หลักทศพิธราชธรรมมี 10 ประการ

หลักทศพิธราชธรรมมี 10 ประการ ที่จะใช้เป็นแนวทาง อาทิ

1.  การให้ด้วยการสละทรัพย์สิ่งของวัตถุ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่า บนพื้นแผ่นดินและแผ่นฟ้าเดียวกัน ทรงเน้นด้านสาธารณสุข การแพทย์

                2.  ศีล  การรักษาความสุจริต  มีความประพฤติที่ดีงานอยู่ในศีล 5 ละเว้นจากสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายยึดธรรมเป็นใหญ่ ปกครองบ้านเมืองด้วยกฎหมายและศาสนา

                3.  การบริจาค การเสียสละ ไม่เป็นการเห็นแก่ตัว เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

                4.  ความซื่อตรงมีความจริงใจต่อคุณธรรมกับตนเองและผู้อื่น ด้วยการปฏิบัติซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่งาน สังคม และประชาชน โดยพระองค์ท่านทรงรักษาสัจจะแห่งปฐมพระบรมราชโองการที่พระราชทาน จะปฏิบัติโดยไม่คลาดเคลื่อน

                โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรไทย  ตามระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญการแต่งตั้งข้าราชการผู้ใหญ่ การออกพระราชบัญญัติตามความเห็นอบรัฐสภา โดยมีนายกรัฐมนตรีสนองพระบรมราชโองการ การแต่งตั้งองคมนตรี ข้าราชการพระราชสำนัก การพิจารณาฏีกานั้น ท่านจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ผมเคยยืนยันประชุมครั้งที่แล้ว หลายท่านพยายามบอกว่าท่านไม่ได้ปฏิบัติผมยืนยันได้เลยท่านทรงปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตามกฎหมายบัญญัติบริหารตุลาการ สภา ต้องผ่านทางนั้นหมด นอกจากบางเรื่องที่ท่านทรงไม่เห็นด้วยจริง ๆ ก็มีการส่งกลับแล้วแต่รัฐบาลกำหนดการ แต่ท่านจะไม่เคยดำเนินการขัดรัฐธรรมนูญ

                5.  ความอ่อนโยน  ทรงมีสัมมาคารวะไม่แสดงอาการแข็งกระด้าง ไม่เย่อหยิ่ง  ยกตนเหนือคนอื่นไม่ใช้อำนาจในทางรุนแรงสามารถเข้ากับชนได้ทุกชั้น แต่ก็ไม่ขาดความยำเกรงแต่เป็นที่น่าเสียใจข้าราชการผู้บริหารหลายคนขาดสิ่งนี้ในหลวงตนไม่เคยได้ยินคำว่า “มึง กู ข้า” อย่างมากก็ฉัน หรือเรียกคนใหม่ ๆ ว่าคุณ แต่ข้าราชการผู้ใหญ่จะลืม

6. ตบะ การข่มกิเลส เพื่อกำจัดบาปเผากิเลสทั้งปวง เพื่อไม่ให้เกียจคร้านต้องพยายามปฏิบัติหน้าที่สม่ำเสมอไม่บกพร่อง มีจิตที่หนักแน่น

                7. ความไม่โกรธมีจิตที่ประกอบด้วยความเมตตาและความปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัยข่มใจให้เป็นมิตรไม่แสดงอาการออกมาไม่ใช้อารมณ์จนเป็นเหตุให้การวินิจฉัยผิดพลาดตลอดชีวิตไม่เคยเห็นในหลวงทรงกริ้วหรือลงโทษผู้ใด แต่จะสั่งสอนหรือวางพระพักตร์เฉยหากท่านไม่พอพระทัย

                8.  อวิหิงสาไม่เบียดเบียนคนอื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยเมตตา มุทิตา บางทีพระองค์ท่านก็ไม่โปรดงานที่ทำความเดือดร้อนแก่คนหรือสัตว์ การแข่งม้า ตีไก่ ซึ่งรัฐบาลออกกฎหมายอนุมัติการตีไก่ แต่ท่านไม่ปฏิเสธ แต่ท่านไม่เชียร์เป็น  กีฬาชาวบ้าน แต่ท่านไม่สนับสนุน ไม่สนพระทัย ไม่มีแน่ การตีไก่หรือการแข่งขันม้าในวัง

                9. ขันติ ความอดทนอดกลั้นต่อกิเลส ทรงพิจารณาอย่างขันติ ทรงประทับยืนหรือเดินเป็นชั่วโมง ยามเมื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกรท่านก็อดทนต่อความยากลำบาก แม้ในสภาพบ้านเมืองที่วิกฤติจะต้องพิจารณาอย่างขันติด้วยความยุติธรรม และ

                10. อวิโรธนะ  ความเที่ยงธรรม การวางตนให้หนักแน่นในธรรมะไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหวรอบคอบ ยึดหลักประเพณีกฎหมาย ไม่ให้มิชอบเกิดขึ้นในราชอาณาจักรทุกศาสนาทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเป็นกลาง ราษฏรทุกหมู่เหล่าได้รับการดูแลเท่าเทียมกันเหตุการณ์บ้านเมือง 14 ต.ค. 2514, 6 ต.ค. 2519, เม.ย. 2549 ทรงเป็นกลางทางการเมือง ถึงแม้ตามกฎหมายท่านมีบ้านเลขที่มีสิทธิเลือกตั้งแต่ท่านก็ไม่ใช่สิทธิเพื่อความเป็นกลาง ร่วมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงการพิจารณาการคดีการเสนอขออภัยโทษ