เรื่องนี้ก็แล้วแต่มุมมองครับว่าแบบไหนดีกว่ากัน

     วันแม่ของพวกเราในทุก ๆ ปี ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในเดือนสิงหาคม หลังจากวันแม่แห่งชาติ 1-2 สัปดาห์ แต่ปีนี้เลื่อนมาอยู่กลางเดือนกันยายน เนื่องจากมีเดือนซ้ำตามปฏิทินจีน  งานวันแม่ของพวกเราปีนี้ที่จริงคุณแม่ยืนยันว่า ไม่ต้องมีและไม่ออกไป รับประทานอาหารที่ร้านเหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา  ในที่สุดก็มาลงเอยกันที่ว่าจะมีการทำอาหาร 2 อย่างมาร่วมรับประทานกันที่บ้าน ตามประเพณีจีนคือ ผัดเส้นหมี่ กับ ไข่หวาน ในเย็นวันอังคารที่ 15 กันยายน แทนการจัดวันเสาร์หรือวันอาทิตย์อย่างที่เคยทำกันมา  และลูกหลานคนไหนว่างก็มาร่วมรับประทานผัดเส้นหมี่และไข่หวาน ตามประเพณีจีน

 

          ข้อตกลงนี้ก็คุยกันก่อนถึงวันงานและ ตกลงว่าให้บ้านลูกชายคนโต จัดการเรื่อง ผัดเส้นหมี่และไข่หวาน  ลูกหลานคนอื่น ๆ เมื่อใกล้วันงาน ก็ต่างพูดว่าจะนำอาหารมาสมทบอย่างสองอย่าง  เมื่อถึงวันงานจริง ๆ ปรากฏว่า มีอาหารจำนวนมากกว่าการไปจัดที่ภ้ตราคารเสียอีก  ดังในภาพ  ตอนแรกก็เอาโต๊ะมากาง 2 โต๊ะ แล้วก็ต้องเพิ่มเป็น 4 โต๊ะ มีโต๊ะวางอาหารเสริมอีก 2 โต๊ะ อาหารกลายเป็นมีทั้ง

    อาหารจีน...หูฉลาม หอยนางรม ห้อยจ้อ ขนมจีบ  เป็ดย่างเอ็มเค และ...

    อาหารไทย...กุ้งเผา ทอดมันกุ้ง พล่ากุ้ง ปลาช่อนนึ่งจิ้มแจ่ว  ปลาตะเพียนไร้กาง และ หมูมะนาวจากสุดยอดกุ๊กประจำบ้าน

    แถมด้วยอาหารญวน คือ แหนมเนือง จากขอนแก่นอีกหลายชุด

     หลังจากรับประทานกันจนเต็มที่แล้วก็ยังมีอาหารบางส่วนยังไม่ถูกแกะกล่อง และที่ทำเองก็ยังมีเหลืออีกมาก จึงต้องช่วยกันจัดใส่กล่องนำกลับไปรับประทานต่อที่บ้านของแต่ละคน......เหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้น ในการที่คนไทยนัดนำอาหารมารับประทานร่วมกัน  เพราะต่างคิดทำมาเผื่อหรือเอามาเผื่อคนอื่น  เพราะนัดกันอย่างง่าย ๆ ไม่ทราบแน่ว่าจะมีคนมาร่วมงานจำนวนเท่าไหร่แน่  ซึ่งจะต่างกับการนัดของชาวยุโรปส่วนใหญ่ที่เขาจะนัดกันชัดเจนว่าจำนวนคนที่จะไปร่วมงานมีจำนวนกี่คน  เขาจะเตรียมอาหารพอดีกับจำนวนคนที่จะมาร่วมงาน  เรื่องนี้ก็แล้วแต่มุมมองครับว่าแบบไหนดีกว่ากัน