตัณหาลงไป

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ย.๕๒