สุวัฒนา ศรีพื้นผล นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ
เด็กกับข่าวและความรุนแรงในทีวี
เครื่องรับโทรทัศน์หรือทีวีกลายเป็นของใช้จำเป็นประจำบ้านในสังคมยุคปัจจุบัน แต่ละครอบครัวใช้ทีวีเป็นสื่อเพื่อรับข่าวสารและความบันเทิงในชีวิตประจำวัน แต่ละวันคนหลายคนใช้เวลาในการดูทีวีไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง โดยอาจไม่ทันคิดว่า ทีวีสามารถเป็นสื่อ ที่มีอิทธิพลสูงมากต่อการสร้างค่านิยมและพฤติกรรมของผู้ชม รวมทั้งอาจไม่ได้สังเกตว่ารายการทีวีหรือพฤติกรรมที่แสดงให้เห็น
ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ การแสดงบันเทิง
หรือแม้แต่ข่าวในทีวีเป็นจำนวนมากล้วนแต่เป็น “การแสดงออกถึงความรุนแรง” และความรุนแรงนั้นสามารถส่งผ่านมาถึงหรือมีอิทธิพลต่อคนในสังคมโดยเฉพาะผู้ชมที่เป็นเด็กและวัยรุ่น
มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่าความรุนแรงในทีวีนั้นสามารถทำให้เด็กและวัยรุ่น
- กลายเป็นคนเฉยชา
และเคยชินกับความน่ากลัวที่แฝงอยู่ในการกระทำที่รุนแรง
- คุ้นเคยกับการยอมรับว่าความรุนแรงเป็นวิธีการหนึ่งในการแก้ปัญหา
- เลียนแบบการกระทำรุนแรงที่เกิดจากทีวี
-
เลียนแบบตัวละครหรือผู้แสดง เหยื่อและ/หรือผู้กระทำ
การที่เด็กดูรายการทีวีที่มีเนื้อหารุนแรงบ่อยครั้ง
สามารถทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพิ่มขึ้น
แต่ก็มีโอกาสพบได้เช่นกันว่า
การดูรายการที่แสดงความรุนแรงแม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเพิ่มขึ้น
เด็กที่เห็นภาพการแสดงความรุนแรงที่สมจริงสมจัง
แสดงซ้ำๆ หรือไม่เห็นว่าผู้กระทำได้รับลงโทษ
เด็กก็จะมีแนวโน้มที่จะเลียนแบบการกระทำที่เห็น
เด็กที่มีปัญหาบางอย่างอยู่แล้ว เช่น
มีปัญหาอารมณ์หรือปัญหาพฤติกรรม ปัญหาการเรียนรู้
หรือปัญหาการควบคุมตนเองก็จะเป็นเด็กที่ยิ่งเสี่ยงที่จะได้รับอิทิพลจากทีวีได้สูง
ผลกระทบอาจเกิดขึ้นทันที หรือใช้เวลานานนับปีกว่าจะแสดงออก
แม้ว่าบรรยากาศในครอบครัวของเด็กคนนั้นจะไม่ได้มีปัญหาความรุนแรงก็ตาม
พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กในปกครองและคุ้มครองป้องกันเด็กจากการเสพสื่อที่รุนแรงโดยหนทางดังนี้
- พึงระมัดระวังการติดตามชมข่าว
ภาพยนต์ รายการทีวีต่างๆของตนเอง บ่อยครั้งที่พบได้ว่า
พ่อแม่เองสนใจติดตามข่าวที่อาจมีภาพและเนื้อหาที่รุนแรง
- สอดส่องและสนใจในรายการทีวีที่เด็กดูและใช้เวลาดูร่วมกับเด็กบ้าง
- ตกลงเวลากับเด็กเพื่อจำกัดเวลาสำหรับการดูทีวีที่เหมาะสมและไม่ควรปล่อยให้มีทีวีตั้งอยู่ในห้องนอน
- คุยกับเด็กและชี้ให้เห็นว่า
แม้ว่าจะเป็นการแสดง
ซึ่งผู้แสดงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือตาย แต่ในชีวิตจริงแล้วการกระทำที่รุนแรงนั้น
ส่งผลให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
- ไม่ควรอนุญาตให้เด็กดูรายการที่ทราบว่าเป็นรายการที่รุนแรง
ควรเปลี่ยนสถานีหรือปิดทีวีเมื่อมีฉากที่ไม่เหมาะสม
พร้อมกับอธิบายว่าเหตุใดพ่อแม่จึงทำเช่นนั้น และการแสดงเช่นนั้นไม่เหมาะสมอย่างไร
- แสดงออกให้เด็กเห็นว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับ/ไม่พอใจ การแสดงที่ไม่เหมาะสมนั้นและย้ำเตือนถึงความเชื่อของพ่อแม่ในประเด็นที่ว่าการกระทำรุนแรงไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา
- ลดทอนแรงกดดันที่อาจเกิดจากเพื่อนๆ ด้วยการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้ปกครองคนอื่นๆ
เพื่อให้ปฏิบัติกับเด็กๆในทิศทางเดียวกัน เช่น
เวลาสำหรับการดูทีวีและรายการทีวีที่เด็กควรดูหรือไม่ควรดู
มาตรการเดียวกันนี้
พ่อแม่ควรใช้เพื่อระมัดระวัง
และป้องกันเด็กจากการเสพสื่ออย่างอื่น
รวมทั้งประเด็นไม่เหมาะสมอื่นๆ เช่น
การดูถูกเหยียดหยาม การแบ่งพรรคแบ่งพวก
พ่อแม่ควรควบคุมเวลาที่เด็กใช้ในการดูทีวีและสื่อต่างๆ
ไม่ว่ารายการที่เด็กสนใจจะมีเนื้อหาอย่างไรก็ตาม
เพราะการที่เด็กใช้เวลากับทีวีและสื่อต่างๆ มากเกินไปนั้น
ย่อมจะลดทอนเวลาที่เด็กจะได้ทำกิจกรรมอื่นที่อาจเป็นประโยชน์มากกว่า
เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นและใช้เวลากับเพื่อน
และการใช้เวลาว่างกับงานที่สร้างสรรค์
ข้อสำคัญพ่อแม่และผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการหล่อหลอมเด็กตั้งแต่เยาว์วัย ช่วยสร้างทัศนคติในการเลือกรับสื่อ และวางตนให้เด็กๆอย่างชัดเจนว่า
ไม่นิยมความรุนแรงที่แสดงออกในสื่อ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพียง
“การแสดง” ก็ตาม
***************************************************