เช้านี้แจ่มใสทั้งภายในและภายนอก มองไปรอบทิศรู้สึกเบาสบาย

ก็คงพิจารณาว่าวันนี้  ณ  เวลานี้จะทำอะไรบ้างกับชีวติที่หยัดยืนอยู่

เพื่อไม่ให้เวลาขณะผ่านไปแบบลมๆแล้งๆ

นึกถึงพุทธสุภาษิตบทหนึ่งว่า

ขโณ มา โว อุปจฺจคา

อย่าให้เวลาล่วงเลยเราท่านไปโดยไร้ประโยชน์

สุภาษิตบทนี้ สอนให้บุคคลเป็นผู้รู้จักกาลอันสมควรอันได้นามว่า

กาลัญญูชน ชนผู้รู้จักกาลสมัยและเวลาอันสมควร

และเหมาะแก่ภาวะของกิจการทั้งปวงได้

และทั้งเป็นไปในคติโลก  และคติธรรมนำให้ประสบผล

สมควรแก่การที่ตนได้กระทำไว้ เพราะ กาลัญญูชนเท่านั้น

 ย่อมเป็นผู้รู้จักหลีกเลี่ยงความหายนะ

ภัยพิบัติทั้งปวงไม่ให้มีช่วงโอกาสเกิดขึ้น  

ดำเนินสู่วิธีแห่งประโยชน์ที่จะได้รับ    และประโยชน์ที่มีอยู่แล้ว 

ให้เจริญยิ่งขึ้นตามลำดับฯ แต่ผู้ไม่รู้จักกาลเวลา

แม้เมื่อจะทำกิจการ ย่อมทำให้ผิดสมัย

คือ  ด่วนทำเสียก่อนยังมาไม่ถึง

การงานนั้นย่อมมีผลไม่ไพศาล หรืออีกอย่างหนึ่ง

เมื่อถึงคราวที่ตนจะต้องทำแล้ว แต่อาศัยความเกียจคร้าน

หรือความท้อแท้ปล่อยให้กาลล่วงไปเสีย

จึงปรารภจะทำเมื่อภายหลัง

 เช่นนี่ตนก็เป็นผู้คลาดจากประโยชน์อันจะพึงได้พึงถึงเช่นเดียวกันฯ

บุคคลผู้ไม่รู้จักกาล ถึงคราวก็ไม่ประกอบกิจหรือทำให้ผิดเวลาไป

ด่วนไปบ้าง ช้าไปบ้างย่อมได้รับความเสื่อมเสีย

หรือได้รับบ้างก็ไม่พอแก่ประโยชน์ของการงานนั้นฯ

ส่วนบุคคลผู้กาลัญญูรู้จักสมัยเวลา ทำธุระให้เหมาะแก่กาล  

ย่อมจะได้บรรลุความเจริญงอกงามตั้งแต่ต้น

ที่ลงมือกระทำแล้วอย่างแน่นอน

ธรรมะสวัสดีขอรับ..