เราต้องเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนะคติของชาวบ้านหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของเราให้มีความเข้าใจที่ถุกต้อง

พูดถึงความเชื่อที่ผิดๆของชาวบ้าน มีอยู่มากมาย  ถ้าเราต้องการให้ประเทศของเรามีการพัฒนาให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ เราต้องเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนะคติของชาวบ้านหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของเราให้มีความเข้าใจที่ถุกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัย การรักษาการป้องกันโรค เช่น

1. เป็นไข้ห้ามอาบน้ำห้ามสระผม  เอาทฤษฎีที่ไหนมาอ้างครับ เป็นไข้ห้ามอาบน้ำห้ามสระผมนี่ เห็นแนะนำกันจัง บางคนไม่อาบสามวันเนื้อตัวเหม็นสาปสกปรก ไข้มันจะหายเหรอครับ โดยเฉพาะเด็กนี่ บางทีอาเจียนเลอะเทอะ เช็ดตัวไม่พอหรอกครับ ต้องอาบน้ำฟอกสบู่ สระผมให้สะอาด เชื้อโรคที่เกาะอยู่ตามเส้นผม เนื้อตัวจะได้หมดไป  เดี๋ยวเถียงอีกว่าน้ำเย็นกลัวเด็กช๊อค กลัวน้ำเย็นก็อาบน้ำอุ่นซิครับ ต้องสอนไหมว่าเตรียมน้ำอุ่นทำไง

2. เป็นไข้ห้ามโดนลม  เห็นด้วยถ้าเป็นลมนอกบ้านหน้าฝนหน้าหนาวที่มักจะพาความชื้น น้ำค้างมาใส่เรา แต่พัดลมในบ้านไม่ห้ามครับ ดีเสียอีกอากาศจะได้ถ่ายเท พัดพาเอาอากาศบริสุทธิ์มาให้ โดยเฉพาะบ้านเรา อากาศมันร้อนตับจะแตก สงสารมากอยู่กันได้ยังไงร้อนๆ  บางคนบอกโดนลมแล้วเด็กไอ  ไม่มีหรอกครับคิดกันไปเองแท้ๆ  บางบ้านติดแอร์ก็ไม่ต้องกลัว เปิดไปเถอะครับ อุณภูมิพอเหมาะ ร่างกายก็สามารถฟื้นตัวได้เร็ว

3. มีประจำเดือนห้ามฉีดยา นี่ไม่เฉพาะชาวบ้าน เป็นกันหมดไม่ว่ารุ่นราวคราวไหน วันรุ่นวัยผู้ใหญ่เป็นกันหมด สอนกันมาดีจริงๆ ไม่เฉพาะชาวบ้าน ข้าราชการทุกสำนักก็เชื่อกันไปหมด เจ้าหน้าที่เราบางคนก็เชื่อ  ความเชื่อนี้ลบออกยากมาก  มันอัตรายกรณีที่จำเป็นต้องฉีดยาแล้วไม่ให้ฉีด พูดก็ไม่ฟัง แต่โชคดีที่คนไทยส่วนใหญ่พอจะพูดกันรู้เรื่องไม่ดื้อเกินไป

     มีอีกหลายอย่าง แล้วจะนำมาอัฟเดทในวันหลัง