ความแตกต่างที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากแผนเดิม

ตามที่ รมว.ศธ.ได้มอบนโยบายให้สภาการศึกษาได้ไปดำเนินการปรับทิศทางของแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งฉบับปัจจุบันได้ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕-๒๕๕๙ รวมทั้งสิ้น ๑๕ ปี มาถึงเวลานี้ถือว่าเป็นเวลาครึ่งหนึ่งของแผน เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐,  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕,  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๔)     นอกจากนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษารอบสอง รวมทั้งนโยบายรัฐบาลด้วย ดังนั้นจึงนำมาซึ่งต้องมีการปรับแผนการศึกษาแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ปรัชญาหลักๆ ของแผนการศึกษาแห่งชาติยังคงเดิม เช่น ยังคงยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง หรือกรอบของการบูรณาการร่วมกันในเรื่องของการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และเรื่องอื่นๆ ส่วนความแตกต่างที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากแผนเดิมมีหลายประเด็นที่มุ่งเน้น เช่น

  • การพัฒนาคน จะเน้นการพัฒนาให้เป็นคนเก่ง ดี มีความสุข มีความภูมิใจในความเป็นไทย รวมทั้งมีความศรัทธาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยฯ รังเกียจการทุจริต ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
  • การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา  จะมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาครู เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา
  • การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งคุณธรรมจริยธรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • การพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ภาคอุตสาหกรรมบริการ ภาคเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ โดยมีการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
  • การมีส่วนร่วม ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันศาสนา สถาบันครอบครัว เป็นต้น
  • การเตรียมประเทศไทยให้เดินหน้าไปสู่ความพร้อมในการสร้างประชาคมอาเซียน โดยอย่างน้อยที่สุดที่จะต้องทำในเวลานี้คือ ควรจะต้องมีการเร่งรัดกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษาในระดับต่างๆ ซึ่งในขณะนี้ระดับอุดมศึกษาได้จัดทำและประกาศใช้แล้วคือ TQF และต้องไปเน้นระดับอาชีวศึกษาต่อไปด้วย ขณะเดียวกันต้องมีการผลักดันให้กลุ่มประเทศอาเซียนมี TQF กลางเกิดขึ้นด้วย