วัดพระแก้ววังหน้า

วัดพระแก้ววังหน้า หรือวัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นวัดที่กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ พระมหาอุปราชในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๙ ปัจจุบันวัดพระแก้ววังหน้าอยู่ในบริเวณวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และทางซ้ายของโรงละครแห่งชาติ มูลเหตุที่เรียกว่าวัดพระแก้ววังหน้านั้นเรียกตามอย่างวัดพระแก้ววังหลวง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกตนั่นเอง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงชี้แจงเหตุที่กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ทรงสร้างวัดนี้ไว้ว่า สาเหตุที่จะทรงสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาส เล่ากันมาเป็นหลายอย่าง แต่ไม่ยุติว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่ยุติว่าจะเป็นความจริงได้แน่ กล่าวกันว่าทรงสร้างแก้บนครั้งเสด็จยกกองทัพไปปราบขบถเวียงจันทร์ เล่ากันอีกอย่างหนึ่งว่า แต่เดิมจะทรงสร้างเป็นยอดปราสาท จนปรุงตัวไม้แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบ มีรับสั่งให้ไปห้ามว่า ในพระราชวังไม่มีธรรมเนียมที่จะมีปราสาท กล่าวกันว่าเป็นเหตุให้กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์น้อยพระทัยจึงโปรดให้แก้เป็นหลังคาจัตุรมุข อย่างเช่นปรากฏอยู่ทุกวันนี้อนึ่ง ตามหลักฐานที่ปรากฏในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๑๓ กล่าวว่า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ทรงสร้างพระพุทธรูปยืนขนาด ๖ ศอก องค์หนึ่งสำหรับประดิษฐานในพระอุโบสถ ซึ่งปรากฏอยู่จนทุกวันนี้


เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ สวรรคตใน พ.ศ. ๒๓๗๕ แล้ววังหน้าว่างอยู่เป็นเวลานานถึง ๑๘ ปี ในรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระปวเรนทราเมศ มหิศเรศรังสรรค์พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาประทับที่พระบวรราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริ จะให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงส์ไปประดิษฐานเป็นประธานในอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส จึงทรงโปรดเกล้าฯให้ก่อฐานชุกชีที่จะตั้งบุษบกกลางพระอุโบสถ และเขียนตำนานเรื่องพระพุทธสิหิงส์กับพระประวัติพระพุทธเจ้า ๒๘ ภาพไว้ที่ฝาผนังเป็นจิตรกรรมที่มีความงดงามมาก แต่ยังไม่ทันเสร็จพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวก็สวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทำต่อจนสำเร็จสมบรูณ์ สมเด็จกรมพระยานริศฯตรัสว่าเจ้าฟ้าอิศราพงศ์เป็นแม่กองจัดช่างฝีมือดีเข้าเขียน มีฝีมือพระอาจารย์แดงวักหงส์เขียนภาพชนช้างไว้ห้องหนึ่ง อีกภาพหนึ่งเป็นฝีมือนายมั่นเขียนภาพการทิ้งลูกกัลปพฤกษ์ จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้า นับเป็นแหล่งชุมนุมภาพจิตรกรรมไทยที่สำคัญแห่งหนึ่งที่มีค่าควรแก่การชม เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งวิชาการสำหรับศึกษา ลักษณะจิตรกรรมไทย ที่มีทั้งเก่าและใหม่แล้วยังให้ความรู้เกี่ยวกับฝีมือช่างโบราณในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่านักเรียนช่างศิลปะของกรมศิลปากรใช้เป็นบทเรียนในการฝึกหัดเขียนภาพไทย มีการคัดลอกภาพที่งามๆ ไว้ศึกษาแบบแผนศิลปะไทยแขนงนี้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ภาพจิตรกรรมเหล่านี้ยังเป็นหลักฐานสำคัญยิ่งในการศึกษาและค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมของประเทศในภาคพื้นเอเซียอาคเนย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวรรณคดี ศาสนา และนาฏยศาสตร์ กล่าวคือ ฝาผนังส่วนบนทุกด้านเป็นภาพพุทธประวัติ ที่บานประตูหน้าต่างและฝาผนังที่อยู่ในแนวเดียวกันกับประตู จิตรกรได้วาดภาพที่มีเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมาย เช่น ตำนานพุทธสิหิงส์ ตำนานนิทานไทยโบราณ ประวัติพระคเณศและช้างอัษฎทิศ ภาพจากวรรณคดีเรื่อง อุณรุฑ รามเกียรติ์ นารายณ์สิบปาง ตลอดจนภาพเทพเจ้า และอมนุษย์ของอินเดียทั้งที่ปรากฏในคัมภีร์มหาภารตะและนิยายปุราณะต่างๆ ที่บานหน้าต่างด้านใต้เป็นภาพให้ความรู้เกี่ยวกับนาฏศิลป์คือ ภาพตำนานการฟ้อนรำซึ่งนายช่างได้เขียนเป็นภาพพระศิวะกำลังเหยียบอสูรที่มีชื่อว่า มุยะละคำ เป็นภาพที่เลียนแบบมาจากเทวรูปปางนาฏราชอันลือชื่อของอินเดียใต้ ส่วนจิตรกรรมที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีของเจ้านายไทย ได้แก่ ภาพพระราชพิธีโสกัณต์ และภาพการละเล่นของไทย เช่น กระอั้วแทงควาย แทงวิไสย ไต่ลวด ญวนหกรำหางนกยูง และภาพละครรำ ภาพเหล่านี้ปรากฏอยู่ทางด้านเหนือและด้านใต้ของพระอุโบสถกล่าวได้ว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดพระแก้ววังหน้า เป็นภาพจิตรกรรมที่มีอายุยาวมาไม่น้อยกว่า ๑๔๐ ปีเศษ และสถานที่นี้เป็นแหล่งรวมภาพจิตรกรรมหลายแบบ และรวมเรื่องต่างๆ หลายรส เป็นสถานที่ให้ความรู้ ควมศรัทธา และสุนทรียภาพแก่ผู้ที่มีโอกาสได้เข้าชมในคราวเดียวกัน



ที่มา.............หนังสืออนุสรณ์วิทยาลยนาฏศิลป ๕๑
.............ว่าที่ร้อยตรี จตุพร ภักดี พิมพ์
โบราณสถานอีกแห่งที่คนรุ่นหลังควรศึกษา