แนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียนแบบมีส่วนร่วม
เมื่อเดืนกรกฏาคม ผมได้ประชุมสภานักเรียนระดับจังหวัด โดยได้เชิญประธานสภานักเรียน และ คุณครูที่รับผิดชอบมาด้วย ได้ระดมความคิดเห็นระหว่างความต้องการของคุณครู และ ความต้องการของนักเรียน
ผลปรากฏว่ามีช่องว่างระหว่างความต้องการอยู่มาก ผมจึงได้สรุปความต้องการดังกล่าว ให้ทุกโรงเรียนทราบ เพื่อหาทางออกของความพอดีร่วมกัน ระหว่างครูและ นักเรียน
โดยผมเองก็คิดยังไม่ออกว่าจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะเคลียร์ปัญหาของแต่ละฝ่ายออกมาได้
มาวันนี้ ผมได้อ่านหนังสือวิธีพูดและสอนเด็ก
ทำให้พบทางออกของปัญหาดังกล่าว 6 ขั้นตอน ดังนี้ครับ
1. ฟังความรู้สึกและความต้องการของนักเรียน
2. สรุปแนวความคิดของนักเรียน
3. แสดงความรู้สึกและความต้องการของครู
4. ชวนนักเรียนในห้องให้ระดมความคิดกับครูเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน
5. จดบันทึกแนวความคิดทั้งหมดของนักเรียน โดยไม่มีการประเมินผล
6. ตัดสินใจร่วมกันว่าจะใช้ความคิดใด และ วางแผนว่าจะนำแนวความคิดนั้นๆ ไปปฏิบัติจริงได้อย่างไร
ทั้ง 6 ขั้นตอน ค่อนข้างจะสอดคล้องกับวิธีการของเวทีครอบครัวสุขภาวะ ที่ผมดำเนินการอยู่เลยครับ ผมว่าถ้านำไปใช้จริงในห้องเรียน น่าจะได้ผลดีครับ
แต่จะใช้ได้ผลดี ผมว่าคงจะต้องสร้าง
"พื้นที่ที่ปลอดภัย"
"พื้นที่แห่งความไว้วางใจ"
เสียก่อนนะครับ นักเรียนจึงจะกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าเปิดใจ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกัน

ผมเองยังไม่เคยลองนำไปใช้ จึงไม่มีประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟัง
แต่จะพยายามนำไปขายความคิดดูครับ


สวัสดีครับท่านรอง
มีเรื่องทำนองนี้มาแบ่งปันครับ (อาจไม่เกี่ยวกันซะทีเดียว)
วันนึงครูสมมุติสถานการณ์ขึ้นมา
ให้นักเรียนเขียนจดหมายถึงแม่ บอกว่าตัวเองพบรักแท้ ไม่อยากเรียนแล้ว จะไปแต่งงานใช้ชีวิตกับแฟนหนุ่ม ซึ่งร่ำรวยมาก มีเงินใช้ตลอดชาติก็ไม่หมด ครูย้ำว่า ต้องให้เหตุผลที่ทำให้แม่คล้อยตามเห็นด้วย...
วันที่สอง
ครูสมมุติให้นักเรียนเป็นแม่ หลังจากที่แม่ได้รับจดหมายแล้ว ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูก
และเขียนจดหมายถึงลูก อธิบายเหตุผลให้ลูกจากจุดยืนของแม่
...
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
เรื่องมีประมาณนี้ครับ จำได้เลา ๆ เลยเล่าได้ไม่เร้าใจ คนเล่าให้ผมฟังเล่าน่าสนใจกว่านี้ครับ
คุณหนานเกียรติครับ
เป็นความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากครับ เกี่ยวกันโดยตรงเลยครับ สำหรับ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา
เสริมเติมเต็มได้ตรงประเด็น ตรงจุดเลยครับ
ขอบคุณมากครับ
* เด็กๆสมัยนี้เขาต้องการพื้นที่ได้แสดงออกทางความคิดและกล้านำเสนอในสิ่งต่างๆมากขึ้นค่ะ

* สำหรับวัฒนธรรมการเรียนในชั้นของ Pually จะมีการวางกฎ-กติกา-มารยาท ร่วมกัน และมีบทลงโทษหากละเลยบทบาทหน้าที่ของตน ให้อิสระในการคิดและจัดการเรื่องต่างๆด้วยตนเอง โดยมีครูคอยช่วยชี้แนะและช่วยปรับให้เป็นไปตามกรอบของเนื้อหาเพื่อก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายตามวัตถุประสงค์ค่ะ
คุณK.Puallyครับ
จากที่เล่ามา ต้องขอชมเชยจากใจจริงครับ เป็นคุณครูแนวใหม่ใจกว้าง สรรค์สร้างการพัฒนาเด็กให้เขากล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก ดีมากเลยครับ
ขอแลกเปลี่ยนด้วยค่ะ...อ่านความเห็นของคุณหนานเกียรติ...เลยนึกถึงเทคนิคการสลับบทบาท...ซึ่งนำมาใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน...โดยจำลองเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ที่ผ่านมา แล้วให้สองฝ่ายสลับบทบาทกัน...ว่าหากสถานการณ์เกิดขึ้นกับเขาอย่างนี้เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร และโต้ตอบกลับไปอย่างไร เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจสถานภาพเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน...และให้รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมากขึ้น
ขอบคุณมากค่ะ...
อาจารย์ Vij ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาช่วยเสริมเติมเต็มความคิดของคุณหนานเกียรติ ช่วยเสริมแนวคิดในการแก้ปัญหาเด็กในการหาทางออกร่วมกันด้วยครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ผมอ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆครับ
" เปิดใจครู รับรู้ปัญหา.. กล้าเผยความใน ให้หนทางแก้
จดแม้แนวคิด พิจารณาร่วมกัน สร้างสรรค์สิ่งที่ดี" ครับ
ขอบคุณสำหรับความคิดดีๆ ครับ
คุณณัฐวรรธน์ครับ ตรงนี้สุดยอดเลยครับ
เปิดใจครู รับรู้ปัญหา.. กล้าเผยความใน ให้หนทางแก้
จดแม้แนวคิด พิจารณาร่วมกัน สร้างสรรค์สิ่งที่ดี"
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านความคิดเห็นดี ๆ มีประโยชน์ค่ะ
อีกแนวคิดหนึ่งคือ แนวคิด "เพลิน" หรือ Play & Learn ของท่านดร.ชัยอนันต์ สมุทวานิช ค่ะ
เด็กมักจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการเล่น...ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ อ. small man
มาเยี่ยมแล้วค่ะ
"พื้นที่ที่ปลอดภัย"
"พื้นที่แห่งความไว้วางใจ"
ชอบมากๆค่ะ
สองพื้นที่ไม่ต้องมากมาย...แค่มีความปลอดภัยและไว้วางใจ..ความอบอุ่นก็เกิดในรั้วโรงเรียนได้ค่ะ
คุณคนไม่มีรากครับ
แนวคิดเพลิน(เพลย์ แอนด์ เลิร์น) เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยครับ ท่านเขียนไว้หลายปีมาแล้ว ถ้าคุณครูนำมาใช้ละก็ เด็กจะมีความสุขกับการเรียนครับ
ขอบคุณครับ
ครูจิ๋วครับ
มาช่วยกันสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย และ พื้นที่แห่งความไว้วางใจกันนะครับ
ขอบคุณมากครับ
คุณนกทะเลครับ
มีความปลอดภัย และ ความไว้วางใจ ความอบอุ่นเกิดในโรงเรียนแน่นอนครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับท่านรองฯ
ความไว้วางใจ เป็นที่มาของการเกิดพื้นที่ปลอดภัยครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณอาจารย์คมสันครับ
ท่านรองฯ..เห็นด้วยกับครูที่ปรึกษา(ประจำชั้น)ที่ดูแลนักเรียนไปทุกระดับจนจบชั้นเรียนดีหรือไม่ค่ะ...กับการไม่ได้สอนชั้นนี้แต่ได้มาประจำชั้น...ส่งผลดีและผลเสียหรือไม่..อย่างไร..
คุณRindaครับ
เรื่องการประจำชั้นของครู ขอตอบตอบความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ(อาจจะผิดก็ได้) ผมมีความคิดเห็นว่า ถ้าได้ครูดีครูก็น่าจะประจำชั้นเด็กไปจนจบชั้นเรียน(ถ้าเป็นไปได้) เพราะคุณครูจะรู้จักกับเด็กดี ติดตามแก้ไขได้อย่างต่อเนื่อง แต่ที่นี้ สมมติว่ามีคุณครูที่เด็กไม่ชอบ ประจำชั้นตลอดไป ก็จะสร้างปัญหาให้เด็กชั้นนั้นไปตลอดเหมือนกัน
มีอยู่โรงเรียนหนึ่งครับ เด็กย้ายหนี ไป 1 ปี เพราะไม่ชอบครูประจำชั้นคนนี้ พอพ้น 1 ปี ขึ้นชั้นใหม่ ก็ย้ายกลับมาโรงเรียนเดิมครับ
ทำไมถึงพลาดอ่านเรื่องนี้ แนวความคิดนี้เยี่ยมมากค่ะ อาจจะเคยทำแบบนี้บ้างแต่มันไม่เป็นระบบ หรือทำได้ไม่ครบทุกขั้นตอน ทำได้ครึ่งๆกลางๆ แล้วก็เปลี่ยนไปทำแบบอื่น โดยไม่ได้ดูผล จะนำแนวความคิดนี้ไปใช้อีกครั้งค่ะ /ขอบคุณมากๆ