เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว (28 สิงหาคม 2552) ผมได้จัดกิจกรรมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการขยายผลการลดต้นทุนการผลิตข้าวของจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นการขยายผลการลดต้นทุนจากเกษตรกรต้นแบบ ซึ่งถือว่าเป็นครูติดแผ่นดินข้าว ที่มีการทำนาต้นทุนต่ำอยู่แล้ว ขยายผลไปสู่เกษตรกรข้างเคียงในอัตรา 1 : 10 จังหวัดกำแพงเพชร มีเป้าหมายครู 9 คน เกษตรกรขยายผล 90 คน ใน 9 อำเภอ (เป็นการนำร่อง)
ประเด็นของการลดต้นทุนนั้นในภาพรวมจะมีอยู่ 4 ประเด็นหลักๆ ตามภาพด้านล้างนี้
ในกระบวนการทำงานจะมีการประชุมก่อนและหลังการดำเนินกิจกรรมของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้นแบบหรือครูติแผ่นดินข้าว ส่วนในภาคสนามจะมีการจัดเวที ลปรร.ระหว่างเกษตรกรต้นแบบ / เกษตรกรขยายผล และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรจันวน 4 ครั้ง ประกอบด้วย
-
เวทีหลักคิด
-
เวทีหลักวิชา
-
เวทีปฏิบัติ และ
-
เวทีการสรุปผล
ผมช่วยดูแลในเวทีที่ 2 เวทีหลักวิชา ซึ่งเป็นการตรวจพิกัดด้วยเครื่อง GPS เพื่อให้ทราบชุดดิน แล้วทำการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินอย่างง่าย จากนั้นก็คำนวณสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมของแต่ละแปลง ซึ่งหน้าตาของผลการปฏิบัติงานในเวทีที่ 2 จะได้ตามแบบนี้ครับ http://gotoknow.org/file/yutkpp/soil_kpp.xls ซึ่งผมออกแบบใหม่ให้ง่ายต่อการใช้ประโยชน์
ทั้งเวทีประชุมก่อนเริ่มดำเนินโครงการ และการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานในครั้งนี้ ผมจะเชิญนักวิชาการในพื้นที่เข้าร่วมเสมอเพราะปัจจัยของความสำเร็จของงาน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมในพื้นที่นั้นมีส่วนสำคัญที่จะทำให้กิจกรรมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก กิจกรรมที่ได้กำหนดไว้ และดำเนินการมี 3 เรื่องหลักๆ คือ
-
การทบทวนและนำเสนอภาพรวมของการดำเนินกิจกรรม ปัญหา-อุปสรรคต่างๆ

การสรุปผลการดำเนินงาน
-
การนำเสนอข้อคิดเห็นต่อกิจกรรมที่ดำเนินการ ซึ่งภาพรวมต่างเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีกิจกรรมต่างๆ ตรงกับความต้องการทั้งของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเอง และความต้องการสนใจใคร่รู้ของเกษตรกร

ดีครับดี..มีการใช้หลักวิชาและกระบวนการที่เหมาะสม
-
การสรุปบทเรียนและถอดองค์ความรู้ที่ได้ใช้ในแต่ละพื้นที่แล้วได้ผล เป็นภูมิปัญหาหรือความรู้ที่ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ

การนำเสนอเทคนิควิธี/ภูมิปัญญาชาวนาที่ใช้จริงและได้ผลมาแลกเปลี่ยนและแบ่งปัน เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดเพียง 1 วัน ในประเด็นของการเล่าประสบการณ์และถอดองค์ความรู้ ผมก็เลยต้องใช้วิธีให้เกษตรกรต้นแบบ(ครูติดแผ่นดินข้าวทั้ง 9 ทานจาก 9 อำเภอ) ช่วยบันทึกรายละเอียดลงในแบบ/กระดาษไว้เพื่อที่ผมจะได้นำมาจัดพิมพ์รวบรวมไว้ใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่สู่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมีเนื้อหาที่หลากหลาย เช่น
-
การเลี้ยงหอยเชอรี่ (ครูวิรัตน์ พรหมศรี จากอำเภอปางศิลาทอง)
-
การทำน้ำหมัก พด.2 ย่อยสลายฟาง (ครูถวิล ศรีวัง จากอำเภอคลองขลุง)
-
การใช้เชื้อราขาวบิวเวอร์เรียปราบเพลี้ยกระโดด (ครูบรรจง จากอำเภอลานกระบือ)
-
การใช้ราเขียวเมตาไรเซี่ยม
-
การขยายเชื้อบีทีกำจัดหนอนกอ/ห่อใบข้าว(ครูภิญโญ เทียนชัย อำเภอเมือง)
-
การใช้ปูนขาวช่วยให้ต้นข้าวแข็งแรงฯ(ครูวิรัตน์ พรหมศรี จากอำเภอปางศิลาทอง)
-
การป้องกันหอยเชอรี่ในระยะหว่านข้าว (ครูสมศักดิ์ บุญเกิด อำเภอทรายทองวัฒนา)
-
การป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดด้วยสารธรรมชาติ (ครูจำนง กิจการ อำเภอขาณุวรลักษบุรี)
-
การย่อยสลายฟางด้วยแสงแดด (ครูสมศักดิ์ บุญเกิด อำเภอทรายทองวัฒนา)
-
การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวแบบผสมผสาน (ครูอาด ดาษดา อำเภอไทรงาม)
-
สารระเบิดดิน (ครูสมหมาย พลอาจ อำเภอพรานกระต่าย)
-
ฯลฯ

พี่ครับ
ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ กับสันติอโศก
น่าสนใจมากครับ
ชาวบ้านที่นั่นปรับเปลี่ยนชีวิตตามหลักการที่ได้ฝึกอบรมมา
ปีที่ผมไปดู ชาวบ้านไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดมาสามปีแล้ว ซึ่งดินเริ่มฟื้นความสมบูรณ์
ปู ปลา สัตว์น้ำก็เริ่มกลับมา
ผลผลิตที่ได้ไม่ต่างจากช่วงที่ใช้สารเคมี เพียงแต่ต้นทุนต่ำกว่ากันมาก
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณแทนกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีคนสานต่อความคิด สู่การกระทำที่ต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน
จะพยายามไปปลุก "ครูติดแผ่นดิน" ขึ้นมาใหม่
ตอนนี้ก็พยายามให้เกิด คู่มือฉบับชาวบ้าน......บางที่ก็เดินเร็วได้ บางทีต้องอาศัยปัจจัยหลายๆๆๆๆๆอย่างเข้ามาช่วย
ขอบคุณจากใจค่ะ
น่าสนใจมากคะ
ใฝ่ใจวิถีไทยชนบทมานานแล้วคะ
อยู่กับกลุ่มเกษตรกรในบางช่วงของชีวิตคะ
สวัสดีค่ะ
มาเป็นกำลังใจค่ะ
มีบริษัทขายเคมีภัณฑ์การเกษตรบริษัทหนึ่งให้วาดภาพพืชผลเพื่อประกอบเวบให้ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเราแค่วาดภาพผัก ผลไม้ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
แต่พอมาคิดอีกที คล้ายๆไปช่วยเค้าโฆษณาเลยค่ะ ว่าถ้าอยากให้ผลผลิตออกมาสวยงามอย่างในภาพ ต้องใช้สารเคมีนานับชนิด ทั้งบำรุง ทั้ง "อารักขา" ให้ปลอดภัย
เลยรู้สึก...แปลกๆค่ะ