สพฐ.เร่งตั้ง 4 สถาบันวิชาหลัก ดึงกูรูยกระดับคุณภาพนักเรียน
“กษมา” เผย สพฐ.เตรียมเร่งตั้ง 4 สถาบันพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กไทยใน 4 วิชาหลัก ได้แก่ สถาบันคณิตศาสตร์สถาบันวิทยาศาสตร์ สถาบันสังคมศึกษา และสถาบันภาษาไทยพร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาเข้ามาเป็นบุคลากรของสถาบันด้วย
จากที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องการให้ตั้งสถาบันเฉพาะวิชาในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อทำหน้าที่วิจัย และพัฒนาในวิชานั้นๆ เช่นเดียวกับที่มีสถาบันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ทำแล้วประสบความสำเร็จนั้น
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.จะตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ 4 หน่วยงาน ได้แก่สถาบันคณิตศาสตร์ สถาบันวิทยาศาสตร์ สถาบันสังคมศึกษาและสถาบันภาษาไทยโดยสถาบันจะมีหน้าที่วิเคราะห์ วิจัย หาตัวอย่างดีๆ และแนวทางเพื่อเร่งพัฒนาคุณภาพ ประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษานิเทศก์ พัฒนาครู โรงเรียน ตามกลุ่มสาระตามที่สถาบันดูแล รวมถึงวิเคราะห์คุณภาพนักเรียน ซึ่งการที่มีสถาบันและมีกลุ่มสาระหลักรับผิดชอบ จะทำให้การวิเคราะห์ การออกแบบเพื่อการพัฒนานักเรียน ครู จะชัดเจนมากขึ้น ส่วนบุคลากรที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ จะสรรหามาจากผู้รู้ ผู้ที่เชี่ยวชาญจากวิชานั้นๆ คาดว่า ภายในเดือนกันยายนการตั้งสถาบันต่างๆ น่าจะแล้วเสร็จ
“ที่ผ่านมา เราจะมีปัญหาเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดังนั้น ทาง สพฐ.จึงตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ 4 หน่วยงานขึ้นมาเร่งคุณภาพ เพราะเห็นสถาบันภาษาอังกฤษ ทำแล้วได้ผลดี ซึ่งเราจะถอดบทเรียนตรงนี้มาเป็นแนวทำงาน และหวังว่า การจัดตั้งเป็นสถาบันจะเกิดการขับเคลื่อนการระดมพลังไปใกล้สถานศึกษามากขึ้น ตอนนี้โครงสร้างเริ่มลงตัว คาดว่าตุลาคมจะดำเนินการได้อย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าไว้ว่า เมื่อตั้งสถาบันแล้วผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนต้องขยับขึ้น”
คุณหญิงกษมากล่าวอีกว่า ในระยะแรกจะเน้นการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนมากที่สุดหากไปเน้นการสร้างสื่อใหม่ การวิจัย จะทำให้ติดอยู่ตรงนั้นการจะเคลื่อนไปสู่สถานศึกษาจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามในปีแรกจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนในระดับสถานศึกษาแต่จะไม่เอารูปแบบไปยัดเยียดให้สถานศึกษา แต่จะตามไปดูว่าขาดอะไรเพื่อเสริมส่วนที่ขาดจะต้องลงไปดูว่าขณะนี้ผลการเรียนการสอนที่ต่ำลงเกิดจากสาเหตุใด ส่วนสิ่งดีๆเราจะนำมาขยายผลต่อไป
แหล่งที่มา: http://www.norsorpor.com/ข่าว
ร่วมก๊วน...กวนข่าวกันหน่อย
จากข่าวข้างต้น ขอแสดงความยินดีกับคุณครูผู้รับผิดชอบ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ล่วงหน้านะค่ะ คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ ทุกท่านน่าจะได้รับการพัฒนาคุณภาพครู คู่กับการสอบวัดศักยภาพครูผู้สอนในทั้ง 4 กลุ่มสาระ ภาวะที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเกิดจากนโยบายพัฒนาคุณภาพครู ทั้งนี้คาดว่าจะมีผลกระทบต่อคุณครูผู้อาวุโสทั้งหลาย ในปีงบประมาณ 54 ผู้สมัครโครงการเออลี่รีไทน์ น่าจะทะลักล้นหลาม คงต้องเร่งอัตราการผลิตทายาทสืบทอดภาระหน้าที่ วิศวกรผู้ออกแบบและอบรมบ่มสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้ เป็นคนเก่งดีมีค่าแก่ประเทศชาติ โดยด่วน
เห็นด้วยกับข้อความในข่าวที่ว่า “สถาบันภาษาอังกฤษ ทำแล้วได้ผลดี ซึ่งเราจะถอดบทเรียนตรงนี้มาเป็นแนวทำงาน และหวังว่า การจัดตั้งเป็นสถาบันจะเกิดการขับเคลื่อนการระดมพลังไปใกล้สถานศึกษามากขึ้น” การมีหน่วยงานเฉพาะมีงบประมาณสนับสนุน เป็นปัจจัยนำเข้าที่ดี เมื่อรวมเข้ากับกระบวนการดี ผลที่ได้ก็ต้องดี ตามแนวคิดทฤษฏีระบบ ทั้งคุณครูในบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ สำเร็จการศึกษามานานเกินกว่า 20 ปี ซึ่งต้นทุนที่ได้รับคงจะล้าสมัย ไม่เหมาะกับภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการของเนื้อหาสาระที่ค้นพบหรือ ปรับเปลี่ยน อีกทั้งสภาพความเป็นไปของสถาบันทางสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทัศนตคิ ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี และอาชีพในบางชุมชน แต่ไม่ใช่ว่าคุณครูไม่พัฒนาตนเอง คุณครูต้องพัฒนาตนเองมาโดยตลอดอย่างแน่นอนเพราะในเกณฑ์การประเมินคุณภาพคุณครูแทบทุกเกณฑ์ จะมีเรื่องการพัฒนาตนเองกำกับอยู่ด้วยเสมอ แต่บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ไม่เคยมีงบประมาณในการสนับสนุนโดยองค์กรภาครัฐ ดังนั้นควรยกเครื่องทั้งระบบ โดยผู้รู้ที่เกี่ยวข้องถึงพร้อมด้วยความสามารถ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่จะมาเป็นเสธในกองบัญชาการของ 4 สถาบัน ขอเพียงคุณครูพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยอมรับการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ต้องเออลี่รีไทน์ค่ะ เด็กที่ขาดครูผู้มากด้วยประสบการณ์นั่นคือความเสียหายของรัฐที่ไม่สามารถประเมินค่าได้.. เห็นด้วยม๊ยค่ะ