“ ต้นไม้เค้ามีวิญญาณนะลูก...เวลาที่รดน้ำต้นไม้ ให้ร้องเพลงให้เค้าฟัง ให้คุยกับเค้า....แผ่จิตใจอันอ่อนโยนให้เค้า ขอบคุณที่เค้าเติบโต เบ่งบาน ออกลูกออกผลให้เราได้รับประทาน...แล้วลูกก็จะรู้สึกว่า เค้าเองก็ขอบคุณเราเช่นเดียวกัน"
สายฝนโปรยปราย และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก…...
บรรยากาศยังคงขมุกขมัวอย่างต่อเนื่อง สงสัยว่าสายฝนคงจะชวนสายลมมาเป็นเพื่อนล่ะมั้ง ถึงได้มีทั้งลมทั้งฝนกระหน่ำมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ตื่นเช้าเช่นเคย เดินเปิดไปประตูแล้วยืนมองดูสายฝนที่ค่อยๆตกลงมาจากบนฟ้า สร้างความชุ่มชื่นให้แก่สรรพสิ่ง โดยเฉพาะต้นไม้น้อยๆ ที่สวนหน้าบ้านของข้าพเจ้า ดูเค้าจะรื่นเริงกันเป็นพิเศษ
 
เคยถามเพื่อนว่า ต้นไม้มีความรู้สึกไหม?..เพื่อนหัวเราะแล้วถามกลับ "แกบ้าหรือเปล่า? ต้นไม้จะมีความรู้สึกได้ยังไง? ต้นไม้ไม่มีสมองคิดสักหน่อย"....เอ แล้วความรู้สึกเนี่ย มาจากสมองจริงๆ เหรอ? 
 
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กคุณพ่อข้าพเจ้าเคยสอนในขณะรดน้ำต้นไม้ว่า “ ต้นไม้เค้ามีวิญญาณนะลูก...เวลาที่รดน้ำต้นไม้ ให้ร้องเพลงให้เค้าฟัง ให้คุยกับเค้า....แผ่จิตใจอันอ่อนโยนให้เค้า ขอบคุณที่เค้าเติบโต เบ่งบาน ออกลูกออกผลให้เราได้รับประทาน...แล้วลูกก็จะรู้สึกว่า เค้าเองก็ขอบคุณเราเช่นเดียวกัน"  ข้าพเจ้าได้ทดลองนำคำที่คุณพ่อสอนมาปฏิบัติก็เห็นจริงดังที่ท่านบอก ต้นไม้เจริญงอกงามดี...ออกดอกออกผลเป็นที่ชื่นใจแก่ผู้ปลูก (ข้าพเจ้าไม่ได้ร้องเพลงให้ต้นไม้ฟังหรอกนะ ขืนให้ข้าพเจ้าร้องเพลง มีหวังต้นไม้แทนที่จะสดชื่น คงได้เหี่ยวแห้งเฉาตายกันพอดี)
 
 
 
 
ในเวลาว่าง ข้าพเจ้ามักจะไปวิ่งหรือเดินออกกำลังกาย เมื่อผ่านร่มเงาของต้นไม้ใหญ่...ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณสำหรับร่มเงาที่เค้าเผื่อแผ่มาให้ บางครั้งบางคราวก็ได้เอ่ยคำขอบคุณ บางคราวก็ทักทายต้นราวกับทักทายเพื่อนเก่า ..แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าเค้าก็จะทักทายเรากลับเช่นเดียวกัน (ขณะที่เอ่ยทำทักทายหรือขอบคุณต้นไม้ ข้าพเจ้าได้เหลียวมองไปรอบๆ แล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เดี๋ยวจะถูกจับส่งโรงพยาบาลหาว่าเป็นบ้า)
 
ความรู้สึกขอบคุณนี้เป็นความรู้สึกที่เป็นมิตร อ่อนโยน...เราไม่จำเป็นต้องขอบคุณเฉพาะบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับเรา หากแต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบๆ ตัวเราก็สามารถที่จะขอบคุณเค้าได้
 
ขอบคุณสำหรับวันฝนโปรยปราย...
ขอบคุณต้นไม้ที่ทำให้หัวใจได้อ่อนโยนลง....