เราจะมีพิพิธภัณฑ์ไว้ทำไมถ้าไม่คิดจะใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า

พิพิธภัณฑสถาน เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าศตวรรษที่ผ่านมานี้เอง  (ถ้าเทียบกับชาติตะวันตกที่เป็นผู้ปูรากฐานงานพิพิธภัณฑฯมานานกว่าพันปี ) เราจัดให้มีพิพิธภัณฑสถานตามแบบ museum ของฝรั่ง และเรียกทับศัพท์ว่า มิวเซียม แต่ชาวบ้านชาวเมืองที่ไม่รู้ศัพท์ก็เรียกเพี้ยนไปเป็น โรงปะเซียม หรืออื่น ๆ ที่ใกล้เคียง  แต่ก็พอจะรู้คร่าว ๆว่า มันเป็นที่จัดแสดงของที่น่าดูน่าชม

  

พิพิธภัณฑ์ไทยในระยะแรกได้ถอดแบบมิวเซียมแบบฝรั่ง  รวมถึงจ้างฝรั่งเข้ามาจัดการ ต่อมาจึงค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามรสนิยมแบบไทย มีขุนนางหรือข้าราชการไทย เป็นผู้กำกับดูแล แต่ก็ดูจะเป็นการจัดการแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะขาดงบประมาณดูแล และสิ่งของจัดแสดงก็เป็นของหยิบยืมมาจากเจ้านายหรือ ขุนนาง เมื่อเจ้าของขอคืนก็ต้องคืนไป  เมื่อจะมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือน ก็สั่งการให้หาของมาตั้งแสดงเป็นคราว ๆไป   ความคิดจะปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามแบบยุโรปมีมาแล้วตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อทรงสั่งการให้ขุนนางที่ตามเสด็จพระเจ้าลูกเธอฯไปทรงศึกษาต่อในทวีปยุโรปไปศึกษาดูงานพิพิธภัณฑฯต่าง ๆ เพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงโรงพิพิธภัณฑ์ในพระนคร  แต่น่าเสียดายที่แนวทางดังกล่าวมิได้เกิดขึ้น เนื่องมาจากปัญหาส่วนตัวของผู้เสนอแนวทางเอง  และเป็นช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่อยู่ในสภาวะปกติ  จวบจนสิ้นรัชกาล