ผมคิดว่าเพลงราตรีสวัสดิ์ได้ดึงให้ประเด็นภาคใต้กลับเข้ามาอย่ในความสนใจของคนในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในแบบที่เคลิ้มไปกับเพลง และแบบที่วิพากษ์วิจารณ์ สำหรับผมแล้ว ผมชื่นชมใน “ความตั้งใจดี” ของผู้แต่ง แม้ว่าจะไร้เดียงสา ขาดข้อมูล หรืออะไรก็แล้วแต่ตามที่ผู้คนจะว่ากันไป แต่ผมคิดว่า คนที่ “ตั้งใจดี” ควรจะได้รับการส่งเสริม การส่งเสริมนี้มีหลายรูปแบบรวมถึงการวิพากษ์ด้วย

คุณอติภพภัทรเดชไพศาลเขียนบทความชื่อฟักกลิ้งฮีโร่กับคืนที่สังคมไทยนอนไม่หลับใลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐออนไลน์ (อ่านได้ที่ลิงค์นี้  http://www.siamrath.co.th/UIFont/ArticleDetail.aspx?acid=3956บทความนี้คอมเมนต์เพลงราตรีสวัสดิ์ของคุณฟักกลิ้งฮีโร่ซึ่งเมื่อผมอ่านแล้วผมีความคิดเห็นต่อบทความดังกล่าวในฐานะคนแต่งเพลงและคนที่พอจะอ่านเขียนได้ดังนี้

 

ผมรู้สึกได้ชัดว่าคุณอติภพคอมเมนต์ลึกลงไปในรายละเอียดของเนื้อหามากและแตะเล็กน้อยเกี่ยวกับสไตล์เพลงอย่างเช่นประเด็นประโยชคที่บอกว่าเพราะรู้ว่าเลือดเนื้อเค้าจะสละไม่ให้เราเป็นทาสใครที่ผู้เขียนบอกว่ามาเกี่ยวอะไรกับปัญหาชายแดนใต้มันเป็นประเด็นเรื่องชาติินิยมสมัยจอมพลป. ต่างหากและบอกว่ามันผิดที่ผิดทางโยงท่อนฮุคที่ร้องโดยคุณธีร์ไชยเดชกับเรื่องโรแมนติกชาตนิยม ...​ วิพากษ์ว่าเนื้อหาของเพลงสะเปะสะปะเช่นใส่เรื่องเดือนตุลาแทรกเข้ามา ... วิพากษ์ประเด็นที่เรียกขบวนการที่ภาคใต้ว่า...” ทั้งที่แท้จริงเขาเรียนตัวเองว่า B.R.N. และทิ้งท้ายเอาไว้ในตอนท้ายว่าความเป็นชาตินิยมนั้นแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้  และมองว่าการยกย่องสดุดีทหารในเวลาและสถานการณ์แบบนี้ก็ดูเหมือนจะผิดกาละเทศะ

 

ผมเห็นด้วยในหลายประเด็นโดยเฉพาะที่บอกว่า  ชาตินิยมแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้และเรื่องนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของปัญหาต่างๆที่เชื่อมโยงการมากกว่าความเป็นอิสลามและสำนึกเรื่องชาติพันธ์ุเสียอีกและก็เห็นด้วยกับอ.นิธิที่ผู้เขียนอ้างในตอนท้ายว่าตำรวจ-ทหารไม่ใช่ทางออกของการปราบปรามการก่อการร้าย

 

อย่างไรก็ดีผมเห็นว่าคุณอติภพถึงเปิดหูแต่ไม่ได้เปิดใจฟังเพลงนี้เสียเท่าไหร่และไม่ได้เข้าใจจุดมุ่งหมายของเพลงเนื้อเพลงและวิธีการแต่งเพลงจึงได้วิจารณ์ในเรื่องเนื้อเพลงไปอย่างนั้น  นอกจากนี้ผมคิดว่าข้อเขียนมีความสับสนในความเข้าใจศักยภาพในสื่อประเภทต่างๆในการสื่อสารความจริงอยู่มาก  

 

ประการแรกหากได้ฟังการสัมภาษณ์หรือแม้กระทั่งฟังเนื้อเพลงดีๆก็ตามเพลงนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาชายแดนใต้แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะกระตุ้นเตือนไม่ให้คนไทยนั้นลืมว่าสถานการณ์ในภาคใต้ก็ยังไม่ได้หยุดหายไปและไม่ลืมว่ายังมีทหารตัวเล็กๆที่ถูกมอบหมายหน้าที่ให้ไปประจำการซึ่งเป็นเพียงเหมือนหมากตัวหนึ่งในยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา (ไม่ว่าจะถูกหรือผิดทาง) เท่านั้น   

 

ถ้าฟังให้ชัดจะเห็นว่าเนื้อเพลงโดยหลักแล้วไม่ได้สนับสนุนการดำเนินการทางทหารในภาคใต้แต่ต้องการจะสื่อสารเสี้ยวหนึ่งของความจริงในจิตใจของทหารที่ถูกส่งไปประจำการในพื้นที่ภาคใต้มาถึงคนในวงกว้างเท่านั้น  คือถ้าจะบอกว่ามันเป็นเพียงแนวคิดแบบโรแมนติคที่ต้องการจะปลุกความเป็นชาตินิยมเท่านั้นก็คงจะดูถูกน้ำใจทหารไทยไปหน่อยซึ่งแน่นอนทหารเหล่านั้นก็คงถูกแนวคิดโรแมนติคชาตินิยมกล่อมใจให้กล้าหาญไปเป็นทหารและลงไปปฏิบัติหน้าที่แต่ท้ายที่สุดแล้วเค้าก็มีความตั้งใจดีที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะตำหนิแต่อย่างใด ...​ผมลองฟังอีกหลายรอบก็ยังไม่เห็นจุดไหนเลยที่เนื้อเพลงส่งเสริมปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว

 

ประการที่สองในส่วนของการคอมเมนต์เนื้อเพลงนั้นผมเห็นว่าเป็นการคอมเมนต์ที่ไม่ได้ดูบริบทของเนื้อเพลงในช่วงนั้นๆแต่เป็นการดึงขึ้นมาเพียงประโยคเดียวและจับมันเทียบกับสิ่งที่คุณอติภพคิดว่าเป็น Theme ของเพลงเช่น  

 

-การคอมเมนต์์ช่วงประโยคเพราะรู้ว่าเลือดเนื้อเค้าจะสละไม่ให้เราเป็นทาสใคร”  ซึ่งจริงๆมันต่อมาจาก  “...เป็นหน้าที่ของกองพลทหารราบที่รักตัวเองน้อยกว่าคนในชาติไทย ....​เพราะรู้ว่าเลือดเนื้อเค้าจะสละไม่ให้เราเป็นทาสใคร...”  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สาธยายอุดมการณ์ของทหารเหล่านั้น  โดยเนื้อเพลงไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ภาคใต้ก่อนนั้นเลย ...​ฉะนั้นผมก็คิดว่าเนื้อเพลงตรงจุดนี้มีความเหมาะสมและส่งเสริมเนื้อหาในท่อนแรกอยู่แล้วและไม่ได้ผิดที่ผิดทางแต่อย่างใด

 

- การคอมเมนต์ว่าเนื้อเพลงในส่วนนี้  “ในคืนที่ผมกินเหล้าอยู่นั่งเล่นในคืนที่ป้าข้างห้องยังตั้งวงป๊อกเด้งคืนที่เด็กมัธยมนั่งท่องตำราเอนท์จุฬาคืนที่ใครหลายคนลืมชื่อคนเดือนตุลา...” ถูกแทรกเข้ามาเฉยๆโดยไม่ได้มีบริบทเกี่ยวข้องเลยนั้น ก็เป็นเพราะว่าคุณอติภพมองเพียง “บริบท” ซึ่งในที่น่าจะเป็น สถานที่/เหตุการณ์ ที่อยู่ใน Theme ของเพลง  แต่คุณอติภพกลับลืมมองบริบทในเชิงของ “เนื้อหา” และ “จุดมุ่งหมาย” ของเนื้อเพลงส่วนนั้นไปอย่างน่าประหลาด  ผมฟังแล้วผมเข้าใจได้ว่า ท่อนนี้ทั้งท่อนหากตัดประโยค เดือนตุลา ออกไป มันจะเป็นเพียงการสาธยายเหตุการณ์ในคืนหนึ่ง ที่คนหลายๆคนทำกิจกรรมต่างๆกัน ...แต่ประโยคเดือนตุลา เมื่อใส่เข้ามาแล้ว มันก็เห็นจุดประสงค์ของผู้แต่งที่ต้องการจะย้ำ คนทั่วไปนั้นบางครั้งอาจจะสนใจเรื่องของตนเองจนลืมไปว่า มีคนที่เขาสละชีวิตของตนเพื่ออุดมการณ์ เพื่อสังคม เพื่อชาติ เหมือนคนเดือนตุลา เหมือนทหารในเนื้อเพลงนี้  ผมจึงไม่เห็นว่า ประโยคนี้จะมีความสะเปะสะปะหรือผิดบริบทแต่อย่างใด แต่มันทำหน้าที่ในการย้ำเนื้อหาหลักที่ต้องการจะสื่อให้ชัดขึ้น 

 

ประการที่สาม เพลงเป็นสื่อบันเทิง มุ่งให้ความบันเทิงหรือสร้างอารมณ์แบบใดแบบหนึ่งให้กับคนฟัง แน่นอนว่าเพลงมีพลังมากพอที่จะทำให้คนลุกขึ้นมาทำอะไรก็ตามทั้งดีหรือร้ายได้ จึงมีความจำเป็นท่ีจะต้องมีความระมัดระวังในการแต่งเนื้อเพลง ...​อย่างไรก็ดี  คุณอติภพคงเห็นว่า ควรจะต้องระวังกับ  Fact ให้มาก จึงได้ยกประเด็นเรื่อง ข.จ.ก. ซึ่งจริงๆแล้ว เป็น B.R.N. ขึ้นมา   

 

ในจุดนี้ผมเห็นค่อนข้างต่างมาก เพราะถ้าคุณอติภพมาแต่งเพลงจริงๆ จะพบว่า มันค่อนข้างยากมากที่จะหาคำแต่ละคำเพื่อให้มีสัมผัสที่ฟังได้ ยิ่งเพลงภาษาไทยยิ่งมีความลำบากมากเพราะมีข้อจำกัดเรื่องวรรณยุกต์เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เพลงหนึ่งเพลงมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลเทียบเท่ากับ essay สั้นๆ ที่เราเขียนส่งเวลาสอบภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่มากไปกว่านั้น ไม่สามารถใส่ footnote หรือวงเล็บอ้างอิงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการได้ ฉะนั้นจริงๆแล้ว Fact ที่แม่นยำเป๊ะๆเหมือนที่คุณอติภพคาดหวังจากเพลงนี้นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือทำได้ยากยิ่งยวดมากๆ  

 

สิ่งที่นักแต่งเพลงควรจะระมัดระวังในการแต่งเพลง ผมคิดว่า เป็นเรื่องของ “จุดมุ่งหมาย” ของเนื้อเพลงที่แต่งออกมามากกว่าที่ควรจะต้องระมัดระวัง เพราะเนื้อเพลงนี่เองที่หอบเอา “จุดมุ่งหมาย” ของคนแต่ง เข้าไปในใจของผู้ฟัง ถ้าจุดมุ่งหมายถูกเป็นแบบใด เนื้อเพลงก็จะสะท้อนออกไปแบบนั้น สำหรับผมเมื่อฟังเพลงราตรีสวัสดิ์ รวมถึงฟังการสัมภาษณ์ของผู้แต่งแล้ว  ผมเห็นว่า จุดมุ่งหมายกับเนื้อเพลงของเขานั้นมีความสอดคล้องกันอย่างแน่นแฟ้น ลงไปในระดับประโยคเลยทีเดียว  และจุดมุ่งหมายเพื่อให้เห็นใจและให้กำลังใจ คนที่ “ถูก” บัญชาการให้ไปประจำการในพื้นที่อันตรายนั้น ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีความเสียหายตรงไหน  ซ้ำยังน่าจะกระตุ้นให้คนไทยไม่ลืมและไม่ชาชินกับปัญหาภาคใต้ รวมถึงกิจกรรมทางสังคมอื่นๆอีกด้วย

 

หากเพลงราตรีสวัสดิ์เป็นบทความที่ลงในหนังสือพิมพ์อย่างที่คุณอติภพเขียนแล้วละก็ ผมจะเห็นด้วยกับคุณอติภพอย่างยิ่งกับการตำหนิความไม่แม่นยำในเนื้อหา แต่ใช้เกณฑ์การวิเคราะห์บทความมาวิจารณ์เพลงนี่ผมเห็นว่ามัน “ผิดกาละเทศะ” ไปสักหน่อย 

 

ประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่า การมองอะไรแบบผิวเผิน และใช้คอนเซปใหญ่ๆอย่างคำว่า “ชาตินิยม” มาจับอย่างเผินๆ โดยไม่ได้คำนึงถึง บริบท( ซึ่งในที่นี้หมายถึงจุดมุ่งหมายของคำแต่ละคำ ประโยค วรรค ที่มีหน้าที่ของตนมารวมกันเป็นเพลงเพื่อนำเสนอจุดมุ่งหมายหนึ่งๆ ) และรายละเอียดต่างๆในเพลงเลยนั้น ก็อาจทำให้การรับรู้เนื้อเพลงและจุดมุ่งหมายของเพลงพลาดไปก็ได้ ซึ่งผมก็ว่านี่เป็นการสะท้อนความ “บิดเบี้ยวทางความคิดและการรับรู้” อันเนื่องมาจากการศึกษาเช่นกัน

 

ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าเพลงราตรีสวัสดิ์ได้ดึงให้ประเด็นภาคใต้กลับเข้ามาอย่ในความสนใจของคนในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในแบบที่เคลิ้มไปกับเพลง และแบบที่วิพากษ์วิจารณ์  สำหรับผมแล้ว ผมชื่นชมใน “ความตั้งใจดี” ของผู้แต่ง แม้ว่าจะไร้เดียงสา ขาดข้อมูล หรืออะไรก็แล้วแต่ตามที่ผู้คนจะว่ากันไป แต่ผมคิดว่า คนที่ “ตั้งใจดี” ควรจะได้รับการส่งเสริม การส่งเสริมนี้มีหลายรูปแบบรวมถึงการวิพากษ์ด้วย คือ การที่ตำหนิแต่ขณะเดียวกันก็มีการเสนอทางออกหรือแนวทางอื่นๆที่ดีกว่าให้ด้วย มิใช่ติแต่เพียงอย่างเดียว การติเพื่อก่อนี่เอง ที่จะทำให้คนที่ “ตั้งใจดี” ยังคงมีกำลังใจจะทำสิ่งดีๆต่อไป และพัฒนาสิ่งที่ทำให้ดียิ่งขึ้น ตรงจุดมากขึ้น และสร้างประโยชน์ให้กับคนหมู่มากยิ่งขึ้นไป