แค่นตัดคำตอบที่เป็นความรู้สึกต่อคนอื่นทิ้งไปให้หมดจากคำตอบซะนะ เหลือคำตอบที่เป็นเรื่องของตัวเองซิงๆเอาไว้แค่นั้นแหละพอแล้ว ทำอย่างนี้ เชื่อไหมว่าใจจะเบาสบายขึ้นเรื่อยๆ จากคำตอบที่ผุดโผล่ขึ้นมาให้รับรู้ตน

คำว่า “แค่น” ที่บ้านใต้่เขาแปลว่า “กล้ำกลืน-ฝืน-ทน-พยายาม”
คำๆนี้จึงสามารถใช้ทั้งในทางบวกและลบได้
ทำใจหน่อย เขาก็จะใช้ว่า “แค่นๆเอาหน่อย”

เวลาชวนกันทำงานคุณภาพ
คนมักจะกลัวกับคำว่า “ดีเลิศ”

เดี๋ยวนี้เลยชวนกันบอกว่า “แค่นทำไปเท่าที่ทำได้”

แค่นๆกันไปก็ดูเหมือนจะยาก
สุดท้ายเลยช่วยกันบอกว่า “ช่วยกันลากให้แค่นๆหน่อย”

เลยปรากฎว่าได้อะไรที่เป็นปริมาณมาแทนบ้าง
ได้อะไรที่เป็นคุณภาพมาแทนบ้าง

ก้ำกึ่งกันอยู่อย่างนี้เสมอ

คนเป็นพี่เลี้ยงก็เลยต้องแค่นตัวเอง
ให้ปล่อยวางซะบ้าง

ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดีกว่าในแง่
คนไม่ต้องแค่นลงมือทำ แต่เต็มใจทำ

เห็นฤทธิ์ของคำว่าแค่นรึยัง….อิอิ


แต่เรื่องแค่นกับการดูแลใจของคน
อย่าเผลอลุ้นให้ใช้โดยไร้สติเด็ดขาดเลยนะขอบอกกันซะก่อน

เพราะยิ่งแค่นคนยิ่งทรมาณใจของตน
เกิดทุกข์ทนแทนที่ใจจะเบาสบายอย่างที่หวังดีต่อเขา

หากว่าอยากให้เขาแค่นแล้วเกิดใจเบาสบาย
ให้แนะเขา ให้แค่นถามใจตัวเองว่า “กำลังตัดสินตัวเองอย่างไร”

บอกไปนะว่าให้ถามไปเรื่อยด้วยคำถาม “ทำไม”

ถามแบบเด็กเล็กๆที่ชอบถามเวลาเกิดความสงสัย อยากรู้นั่นแหละ

ได้คำตอบ แล้วให้ถามต่อด้วยคำว่า “ทำไม” แบบเด็กช่างสงสัยต่อไปนะ

แค่นไปเรื่อยแบบเล่นเกมส์ 20 คำถามหรือกว่าจะจนกับคำตอบที่ถามต่อด้วยทำไมไม่ได้อีกแล้ว

ทำอย่างนี้ เชื่อไหมว่าใจจะเบาสบายขึ้นเรื่อยๆ จากคำตอบที่ผุดโผล่ขึ้นมาให้รับรู้ตน


อย่าลืมแค่นกับเกมส์ 20 คำถาม ถาม”ความรู้สึกต่อตัวเอง” เท่านั้นนะ
จะพบเรื่องดีๆ ที่พาตัวเองให้เจริญเติบโตได้ จริงๆนะ

อ้อลืมไป เวลาตั้งคำถาม อย่าลืมแนะตัวเองให้แค่นทำเรื่องนี้ไปด้วย

นั่นก็คือ แค่นตัดคำตอบที่เป็นความรู้สึกต่อคนอื่นทิ้งไปให้หมดจากคำตอบซะนะ

เหลือคำตอบที่เป็นเรื่องของตัวเองซิงๆเอาไว้แค่นั้นแหละพอแล้ว

แค่นอย่างนี้ คือเรื่องที่เชียร์ให้ลองลงมือทำ เพื่อให้รางวัลตัวเอง

จะดึงตัวเองขึ้นมาจากหุบเหวนรกในใจได้ง่ายๆเลยเชียว……นะจ๊ะ นะจ๊ะ

ถ้าทำยากหรือยังมีนรกอยู่ในใจละก็

ให้ย้อนกลับไปอ่านแถวที่มีอักษรสีแดงข้างบนแล้วทำใหม่……นะจ๊ะ นะจ๊ะ