สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอลับแล
อำเภอลับแล อุตรดิตถ์
| อำเภอลับแล |
|
อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ประมาณ 8 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 3 กม. เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1041 ประมาณ 6 กม. เป็นเมืองโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จมาเมื่อ วันที่ 24 ตุลาคม 2444 ความเป็นมาของคำว่า "ลับแล" นั้น ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า เดิมชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนตั้งชุมชนอยู่ เนื่องจากเป็นที่ ป่าดงหลบซ่อนตัวง่ายและภูมิประเทศเป็นเมืองอยู่ในระหว่างเขามีที่เนินสลับกับที่ต่ำ คนต่างเมือง ถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศจะหลงทางได้ง่าย แต่ปัจจุบันมีถนนตัดผ่านทำให้สภาพป่าหมดไป ความลึกลับของเมืองจึงหายไป และยังมีอีกหลายตำนานที่กล่าวถึงเมืองลับแล ปัจจุบันอำเภอลับแล เป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรม เช่น ผ้าตีนจก ไม้กวาด นอกจากนั้นยังมีสวนลางสาด ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดในอำเภอลับแล มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
|
| วัดเจดีย์คีรีวิหาร |
|
อยู่ที่ หมู่ 1 บ้านวัดป่า ตำบลฝายหลวง ห่างจากตัวจังหวัด 10 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 1040-1043 เป็นบรมธาตุเจดีย์ทรงลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พระประธานเป็น พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยอันงดงามบานประตู และหน้าบันเป็นไม้แกะสลัก
|
| วัดดอนสัก |
|
อยู่ที่หมู่ 6 บ้านต้นม่วง ตำบลบ้านฝาย ห่างจากจังหวัด 9 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 1041 มีวิหารที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีบานประตูแกะสลักงดงาม ด้านหน้า 1 ประตู ด้านหลัง 2 ประตูแกะสลักด้วยไม้ปรูลึกลงไปประมาณ 4 นิ้ว เป็นลวดลายกนกก้านขดไขว้ ประกอบด้วยรูปหงส์ เทพนมและยักษ์ วัดนี้สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
|
|
อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ
|
|
อยู่ตรงสี่แยกตลาดลับแล เดิมชื่อ ทองอิน เป็นนายอากรสุรา เชื้อสายจีน แต่ด้วยความรักในท้องถิ่น จึงพัฒนาเมืองลับแลมาโดยตลอด เป็นผู้นำชุมชนที่ชาวลับแลให้ความนับถือ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับรรดาศักดิ์เป็นขุนพิศาลจีนะกิจ และเลื่อนเป็นพระ-ศรีพนมมาศ ในปี พ.ศ. 2451
|
|
วัดพระยืนพุทธบาทยุคล
|
|
อยู่เลยวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 500 เมตร วัดอยู่ทางซ้ายมือของถนนใกล้ทางแยก ภายในมีมณฑปเป็นศิลปะแบบเชียง-แสน ครอบรอยพระพุทธบาทคู่ประทับยืนบนฐานดอกบัวสูงประมาณ 1.5 เมตร ที่วัดพระยืนพุทธบาทยุคลนี้ ยังมีพระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 55 นิ้ว สูง 66 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยเรียกกันว่า "หลวงพ่อพุทธรังสี" เดิมประดิษฐานอยู่ในมณฑปมีปูนพอกหุ้มไว้ทั้งองค์ ต่อมาได้กระเทาะปูนออกและนำไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถที่สร้างใหม่
|
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง
|
|
อยู่ที่หมู่ 3 บ้านทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 3 กม.จะมองเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อยู่ติดถนนใหญ่สายบรมอาสน์ ใกล้กับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เดิมชื่อว่า "วัดมหาธาตุ" ภายในพระบรมธาตุทุ่งยั้งซึ่งเก่าแก่มาก เป็นเจดีย์ทรงลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า องค์พระธาตุนี้เป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นบริวารอยู่ 4 มุม ฐานชั้นที่ 3 มีซุ้มคูหา 4 ด้าน สันนิษฐานว่าได้บูรณะขึ้นภายหลัง
| วัดพระแท่นศิลาอาสน์ |
|
ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล ห่างจากตัวจังหวัด 14 กม. อยู่เลยวัดพระยืนไปเล็กน้อย มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 8 ฟุต สูง 3 นิ้ว มีลวดลายประกอบเป็นหลัก ฐานพุทธบังลังก์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัย ยังไม่ปรากฏนามของผู้สร้าง พ.ศ. 2451 ไฟป่าได้ไหม้พระมณฑปและวิหารเหลืออยู่แต่ศิลาแลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ จะมีงานนมัสการในวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี พร้อมกับวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง และวัดพระยืนพุทธบาทยุคล
|
|
น้ำตกแม่พูล
|
|
อยู่ที่หมู่ 4 บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล ห่างจากตัวจังหวัด 20 กม. จากอำเภอลับแล ใช้ทางหลวง หมายเลข 1041-1043 เป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนมีความสูงหลายชั้น มีลักษณะเป็นฝายน้ำล้น เป็นชั้นๆ สภาพโดยรอบร่มรื่น มีธรรมชาติแวดล้อมสวยงาม และมีศาลา สำหรับนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์น้ำตกแม่พูลได้อย่างชัดเจน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ตัวเมืองและมีถนนเข้าถึงอย่างสะดวกสบายมาก
|
|
| หนองพระแล |
|
อยู่ที่บ้านหนองพระแล ตำบลทุ่งยั้ง ห่างจากตัวจังหวัด 13 กม. ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1041 เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ
| อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร |
|
อยู่ที่ หมู่ 7 บ้านท้องลับแล ตำบลฝายหลวงอยู่ห่างจากตัวจังหวัด 12 กม. จากอำเภอลับแลใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 เป็นอนุสาวรีย์ของปฐมผู้ครองเมืองลับแล บนเนินเขาด้านหลัง อนุสาวรีย์มีทางขึ้นไปยังจุดชมวิวมองเห็นภูมิประเทศของเมืองลับแล
|
|
เวียงเจ้าเงาะ หรือ เมืองทุ่งยั้ง
|
|
ชาวบ้านเล่ากันว่า เจ้าเงาะได้พานางรจนามาอยู่ที่กระท่อมปลายนาที่นี่เมื่อครั้งที่ถูกท้าวสามลและนางมณฑาเนรเทศ จึงเรียกว่า เวียงเจ้าเงาะ แต่ความจริงแล้ว เวียงเจ้าเงาะ หรือเมืองทุ่งยั้งนี้ เป็นเมืองเก่าแก่ก่อนที่ชนชาติไทยจะมาปกครองประเทศ และได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ เช่น มโหระทึกละว้า พร้าสัมฤทธิ์ เป็นต้น
เมืองลับแลของเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายยังไงก็อยากชวนทุกท่านได้มาเที่ยวชมกันน่ะค่ะ
|
|
|
|