ชีวิตชาวนาจำเป็นได้เริ่มต้นขึ้นด้วยแค่การอยากทำนาเพื่อมีข้าวกินเอง แน่นอนว่าอาชีพนี้ใครๆก็สามารถเป็นได้ แ่ต่การจะำทำได้หรือไม่นั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับชาวนามือใหม่อย่างเราๆ

แน่นอนว่าการทำนา ต้องมีที่ดินในการปลูกซึ่งการได้มาของที่ดินก็มาจากการไปขอผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไร เนื่องจากเจ้าของที่ดินไม่ได้มีอาชีพเกษตรกร ซึ่งเจ้าของที่ดินเขาบอกว่ามีที่ดินเท่านี้ทำนาไป "ก็คงได้แต่ข้าวกินเท่านั้นแหละ" ฟังแล้วก็มีเครื่องหมาย ??? แต่ก็ปล่อยไปก่อน เดี่ยวค่อยหาคำตอบทีหลัง

การได้ลงมืำอทำนาเองเป็นครั้งแรกนั้นไม่ง่ายเลย ทั้งเรื่องปรับที่ การว่านกล้า หรือแม้แต่การลงดำนา ในจะเรื่องระบบน้ำ ส่วนเรื่องปุ่ยนั้น แน่นอนว่าเราทำเพื่อบริโภคเอง ดังนั้นต้องทำในสิ่งที่ดีๆ มีพี่จากพะเยา แกทำสวนผสมผสานมานาน แนะนำให้ลองทำปุ๋ยน้ำ หรือที่เราๆรู้จักกันในชื่อ EM โดยแนะนำว่า สำหรับต้นข้าวแล้ว จุลินทรีย์รากกล้วยเหมาะที่สุด

การผลิตก็ไม่ยาก ขุดรากกล้วยจากต้นที่ยังไม่ออกลูก มาสับเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ย่อยสลายง่าย และหมักกับกากน้ำตาลในอัตราส่วน 3:1 (รากกล้วย 3 กิโลกรัม ต่อ กากน้ำตาล 1 กิโลกรม) หมักไว้ประมาณ 15 วัน ก็ใช้น้ำที่ได้จากการหมัก ผสมน้ำ(1ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำเปล่า 20 ลิตร) เอาไปฉีดพ่นต้นข้าว ถ้าขยัยก็ สามวัน หรือ อาทิตย์ละครั้ง ก็ได้ เพื่อเป็นการให้อาหารต้นข้าวทางใบ

จากประสบการณ์ในการทำนั้นก็ไม่ยากจริงๆ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอีกเรื่องของเกษตรเพื่อชีวิต ส่วนผลผลิตจะออกมาอย่างไร ปีหน้าค่อยว่ากัน


มารายงานผล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2552 หลังจากปลูกผ่านมาแล้ว 87 วัน



แปลงทดลองนี้ พ่นจุลินทรีย์กล้วยครั้งเดียว ลักณะโดยทั่วไปของต้นข้าว มีความอุดมสมบูรณ์ดี ไม่มีโรค


ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้อง


บางกอ เริ่มออกรวงแล้ว


ภาพรวมโดยทัวไปของแปลงทดลอง


ภาพทั่วไปอีกภาพของแปลงทดลอง