รายงานผลการวิจัย
การพัฒนาความสามารถทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กเรียนอ่อนในระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้น
1.
ความสำคัญและที่มา
จากการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 พบว่า มีนักเรียนจำนวน 15 คน ขาดทักษะการปฏิบัติงานในแต่ละเนื้อหาที่ถูกต้องและบางคนไม่สามารถปฏิบัติได้เลย เป็นผลทำให้ไม่มีงานส่งครูหรือบางคนมีงานส่ง แต่ผลงานอยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรุง เมื่อครูซักถามในประเด็นหรือเนื้อหาที่สำคัญของการเรียนแต่ละครั้ง นักเรียนไม่สามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง
จากปัญหาที่พบ ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะแก้ไขปัญหาโดยการสร้างเอกสารประกอบการเรียนขึ้นมา เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติบ่อย ๆ จากเนื้อหาที่จัดลำดับความง่ายไปยากและเพื่อให้เกิดความชำนาญในการใช้คำสั่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ในระดับสูงต่อไป
2.
วัตถุประสงค์ในการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานของนักเรียนให้ถูกต้องตามวิธีการและขั้นตอนยิ่งขึ้น
2. เพื่อให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่เรียนอ่อนมีผลการเรียนทีดีขึ้น
3.
สมมติฐานสำหรับการวิจัย
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนการใช้เอกสารประกอบการเรียน
4.
ขอบเขตของการวิจัย
1.
ในการวิจัยพัฒนาครั้งนี้เป็นการสร้างเอกสารประกอบการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6
2. ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่เรียนอ่อน จำนวน 15คน ของโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546
5.
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.
สามารถใช้เอกสารประกอบการเรียนในการพัฒนาความสามารถทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กเรียนอ่อนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่
5 และ6 ได้
2. นักเรียนมีพัฒนาการในการปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามวิธีการและขึ้นตอนดีขึ้นหลังการฝึก
6.
วิธีดำเนินการวิจัย
1.
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้น ป.5-6
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546 จำนวน
15 คน
2. ตัวแปรที่ศึกษา
2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน
2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถทางการเรียนคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้น ป.5-6
3. วิธีการนำไปใช้ ใช้เอกสารประกอบการเรียนในการฝึก 1 ภาคเรียน ปีการศึกษา 2546 โดยมีการทดสอบทักษะความสามารถทางการเรียน ดังนี้
3.1 ทดสอบวัดความสามารถในการเรียนก่อนการฝึก 1 ครั้ง
3.2 ทดสอบความสามารถในการฝึกปฏิบัติเป็นระยะ ๆ เมื่อจบขึ้นตอนการฝึกแต่ละเนื้อหา
3.3 ทดสอบวัดความสามารถในการเรียนหลังการฝึก 1 ครั้ง
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
|
ข้อมูล/ผลที่จะเก็บ |
วิธีการ |
เครื่องมือ |
จำนวนครั้ง/ระยะเวลาที่เก็บ |
|
คะแนนความสามารถในการเรียนคอมพิวเตอร์ |
การทดสอบ |
แบบทดสอบ จำนวน 1 ฉบับ |
ทดสอบ 2 ครั้ง ก่อนการฝึก 1 ครั้ง หลังการฝึก 1 ครั้ง |
|
คะแนนทักษะการปฏิบัติงาน |
การตรวจผลงาน |
แบบฝึกปฏิบัติ |
ตรวจผลงาน 4 ครั้ง เมื่อจบแต่ละเนื้อหา |
5. วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
5.1 หาค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถทางการเรียนคอมพิวเตอร์ก่อนและหลังการฝึก
5.2 เปรียบเทียบคะแนนความแตกต่างระหว่างก่อนฝึกและหลังฝึกเป็นรายบุคคล
5.3 หาค่าร้อยละจำนวนนักเรียนที่มีข้อบกพร่องในการเรียนคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆ
6. สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย
7.
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
7.1
คะแนนเฉลี่ยความก้าวหน้าทางการเรียนคอมพิวเตอร์ของนักเรียนจากการทดสอบ
2 ครั้ง
พบว่า ความสามารถในการเรียนคอมพิวเตอร์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 จากการทดสอบ 2 ครั้ง เท่ากับ 5.93 และ 14.20 ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนสูงขึ้น
7.2 คะแนนความสามารถในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ก่อนและหลังการฝึก
เปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 5-6 ก่อนและหลังการฝึก จำนวน 15 คน
พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนของนักเรียนเท่ากับ 5.93 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 14.20ดังนั้น นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย = 14.20 – 5.93
= 8.27
นั่นคือ ภายหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน นักเรียนมีความสามารถในการเรียนคอมพิวเตอร์สูงขึ้น
7.3 จำนวนนักเรียนที่มีข้อบกพร่องในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆ
แสดงจำนวนนักเรียนที่มีข้อบกพร่องในการเรียนคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆก่อนฝึกจำนวนนักเรียนส่วนใหญ่มีข้อบกพร่องในการเรียนคอมพิวเตอร์ ด้านทักษะการปฏิบัติ คือ พิมพ์ข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ไม่คล่อง ฟังและอ่านคำสั่งภาษาอังกฤษไม่ออกต้องใช้เวลานาน จำขั้นตอนและวิธีการของแต่ละเนื้อเรื่องไม่ได้ คิดเป็นร้อยละ 100 , 86.67 และ 80.00 ตามลำดับ ส่วนด้านการจัดรูปแบบงาน คือ จัดระยะขอบกระดาษไม่ค่อยเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 93.33 แต่ภายหลังการฝึก พบว่า จำนวนนักเรียนที่มีข้อบกพร่องในด้านทักษะการปฏิบัติ มีจำนวนลดลงมาก ส่วนในด้านการจัดรูปแบบของงานไม่มีจำนวนนักเรียนที่มีข้อบกพร่อง นักเรียนทุกคนสามารถจัดรูปแบบของงาน ใช้คำสั่งต่างๆ เพื่อตกแต่งผลงานของตนเองได้
สรุปผล
ภายหลังการพัฒนาความสามารถทางการเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับเด็กเรียนนักเรียนมี
ความสามารถในการเรียนคอมพิวเตอร์อ่อนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ปรากฏว่า นักเรียนมีการพัฒนาความสามารถทางการเรียนดีขึ้น
อภิปรายผลจากผลการใช้เอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้น ปรากฏว่า นักเรียนมีความสามารถในการเรียนคอมพิวเตอร์ดีขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน พบว่า นักเรียนสามารถพัฒนาได้ตามระยะเวลาและจำนวนกิจกรรมที่ฝึกและเมื่อสิ้นสุดการฝึก พบว่า นักเรียนมีทักษะการปฏิบัติและทักษะการจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ของผลงานดีขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนามีการจัดลำดับความยากง่ายที่เหมาะสมกับผู้เรียน แสดงว่าเอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้นนี้ ช่วยให้นักเรียนมีความสามารถทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ดีขึ้น
ข้อเสนอแนะ
1. ควรฝึกเพิ่มเติมให้กับนักเรียนที่ยังมีข้อบกพร่องในด้านทักษะการปฏิบัติ โดยปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับลักษณะของข้อบกพร่องนั้นๆ
................ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มาเผยแพร่นะค่ะ