เสน่ห์มนตราริมฝั่งโขง จากเชียงคานถึงเมืองพญานาค

“แม่น้ำโขง”หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญแห่งเอเชีย แม่น้ำสายนี้เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ตำนาน ความลี้ลับ ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมและประเพณีอันหลากหลาย นอกจากนี้ความงามของสายน้ำ ธรรมชาติ เกาะ แก่ง ขุนเขา ป่าไม้ ชุมชน บ้านเรือน วิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำใน 2 ฝั่งโขง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งผูกมัดให้ผู้หลงใหลในวิถีแห่งสายน้ำตรึงตราอยู่กับมนต์เสน่ห์เหล่านั้นสำหรับตัว“ตะลอนเที่ยว”แล้ว แม่น้ำโขงคือมหานทีแห่งชีวิตอันน่าตื่นตาตื่นใจ มากมายเรื่องราวชวนค้นหา นั่นจึงทำให้ในทริปนี้ เราหลีกลี้จรลีหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง เดินหน้าสู่อีสานเหนือไปพักใจแต่ไม่พักแรงในเส้นทางเลาะเลียบริมฝั่งโขง เพื่อชื่นชมเสน่ห์มนตราของมหานทีแห่งชีวิตสายนี้

เชียงคาน ความงามในความเงียบ ปฐมบทของเส้นทางเลาะเลียบริมโขงเริ่มขึ้นที่เมือง“เชียงคาน” อ.เชียงคาน จ.เลย ดินแดนแรกในอีสานที่สัมผัสกับลำน้ำโขง ณ จุดที่เรียกว่า“ปากเหือง”บ้านท่าดีหมีพูดถึงเชียงคานแล้วชื่อนี้คงไม่ต้องสาธยายกันมาก เพราะนี่คือเมืองท่องเที่ยวแห่งยุคสมัยที่กำลังดัง กำลังแรง สอดคล้องกับเทรนด์และจริตของคนเมืองยุคใหม่ที่อยากจะหลีกลี้หนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ความเร่งรัดในหน้าที่การงาน มาพักกายคลายใจ เอกเขนก นอน นั่ง ฟังสรรพสำเนียงของความเงียบสงบ(Sound Of Silence) ที่แฝงเจือไว้ด้วยความงามแห่งวิถีอันเรียบง่าย

สำหรับการมาเยือนเชียงคานครั้งนี้ สิ่งแรกที่เราทำคือการไปยืดเส้นยืดสายให้หายเมื่อยจากการนั่งรถมายาวนานด้วยการปั่นจักรยานชมเมืองเชียงคานในช่วงบ่ายแก่ๆของวัน โดยเราเริ่มออกสตาร์ทที่ “วัดท่าคก” (ถ.ชายโขง ซ.20-21) วัดเก่าแก่ที่โดดเด่นไปด้วยโบสถ์ศิลปะล้านช้างอันกระทัดรัดเรียบง่ายจากนั้นเราบรรจงปั่นเจ้า 2 ล้อย้อนตัวเลขซอยเรื่อยไปบนถนนชายโขง ชื่นชมกับบรรยากาศบ้านเรือน 2 ฟากฝั่ง ที่เป็นดังแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสชื่นชมในความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์อยู่ในตั

บ้านเรือนที่นี่ด้านหนึ่งหันหน้าออกแม่น้ำโขงด้านหนึ่งหันหน้าเขาหาถนน ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เก่าประตูบ้านเฟี้ยมแซมด้วยบ้านใหม่ที่สร้างอย่างไม่แปลกแยก บางบ้านดูเงียบเหงาไร้วี่แววคนอยู่ บางบ้านดูมีชีวิตชีวาด้วยสมาชิกอันอบอุ่นในครอบครัว บางบ้านปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นที่พัก เกสต์เฮาส์ ราคาประหยัด บางบ้านเปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านนวดแผนโบราณ เรียกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเราปั่นชมวิถีสีสันเมืองเชียงคานบนถนนชายโขงไปจนถึง“วัดศรีคุนเมือง” (ซ.6-7) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแหล่งรวมศิลปะล้านนาและล้านช้าง ที่นี่ “ตะลอนเที่ยว” เข้าไปไหว้พระประธานชื่นชมศิลปะภายในโบสถ์ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางการปั่นออกไปยังถนนบนสันเขื่อนเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศริมฝั่งโขงอย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าชมดวงตะวันลาลับขอบฟ้าอันเป็นอีกหนึ่งมนต์ขลังของเชียงคานที่ผู้มาเยือนไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง

หลังแสงสุดท้ายของวันลาลับ แสงแห่งราตรีเข้าแทนที่ ร้านรวงจำนวนหนึ่งบริเวณเฮือนหลวงพระบางย่านดาวน์ทาวน์สำคัญดูคึกคักเล็กน้อย จากการเปิดขายของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาซื้อของชื่นชมกันพอประมาณ ก่อนที่ม่านวิกาลจะค่อยคลี่คลุมเมืองนี้ให้กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

เวลาที่เชียงคานอาจเดินช้าในความรู้สึกของใครหลายๆคน แต่ว่ากับ“ตะลอนเที่ยว”แล้ว เช้านี้มันมาถึงเร็วเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม่รีบตื่นแต่เช้าตรู่ก็จะพลาดการตักบาตรข้าวเหนียวที่เรานัดกับเจ้าของที่พักไว้ให้ตระเตรียมข้าวของไว้สำหรับใส่บาตรเวลาประมาณ 6 โมงเช้า พระ-เณร แต่ละวัดได้ทยอยเดินเป็นแถวมาให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวใส่บาตรกันอย่างแช่มชื่นอิ่มเอิบใจ

จากนั้นช่วงสายของวันนั้นเราล่ำลาถนนชายโขงไปแวะชม “แก่งคุดคู้” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของเชียงคาน มีลักษณะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่พาดขวางกลางลำน้ำโขงที่เชี่ยวกราก ยามหน้าฝนแก่งคุดคู้จะซ่อนตัวอยู่ใต้ลำน้ำโขงที่ไหลบ่าเป็นปริมาณมาก รอวันเผยตัวอวดโฉมความงามในช่วงหน้าแล้งที่สายน้ำโขงแห้งขอดมองเห็นตัวแก่งขนาดมหึมาได้อย่างชัดเจน พร้อมๆกับหาดทรายชาดหายน้ำจืดอันสวยงามในบริเวณนั้น ซึ่ง ณ ที่นี่ เราเดินทางเลาะเลียบสายน้ำโขงมุ่งหน้าต่อไป อ้างอิงจาก โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กันยายน 2552 16:07 น. http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000111552