ทำยังให้องค์กรอยู่รอด เราอยู่รอด
สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน หลายองค์กรตกอยู่ในวิกฤต ทุนหาย กำไรหด โบนัสลด เงินเดือนตัน ด้วยสาเหตุที่รู้กันอยู่ว่าเกิดจากเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ และแถมด้วยโรคระบาดที่ฉุดเศรษฐกิจไทยให้ถอยหลังลงคลองณ นาทีนี้ทุกคนในองค์กรจึงต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเพื่อประคององค์กรของตนให้ขับเคลื่อนผ่านมรสุมให้ผ่านพ้นไปให้ได้ โดยร่วมแรงร่วมใจทำงานให้ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการอีก และเปิดกลุ่มตลาดลูกค้าใหม่ให้มาลองใช้สินค้าและบริการของเราให้ได้Brand ambassador จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ผมภูมิใจนำเสนอให้ผู้อ่านลองนำไปใช้ในองค์กร โดยแนวคิดนี้เชื่อว่า “ไม่มีใครประชาสัมพันธ์องค์กร ได้ดีเท่าพนักงานในองค์กรเอง” เพราะการประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ แบบปากต่อปาก เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ลงทุนต่ำและโน้มน้าวใจผู้ฟังอย่างได้ผล กลยุทธ์นี้ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการตลาดเป็นผู้ปฏิบัติ แต่พนักงานทุกคนต้องเป็นผู้ปฏิบัติที่เปรียบได้ดังฑูตขององค์กรเพื่อประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ ให้ลูกค้าได้รับทราบ และให้ลูกค้าประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปากกับเพื่อนของลูกค้าเอง และข้อมูลก็จะกระจายแบบใยแมงมุมในเวลาอันรวดเร็วความท้าทายจึงอยู่ที่ข้อมูลขององค์กรที่ต้องการประชาสัมพันธ์ว่าจะทำอย่างไรเพื่อบอกเล่าให้กับพนักงานได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ให้ตรงกันทุกคน และฝึกให้พนักงานเล่าเรื่องราวที่ต้องการประชาสัมพันธ์กับลูกค้าในจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมได้ เช่น …ไข่ไก่ของ MK Restaurant ทุกฟอง ได้จากแม่ไก่ที่เลี้ยงในโรงเรือนปิด จากฟาร์มที่มีระบบป้องกันโรคและระบบสุขาภิบาลที่ดี ทำให้แม่ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ส่งผลให้ไข่ไก่มีคุณภาพ ปลอดเชื้อ โดยไข่ไก่ทุกฟองผ่านการคัดแยกขนาด ผ่านการล้างและการฆ่าเชื้อทุกฟองตามมาตรฐาน GMP , HACCP และ ISO9001:2002 โดยไข่ไก่สดส่งให้ครัวกลาง MK วันต่อวัน และมีการสุ่มตรวจสอบคุณภาพ 5% ก่อนคัดแยกสินค้าเฉพาะที่มีคุณภาพก่อนส่งมาให้บริการลูกค้าแต่ละสาขาจากตัวอย่างเรื่องไข่ไก่ MK ที่บริษัทลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งไข่ไก่อนามัยเพื่อเป็นข้อมูลในการสื่อสารกับลูกค้าให้ทราบเบื้องหลังการผลิตดังกล่าวข้างต้น และสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ Knowledge Management) เรื่องไข่ไก่แจ้งให้พนักงานทุกคนทราบ และฝึกพนักงานให้หาจังหวะในการบอกเล่าเรื่องราวของไข่ MK ว่ามีดีอะไรให้ลูกค้าทราบ เพราะเมื่อลูกค้าทราบข้อมูลเรื่องไข่ไก่ของ MK ลูกค้าย่อมนำไปบอกต่อกับเพื่อนของลูกค้าเองแต่ถึงแม้เราคิดผิด เพราะลูกค้าไม่ได้ไปบอกต่อ องค์กรก็ได้ประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ ที่ลูกค้าไม่เคยรู้มาก่อนให้รับทราบ อย่างน้อยก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมBrand ambassador จึงต้องอาศัยพนักงานทุกคน เพื่อเป็นทูตขององค์กรเพื่อสร้าง Brand ของตนเองให้แข็งแกร่งแบบปากต่อปาก เพราะเราเชื่อว่า
องค์กรเติบใหญ่ เราก็เติบโต
องค์กรอยู่ได้ เราก็อยู่รอด
ดังนั้นบุคคลทุกคนที่ทำงานในองค์กรที่ต้องการเงินเดือนเพิ่ม ต้องการมีงานทำที่มั่นคง และให้องค์กรอยู่ ก็พยายามช่วยกันเรื่องประชาสัมพันธ์องค์กรเพื่อจะได้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น มีใครประชาสัมพันธ์องค์กร ได้ดีเท่าพนักงานในองค์กรเอง อย่าเพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ไม่ใช้งานของฉันถ้าเมื่อไรองค์กรไม่มีลูกค้าไม่มีนักเรียนคุณก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกัน ดังนี้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้ถือว่าองค์กรคือบ้านของเราต้องช่วยกันรักษาให้บ้านสะอาดและคงทน
บทความโดย ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์ :
เราจะทำดีที่สุดเพื่อองค์กร อย่าถามว่าองค์กรให้อะไรกับเรา แต่ควรถามตนเองว่าเราได้ทำอะไรเพื่อองค์กรบ้าง
ยิ่งเราได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้น เราก็ต้องทำงานให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเองและองค์กร
การมีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่ เห็นความสำคัญของตัวเอง จะทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข
พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ได้ให้กำลังใจกับความรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า
ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะที่มีมือให้เมื่อย
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะที่มีขาให้ปวด
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะที่มีหัวหน้าให้เซ็ง
ถ้าเราเห็นงานแล้วเราเบื่อเหลือเกิน ก็จงดีใจเถอะที่มีงานให้เบื่อ
ผู้เขียนเห็นว่าคิดบวก ผนวกแจ่มใส จริงใจต่อกัน หมั่นประนีประนอม พร้อมสร้างสัมพันธ์ ฝ่าฟันความเครียด
จงมีความสุข สนุกกับงาน