เงินเดือนไม่กี่หมื่นบาท ยังกล้าลงทุนในการสอน (ตามที่แจ้งมาในเอกสาร) ได้ถึงเดือนละเป็นแสน ที่ไม่น่าจะมีงบจาก สพท. หรือ ของโรงเรียน สนับสนุนได้

หลังจากการตรวจงานของครูที่ขอตำแหน่ง “อาจารย์ ๓” หรือ “ครูชำนาญการพิเศษ” มากว่า ๒ ปี ทำให้ผมต้องพยายามทำความเข้าใจ และวิเคราะห์กรอบภารกิจ  ความรู้ ความสามารถ และพัฒนาการของ “ครู” ว่าควรจะเป็นอย่างไร

ผมพบว่ามีประเด็นสำคัญบางประการที่น่าจะนำมาแลกเปลี่ยน ณ ที่นี่

ผมจะขอพูดถึงเฉพาะครูที่มีความ “ชำนาญการ” และ “ชำนาญการพิเศษ”

และขอข้ามประเด็นของ “ผู้ทำหน้าที่สอน” แบบธรรมดาๆ ยังไม่แสดงตัวแม้แต่จะเป็น“ครู” ธรรมดาๆ ที่ยังไม่ “ชำนาญการ” ใดๆ (และแน่นอน ไม่มีอะไรที่ “พิเศษ”) แต่อยากได้ตำแหน่ง “ชำนาญการ” และ “ชำนาญการพิเศษ” และ “เงินเพิ่ม”

ในการประเมิน ผมพบว่า “ครู” จะส่ง

  • แผนการสอน
  • เอกสารประกอบการสอน
  • รายงานผลการปฏิบัติงาน และ
  • สรุปผลการปฏิบัติงาน (วฐ ๒/๑)

ที่ทำให้ผมพอจะมองออกว่า ลักษณะของกรอบการปฏิบัติงานเป็นเช่นใด

โดยเฉพาะ

  • แผนการสอน และเอกสารประกอบการสอน ที่มีการปูฐานทางความรู้ และความคิดทางวิชาการที่แน่นหนามาก มากจนผมไม่แน่ใจว่า ครูประถมและมัธยมคนหนึ่ง จะต้องรู้ เข้าใจ ถึงปัญหา แผนงาน และขั้นตอนการทำงานพัฒนาการศึกษาของชาติ ถึงขนาดนั้น โดยเฉพาะ เอกสารทางวิชาการด้านการศึกษา ที่ผมอ่านแล้วได้ความรู้ด้านเทคนิค “การสอน” และการสร้างเอกสารประกอบการสอน อย่างมากมาย ตั้งแต่
    • วิสัยทัศน์ทางการศึกษาทุกระดับ
    • การค้นคว้าจากห้องสมุด  ได้แก่ วารสาร งานวิจัย
    • หลักสูตร เป้าประสงค์ทุกระดับ ทุกประเภท
    • เทคนิคการสอนแบบต่างๆ กับนักเรียนแบบต่างๆ
    • ความรู้ที่ใช้ในการสอน ก็คิดค้นมาเอง สร้างมาด้วยความสามารถของตนเอง ไม่ลอกใครมาเลยแม้แต่น้อย
    • การเตรียมเอกสารประกอบการสอนแบบต่างๆ ลงลึกไปจนถึง ขนาดตัวหนังสือ สีกระดาษ รูปประกอบ จำนวนหน้า ที่เหมาะสม
    • การลงทุนทำงาน แบบทุ่มเทจริงๆ แม้โรงเรียนชั้นประถมที่ตัวเองสอนจะมีคอมพิวเตอร์เก่าๆ อยู่สองสามเครื่อง ก็ยังอุตส่าห์พัฒนาการสอนแบบใช้แผ่นซีดี หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
    • โรงเรียนห่างไกลที่มีงบประมาณน้อยนิด ก็ยังสามารถลงทุนผลิตบทเรียนสำเร็จรูปที่สวยงาม ชุดหนึ่งไม่ต่ำกว่าสองสามพันบาท ให้นักเรียนแต่ละคนได้เรียน ที่ถ้ามีนักเรียนชั้นละ ๒๐ คน ก็คงต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นบาทต่อเสี้ยวของวิชาที่ตัวเองสอน ๑๒ ถึง ๒๐ ชั่วโมง ที่น่าจะนับได้ว่า เสียสละแบบสุดๆจริงๆ (คาดว่าจะใช้เงินเดือนส่วนตัวทั้งหมดทุกเดือน ในการเตรียมเอกสารประกอบการสอนให้กับนักเรียนทุกคน ทุกปี)
  • การประเมิน ที่ครอบคลุม ทั้งด้านความพึงพอใจ ความสนใจ ความเข้าใจ และผลคะแนน

    • รวมถึงการวัดความรู้ทั้งก่อนและหลังเรียน
    • การวิเคราะห์ผลทางสถิติ ที่ผมพยายามอ่านอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ที่แสดงว่า ครูประถม/มัธยมเหล่านั้น มีความรู้ทางวิชาสถิติมากกว่าผม ผมไม่สามารถประเมินเขาได้ ก็เลยต้องข้ามประเด็นนี้ไป ดูแต่ผลสรุปเพียงอย่างเดียว
    • การอภิปรายผล สรุปการเรียนรู้ของทั้งครู และนักเรียน
  • และ เอกสารสรุปผลการปฏิบัติงานแบบรอบด้าน ในโรงเรียน  (วฐ ๒/๑) ที่อธิบายถึง การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม การประกวด การแข่งขัน ที่ได้รับรางวัลมากมาย แบบน่าทึ่งจริงๆ

    • มากเกินกว่าที่ผมจะมองครูเหล่านี้จะเป็น “คนธรรมดา” หรือ “ครูธรรมดาๆ”
    • จึงสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็น “ครูชำนาญการพิเศษ” อย่างสมศักดิ์ศรี จริงๆ

จากบทเรียนดังกล่าว ทำให้ผมมาจินตนาการว่า ครูชำนาญการพิเศษ เหล่านี้น่าจะช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนาไปได้แน่นอน

เพราะ เขาทำทุกอย่างที่แสดงว่า เป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ของนักเรียนอย่างเยี่ยมยอด หาใครเสมอเหมือนได้ยาก

ไม่ว่าเด็กจะเรียน “แย่” หรือมีปัญหาทางครอบครัว หรือมีปัญหาส่วนตัวอย่างไร ครูเหล่านี้ก็สามารถสอนให้เด็กได้คะแนนผลการเรียน เกิน ๘๐ % ขึ้นไปทุกคน ที่ผมยอมรับจริงๆ ว่าผมยังทำไม่ได้

นักศึกษาที่ผมสอนส่วนใหญ่จะได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ ๗๐ % ที่ผมยอมรับด้วยดุษฎี ว่า มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งมีผลการเรียนกับผมต่ำว่า ๗๐% และมีได้เกิน ๘๐ % ไม่เกิน หนึ่งในห้าของห้อง ที่ผมยินดีให้เกรด A ด้วยความเต็มใจ

แต่ครูเหล่านี้ทั้งหมดทุกคนที่ขอตำแหน่งมา ทั้งที่ผ่านการประเมินและไม่ผ่านการประเมิน สามารถสอนนักเรียนแต่ละคนได้คะแนนการเรียนเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ได้แบบยกชั้น ถ้าไม่ยกย่องกันตอนนี้แล้วจะไปรอตอนไหน

ผมจึงขอคารวะ ยกย่อง และยินดีให้ท่านเหล่านั้นผ่านไปรับเงินเดือน ผลตอบแทนที่สูงขึ้นไป

และหวังว่าเงินตอบแทนที่ท่าได้รับเพิ่มจะช่วยลดภาระการเตรียมเอกสารประกอบการสอนของท่านให้กับนักเรียน ได้บ้าง บางส่วนก็ยังดี

ยังไงก็ช่วยประหยัดกันหน่อย อย่าใช้เกินเดือนละห้าหมื่นบาทนะครับ จะทำให้ท่านติดหนี้มากขึ้นไปอีก

ห้าหมื่นบาทนี่ผมประเมินขั้นต่ำมากๆ จากภาระงานของท่านที่แจ้งมาในเอกสาร และแผนการสอน

 และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • เอกสารประกอบการสอน เช่นบทเรียนสำเร็จรูป ใช้ได้ครั้งเดียว แล้วทิ้งเลย ชั่วโมงละ ๕๐ บาทต่อคน นักเรียน เฉลี่ย ๒๐ คนต่อห้อง สอน ยี่สิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวม ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน
  • อย่างอื่นที่เสนอมา ว่าใช้สอนนักเรียนไปแล้ว ผมอยากจะคิดต้นทุนตามที่ท่านบอกตามท่าน แต่ไม่กล้าคิด เพราะคิดทีไร ก็ทำให้รู้สึกสงสารท่านเหล่านั้นจริงๆ

ถึงว่า ครูส่วนใหญ่ที่ว่าเป็นหนี้กันมาก คงมาจากความทุ่มเทในการเป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ให้กับนักเรียนนี่เอง

เงินเดือนไม่กี่หมื่นบาท ยังกล้าลงทุนในการสอน (ตามที่แจ้งมาในเอกสาร) ได้ถึงเดือนละเป็นแสน (ที่ไม่น่าจะมีงบจาก สพท. หรือ ของโรงเรียน สนับสนุนท่านได้)

ไม่ยกย่องวันนี้ และรีบให้ตำแหน่งกันวันนี้ จะรอไปยกย่องกันวันไหนครับ

จริงไหมครับ