ช่วงนี้มีข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองทั้งเหลืองทั้งแดง
ที่ทั้งสองสีต่างก็เห็นโลกตาม "กระบวนทัศน์" (วิธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ) ของตน มีความคาดหวังให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนทัศน์นั้น

ผมมีเพื่อนทั้งเหลืองทั้งแดง และท่าทีที่ผมมีต่อทั้งสองสีก็คือ พรหมวิหารสี่

นั่นคือ ผมยัง "เมตตา" (รักและให้อภัย) เพื่อนเสมอไม่ว่าคุณจะเป็นสีใด แม้คุณจะใช้วาจาตำหนิกล่าวโทษเสียดสีประชดประชันท้าทายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง หรือแม้จะมีพฤติกรรมแสดงออกโดยการใช้ความรุนแรงต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของอีกฝ่ายหรือต่อกันและกัน ผมก็ยังรักคุณ

ผมยัง "กรุณา" ให้ความช่วยเหลือ แนะนำ ตั้งคำถาม ฯลฯ เพื่อให้เขาได้คิดพิจารณาสิ่งที่ทำหรือที่คิดว่าจะทำ เช่น จะดีกว่าไหมถ้าไม่ใช้วาจาในลักษณะโจมตีเสียดสีประชดประชัน ยั่วยุ แต่ใช้ท่าทีแสดงความเห็นอย่างจริงใจ (ด้วยสัมมาวาจา) โดยเผื่อใจไว้สักหน่อยว่า "ฉันอาจเห็นไม่ถูกก็ได้" เพราะเราคงไม่ใช่ศูนย์กลางของความถูกต้อง คนที่คิดไม่ตรงกับเราล้วนผิด เป็นต้น

ผมยังมี "มุทิตา" ชื่นชมยินดีกับความสำเร็จต่างๆ อันเนื่องมาจากความเห็นชอบ เพียรชอบ กระทำชอบ (ตามทำนองคลองธรรม) ฯลฯ ของเขา

ผมยังจะมี "อุเบกขา" วางเฉยได้กับความไม่สมบูรณ์พร้อมของเขา ที่อาจจะมีไม่ถูกต้อง(เช่นทำบางสิ่งบางอย่างผิดศีลธรรมอันดี) อยู่บ้าง เพราะผมเองก็ยังไม่ใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อม

ผมมีท่าทีอย่างนี้ เนื่องจากเข้าใจว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ใฝ่ใจในสันติธรรม