ชาวพุทธที่แท้จริง ไม่ใช่คนที่มีแต่เพียงศรัทธาปสาทะในพระรัตนตรัย ทำบุญให้ทาน และรักษาศีลตามประเพณี โดยปราศจากทัศนะ (สัมมาทิฏฐิ) อันถูกต้องเป็นพื้นฐาน
หลักปฏิบัติอันแท้จริงสำหรับชาวพุทธทั่วไป ไม่ใช่ศีล สมาธิ ปัญญา ดังที่ถือกันอยู่ ศีล-สมาธิ-ปัญญา เป็นหลักปฏิบัติสำหรับพระภิกษุที่ถือว่าเป็นผู้อุทิศชีวิตแก่พระศาสนาแล้ว หลักปฏิบัติของชาวพุทธทั่วไปคือ มรรคมีองค์ 8 และมรรคมีองค์ 8 ย่อลงได้เป็น 3 คือ ปัญญา ศีล สมาธิ เพราะฉะนั้น ชาวพุทธต้องเริ่มต้นการปฏิบัติด้วยปัญญาก่อน
ปัญญามี 2 ระดับ คือระดับทิฏฐิ ซึ่งเกิดจากการคิด (จินตมยปัญญา) และระดับญาณซึ่งเกิดจากสมาธิ ( ภาวนามยปัญญา ) ชาวพุทธควรเริ่มระดับทิฏฐิก่อน ใช้ปัญญาพิจารณาจนเกิดทัศนะอันถูกต้องเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
ความเห็นถูกต้อง หมายถึงความเห็นที่ถูกต้องตามความจริงโดยธรรมชาติของชีวิต กล่าวคือ การเห็นอริยสัจ 4 ชาวพุทธต้องเห็นว่าชีวิตมีทุกข์ และความทุกข์นั้นเกิดจากเหตุคือ ตัณหา-ความอยาก ความทุกข์ เป็นสิ่งที่ดับได้แน่ และทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ก็คืออริยมรรคมีองค์ 8
“เพื่อที่จะสร้างสัมมาทิฏฐิหรือปัญญาให้เกิดขึ้น ชาวพุทธต้องเป็นคนชอบฟัง ชอบอ่าน ชอบคิด จนเกิดทัศนะที่ถูกต้องขึ้น ”
อ้างอิง
แสง จันทร์งาม. ประทีปธรรม พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2544.
ศาสตราสาม ที่กล่าวมา อันประกอบด้วยหลัก ศีล สมาธิ ปํญญา รวมสติมารู้ชัดอาร
มทั่ว ผัสสะรู้กระทบ ดับทุกข์ทัน
สาธุครับ
สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูกต้อง เปรียบเสมือนรอยเท้าช้าง ส่วนธรรมะข้ออื่นๆ เปรียบเสมือนรอยเท้าสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้นหากบุคคลใดจะให้ทานก็ดี รักษาศีลก็ดี เจริญภาวนาก็ดี หากปราศจากสัมมาทิฏฐิแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร ชิมิๆๆๆๆๆ