การฝึกสมาธิทำให้คนสามารถเข้าสู่ภวังค์ได้ โดยทั่วไปเด็กสามารถฝึกสมาธิได้โดยธรรม
ฝึกสมาธิบำบัด
เด็กสมาธิสั้น


การศึกษาในเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หรือ ADHD จำนวน 48 ราย ของออสเตรเลีย พบว่าการฝึกสมาธิแบบสหจาโยคะ ทำให้อาการรุนแรงลดลงโดยเฉลี่ย 35% ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ของการฝึก และยังช่วยลดการใช้ยาของผู้ป่วยจำนวนมากลง ผู้นำร่วมในการศึกษาครั้งนี้ ดร.มโนชา ราเมศ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ชำนาญทั่วไปแห่ง โรงพยาบาลซิดนีย์ กล่าวต่อที่ประชุมสมาคมจิตเวชศาสตร์โลก ณ เมืองเมลเบิร์น ถึงพัฒนาการด้านความประพฤติ ความเคารพในตนเอง (Self-esteem) และสัมพันธภาพที่เกิดขึ้น เด็กๆ บอกว่าพวกเขานอนหลับได้ดีขึ้น และมีความกังวลลดลงเมื่ออยู่บ้าน ขณะที่ความขัดแย้งก็ลดลง และสมาธิในการเรียนก็ดีขึ้นเมื่ออยู่โรงเรียน ทำให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มีความสุขไม่เครียดเหมือนที่ผ่านมา และยังสามารถจัดการกับพฤติกรรมของเด็กๆ ได้ดีกว่าที่เคยเป็น


การทดลองซึ่งมีขึ้นที่โรงพยาบาลมงกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ (The prince of Wales Hospital เมืองแรนด์วิค (Randwick) ได้สอนเทคนิคให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่เข้ารับการรักษาโรค ADHD ด้วยยา โดยเทคนิคที่ใช้คือ เทคนิคการหลับตามองเห็น (Visualization) การใช้เพลงและธรรมชาติบวกกับการฝึก และการแนะนำแบบตัวต่อตัว ซึ่งการฝึกมีขึ้นสองช่วงใน 6 สัปดาห์ ที่โรงพยาบาลและฝึกสมาธิอีก 2 ครั้งต่อวันต่อที่บ้าน โดยในขณะฝึกจะจุ่มเท้าลงในน้ำเกลือเย็น จากการฝึกพบว่ามีพัฒนาการของอาการดีขึ้นถึง 35% ซึ่งนับว่ามีนัยสำคัญมาก ดร.มโนชา กล่าวว่า “6 รายในนั้นสามารถหยุดใช้ยาลง และมีพฤติกรรมกลับมาเป็นปกติอีก 12 รายลดการใช้ยาลงได้ครึ่งหนึ่ง ส่วนกลุ่มอื่นที่เหลือสามารถลดการใช้ยาลงได้ประมาณ 1 ใน 4” ผลสะท้อนกลับจากเด็กเป็นสิ่งที่ดีสุด เช่น คำกล่าวที่ว่า “ฉันรู้ตัวฉันเองเสมอในสิ่งที่ฉันกำลังกระทำ มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี และทำให้คนอื่นเสียใจ แต่ตอนนี้ฉันสามารถควบคุมมันได้แล้ว” เป็นต้น
ดร.มโนชา กล่าวว่า “การฝึกสมาธิทำให้คนสามารถเข้าสู่ภวังค์ได้ โดยทั่วไปเด็กสามารถฝึกสมาธิได้โดยธรรม พวกเขาจะคิดในเวลาเพียงชั่วครู่ เด็กที่เป็น ADHD จะไม่มีความสนใจในสิ่งต่างๆ สมาธิของเขาจะสั้น แต่การฝึกสมาธิเป็นเรื่องที่ตรงกันข้าม เพราะจะมุ่งไปที่การใส่ใจ ความสงบ และการควบคุมสิ่งเร้า นี่เป็นการสอนซ้ำให้เด็กรำลึกถึงทักษะที่พวกเขาลืม และสูญเสียความสามารถทางธรรมชาติในการทำสมาธิ เพราะบางสิ่งบางอย่างในสภาพแวดล้อมรอบตัวพวกเขาขาดความสมดุลไป นี่เป็นเครื่องมือที่สามารถนำพาพวกเขาให้กลับคืนมาสู่สภาพปกติได้”
ถึงแม้ว่าลูกศิษย์ หรือลูกหลานของเราจะไม่เข้าข่ายเด็กสมาธิสั้น ก็สามารถนำวิธีการฝึกสมาธิมาใช้ได้ อย่างน้อยน่าจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ
ข้อมูลจาก
http://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=1071



ดีใจกับเด็ก ๆ นะครับ หากคุณครูจะช่วยฝึกนักเรียนให้เก่งขึ้นได้
ขอบคุณค่ะที่บันทึกเรื่องนี้ น่าสนใจ
มีคุณครูท่านใดทำวิจัยเรื่องนี้ไหมคะ น่าทำนะคะ
ดิฉันกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ เพราะเด็กนักเรียนบางคนยังอ่านไม่ได้เลย พยายามพาฝึกอ่านเท่าไรเขาก็จำไม่ได้สักที เลยต้องหันมาศึกษาด้านนี้ดูค่ะ
เด็กทุกวันนี้ค่อนข้างไม่มีสมาธิ อยากให้คุณครูลองทำดูนะครับ เริ่มจากในห้องเรียนของเราก่อน ได้ผลดี แล้วค่อยขยายไปทั้งสายชั้นและ ทำตั้งแต่ ป.1-3 ในชั่วโมงที่นักเรียนมาสวดมนต์ก็ได้นะครับ ติดขัดอะไรก็ให้บอกนะครับยินดีสนับสนุนเต็มที่
ผอ.ศักดิ์เดช
สนใจเรื่องนี้มากเลยค่ะหาข้อมูลไว้ได้ค่อนข้างมากแล้วและกำลังทำวิจัยในเด็กวัยปฐมวัยในปีการศึกษา2553นี้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่ะ