การพัฒนาการศึกษาทั้งระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน ผู้บริหารทุกหน่วยงาน ได้ระดมความคิดเพื่อมาพัฒนาการศึกษาทั้งระบบในด้านต่าง ๆ เช่น
1. การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันสอนให้เด็กท่องจำหรือคิดวิเคราะห์ทิศทางที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร การจัดการเรียนการสอนสอดคล้องกับหลักสูตรหรือไม่
2. การออกข้อสอบทั้งแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ การทดสอบความถนัด และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ สอดคล้องกับที่สอนหรือไม่
3. เด็กไทยเรียนในห้องมากเกินไปหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้เด็กในห้องเรียนน้อยลงแล้วมีเวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียนเพิ่มขึ้น
4. ระบบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา มีความเหมาะสมหรือยัง สอดคล้องกับสิ่งที่ควรจะเป็นหรือไม่
5. สถาบันศึกษาผลิตผู้เรียนที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของประเทศหรือยัง
6. ระบบการประเมินการวัดผลหรือการประเมินสถาบันศึกษาเที่ยงตรง ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
รศ.ดร. สมพงษ์ จิตรระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจะปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนแบบคิดวิเคราะห์ จะต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนให้ครูมีอิสระทางวิชาการปราศจากการครอบงำจากส่วนบน ครูต้องปรับวิธีการสอนทั้งระบบ ไม่ใช่แค่อบรมแบบชั่วครั้งชั่วคราว ควรพัฒนาครูตั้งแต่เรื่องทำแผนการสอน จัดทำสื่อการสอน จัดตารางสอนในโรงเรียนในโรงเรียนแต่ละแห่งมีวันพิเศษสัปดาห์ละ 2 วันที่ให้เด็กเรียนครึ่งวันทำกิจกรรมครึ่งวัน
คุณหญิงสุชาดา กีระนันท์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์ หากจะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนรู้เชิงคิดวิเคราะห์ ควรเน้นทักษะด้านภาษา หลักสูตรปัจจุบันใช้ได้ แต่เนื้อหาสาระแน่นเกินไป เรียนในห้องมากเกินไปคือการกวดวิชาเพื่อเข้าเรียนต่อให้ได้ซึ่งเป็นวิกฤตของการศึกษาไทย ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องไล่ทั้งระบบ
การแก้ปัญหาการศึกษาไทยนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนทั้งประเทศ ซึ่งมีอยู่ทุกระดับ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย นโยบายเปลี่ยนบ่อย การศึกษาควรทำเป็นวาระแห่งชาติ
สรุปการแก้ปัญหาการศึกษาควรทำไปพร้อม ๆ กัน ทั้งตัวครู ตัวเด็ก ตัวผู้บริหารโรงเรียน ตัวนโยบาย ตัวรัฐบาล และตัวระบบวิธีการต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆที่รับผิดชอบควรร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
ปู ปิ๊ด ปี๋