3.3 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย
3.3.1 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย และได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย การเสียภาษีกรณีนี้กฎหมายให้ เสียโดยวิธีหักภาษี คือ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวจะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามวิธีการและอัตราดังหัวข้อถัดไป ทั้งนี้ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จ่ายเงินได้ก็ตาม ภาษีที่หักไว้ในกรณีนี้เป็นภาษีที่เสียเด็ดขาดจึงเสร็จสิ้นเป็นรายครั้งไปถ้ากรณีที่เป็นการจ่ายเงินได้ดังกล่าวให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในต่างประเทศซึ่งเป็นสาขาของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยผู้จ่ายเงินได้ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีตามฐานนี้เพราะผู้รับเงินได้ไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีฐานนี้แต่อย่างใด
3.3.2 เงินได้ที่ต้องหักภาษี เงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศ ซึ่งผู้จ่ายมีหน้าที่ต้อง หักภาษี ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6)
1) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) ได้แก่ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือ ตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับ ทำงานให้ (ค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้ยืม ในทางปฏิบัติถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 8)
2) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่นหรือคำพิพากษาของศาล
3) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) ได้แก่เงินได้ที่เป็น
3.1) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม
กรณีได้เงินได้ที่เป็นดอกเบี้ยจากรัฐบาล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของ ประเทศไทย จัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเพื่อส่งเสริม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม ไม่ต้องเสีย ภาษีฐานนี้ (มาตรา 70 วรรค 2 )
3.2) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไรหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลหรือกองทุนรวม
3.3) เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นส่วนในบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
3.4) เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและ เงินที่กันไว้รวมกัน
3.5) เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งตั้งกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้ รวมกัน
3.6) ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันหรือรัช่วงกัน หรือเลิกกัน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน
3.7) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน หรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือ ตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ออก ทั้งนี้เฉพาะ ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน
4) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ได้แก่ เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่า ทรัพย์สิน
5) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) ได้แก่ เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบ โรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
6) วิธีการคำนวณหักภาษีฐานนี้มีหลักเกณฑ์และวิธีการแยกออก ตามประเภทของเงินได้ ดังนี้
6.1) เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(2)(3)(4)(5) และ (6) นอกจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ข) ดังจะกล่าวต่อไปใน 6.2) ให้คำนวณหักภาษีในอัตราร้อยละ 15
6.2) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ข) ให้คำนวณหักภาษี ในอัตราร้อยละ 10
การยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษี การหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายสำหรับบริษัทต่างประเทศข้างต้น ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นแบบแสดงรายการและนำส่งภาษีภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินแบบแสดงรายการที่ยื่น ได้แก่ แบบ ภ.ง.ด.54 (ถ้าไม่มี การส่งเงินได้ไปต่างประเทศก็ไม่ต้องยื่น)
3.4 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการจำหน่ายกำไรไปนอกประเทศ
3.4.1 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีฐานนี้ ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจำหน่ายเงินกำไรหรือเงิน ประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทยให้เสียภาษีเงินได้โดยหักภาษีจากจำนวนเงินที่จำหน่าย
การจำหน่ายเงินกำไรนั้นให้หมายความรวมถึง
1) การจำหน่ายเงินกำไร หรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไร จากบัญชีกำไรขาดทุนหรือบัญชีอื่นใดไปชำระหนี้ หรือหักกลบลบหนี้หรือไปตั้งเป็นยอดเจ้าหนี้ในบัญชี ของบุคคลใด ๆ ในต่างประเทศ หรือ
2) ในกรณีที่มิได้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวใน 1) แต่ได้มีการขออนุญาตซื้อและโอนเงินตรา ต่างประเทศ ซึ่งเป็นกำไรหรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไร หรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไป ต่างประเทศ หรือ
3) การปฏิบัติอย่างอื่นอันก่อให้เกิดผลตาม 1) หรือ 2)
3.4.2 อัตราภาษีและการคำนวณภาษีวิธีการเสียภาษีการจำหน่ายเงินกำไรไปต่าประเทศนี้ ให้เสียภาษีโดยหักจากจำนวนเงินที่จำหน่ายในอัตราร้อยละ 10
3.4.3 การยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จำหน่ายเงินกำไรไปต่างประเทศ จะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จำหน่ายเงินกำไร แบบแสดงรายการที่ใช้ยื่น ได้แก่ ภ.ง.ด. 54 (ยื่นทุกครั้งที่มีการจำหน่ายเงิน กำไรออกไปจากประเทศไทย ถ้าเก็บกำไรไว้ในประเทศไทยไม่ต้องเสียภาษีฐานนี้)
4. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล
บทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดอัตราส่วนสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังนี้
|
(ก) ภาษีจากกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค.2535 เป็นต้นไป) ( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 260) พ.ศ.2535 ) ( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 ) ( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 471) พ.ศ. 2551 ) ( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 473) พ.ศ. 2551 ) |
ร้อยละ 30
|
|
(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค)(ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 377) พ.ศ.2544 ) |
ร้อยละ 15 |
|
(ค) ภาษีตามมาตรา 70 เฉพาะกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ข) |
ร้อยละ 10 |
|
(ง) ภาษีตามมาตรา 70 ทวิ |
ร้อยละ 10 |
|
(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534 ใช้บังคับ 1 เม.ย. 2535 เป็นต้นไป) (ดูพระราชกฤษฏีกา (ฉบับที่ 270) พ.ศ.2537) |
|
|
(จ) ภาษีจากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้อันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) |
ร้อยละ 10" |
|
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.2535 เป็นต้นไป)(ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 250) พ.ศ.2535) |
|
4.1 อัตราภาษีเงินได้คำนวณกำไรสุทธิ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลโดยทั่วไป ร้อยละ 30 อย่างไรก็ดีมีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากกำไรสุทธิใน บางกรณีดังนี้
4.1.1 ลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 10
1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะกำไรสุทธิส่วนที่ได้จาก การประกอบกิจการวิเทศธนกิจ
2) สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค เฉพาะรายได้ดังต่อไปนี้
2.1) ดอกเบี้ยที่ได้รับจากรัฐวิสาหกิจในเครือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ทั้งนี้เฉพาะดอกเบี้ยจากการกู้ยืมที่สำนักงานปฏิบัติการเพื่อให้กู้ยืมต่อไป
2.2) รายได้จากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่รัฐวิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค และรายได้ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานฯ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาการเทคโนโลยีของสำนักงานที่กระทำขึ้นในประเทศไทย
4.1.2 ลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 25 ตามเงื่อนไขดังนี้
พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 387) พ.ศ. 2544 ได้ลดอัตราภาษีให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก่อนวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2544 ได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300 ล้านบาท เป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่บริษัทมีหลักทรัพย์มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2545
1) บริษัทนำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ ได้รับการลดภาษีเหลือร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ
2) บริษัทที่นำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มิใช่ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ ลดเหลืออัตราร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ
4.1.3 ลดอัตราภาษีให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนขนาดกลางและขนาดเล็กตามเงื่อนไขดังนี้
พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 394) พ.ศ. 2545 ได้ลดอัตราภาษีเงินได้ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีซึ่งเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545ดังนี้
1. ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
2. ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ เฉพาะส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท
3. อัตราภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุในข้อ 3 ร้อยละ 12
4. อัตราภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 เฉพาะกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) ร้อยละ 10
5. อัตราภาษีเงินได้ตามมาตร 70 ทวิ ร้อยละ 10
6. อัตราภาษีเงินได้จากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้อันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) ร้อยละ 10
4.2 การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิและการบันทึกบัญชี
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิจะต้องคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลและยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีรอบระยะเวลาบัญชีปีละ 2 ครั้งดังนี้
ถ้ามีโจทย์คำนวณภาษี แล้วอัตราภาษีเปลี่ยน ใช้หลักการเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ