แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด ที่สำคัญยังซ้ำซ้อนกับสถาบันเดิมที่เขามีอยู่

การที่รัฐบาลจะดำเนินการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษานั้น  ขณะนี้มีความเห็นต่างและหนุนการตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เกิดขึ้นในแวดวงการศึกษาอย่างชัดเจน   ฝ่ายหนุนมีนายกรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ และ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะมองว่าเป็นหน่วยงานระดับชาติ ในกำกับของรัฐทำหน้าที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมการผลิตและพัฒนาวิชาชีพครู ประกันและรับรองคุณภาพและมาตรฐานสถาบันและพัฒนาครู พัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้

ส่วนฝ่ายที่เห็นต่าง ประกอบด้วย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย   คุรุสภา สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่ผลิตและพัฒนาครู เหตุผลคือ หากมีการจัดตั้งขึ้นมาจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่

การที่พยายามจะจัดตั้งนั้นเป็นผลเนื่องมาจากปัญหาการศึกษาไทยคือครูไม่มีคุณภาพ จึงพยายามจัดตั้งสถาบันขึ้นมาพัฒนาครู แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด ที่สำคัญยังซ้ำซ้อนกับสถาบันเดิมที่เขามีอยู่ การแก้ปัญหาที่ถูกต้องนั้น ต้องหาคนเก่งมาเป็นครูให้ได้ และพัฒนาครูที่มีอยู่ให้มีคุณภาพ สนับสนุนสื่อเครื่องมือ อุปกรณ์ในการเรียนการสอน ให้นำหลักสูตรที่มีอยู่ไปใช้จัดการเรียนการสอนให้ได้คุณภาพ ต่างหากคือสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่มาตั้งสถาบันใหม่ขึ้นมาอย่างที่พยายามจะทำกันอยู่ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณแล้วยังจะซ้ำซ้อนกับที่มีอยู่แล้ว

 รัฐบาลควรจะฟื้นโครงการคุรุทายาท หรือ โครงการผลิตครู 5 ปี ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว และเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่ครูให้เป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีสภาวิชาชีพรองรับเหมือน กับแพทย์ วิศวกร พยาบาล และวิชาชีพอื่นๆ เพื่อดึงคนที่เก่งๆ มาเป็นครู ให้สถาบันการศึกษาที่ผลิตครูที่มีอยู่เปิดหลักสูตรเร่งรัด ดึงบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสาขาที่ขาดแคลนไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ มาเรียนครูอีก 1 ปี จบแล้วไปเป็นครูได้ พร้อมกับหาตำแหน่งงานรองรับเป็นหลักประกันว่าเรียนจบแล้วมีงานทำและมีค่าตอบ แทนเลี้ยงตัวได้อย่างภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่าอาชีพอื่นๆ หากรัฐบาลทำแบบนี้เชื่อว่าไม่เกิน 5-10 ปี จะสามารถหาครูที่ขาดแคลนในแต่ละสาขาวิชาต่างๆ ได้

หากเช่นนี้ น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะสามารถดึงคนเก่งมาเป็นครู พัฒนาหลักสูตรผลิตครู 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ เช่น ให้คุรุสภาเพิ่มความเข้มข้นในการออกใบประกาศวิชาชีพครู และต้องมีการประเมินคุณภาพครูที่มีใบประกอบวิชาชีพทุกปี น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง มากกว่าการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิมที่มีอยู่ และที่สำคัญยังสิ้นเปลืองงบประมาณอีกต่างหาก