เขียนความรู้สึก จากงาน สานจิตรเสวนา : มหกรรมความรู้การพัฒนาจิต 10-11 กันยายน 2552 BITEC บางนา

เรื่องของ "จิตใจ"  ใครก็รู้ว่าสำคัญ  แต่น่าแปลกใจว่า  รู้ทั้งรู้ว่าจิตใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่สังคมทุกวันนี้ไม่ค่อยจะ "ประณีต" พิถีพิถัน ในเรื่องนี้

พอผมได้มาร่วมงานนี้  สิ่งที่ผมรับรู้โดยความรู้สึกส่วนตัว  คือ "ความประณีต" ของการทำงานพัฒนาจิต  ของคนกลุ่มหนึ่ง   ความประณีต ในความหมายของผมไม่ได้หมายความว่า ละเอียดละออในพิธีการ  แต่ผมกำลังหมายถึง ความละเอียดละออในการมอง การให้ความหมาย การให้คุณค่า ต่อสิ่งเล็กๆ ของการดำเนินชีวิตของมนุษย์  ทำให้เห็นความดีซึ่งมีมากมายเหลือเกิน  หากมองแบบเดิม คงทิ้งความดีเล็กๆ เหล่านั้นไปมโหฬารเลยเชียว!

งานนี้ ศ.นพ. ประเวศ วะสี  ท่านกล่าวว่า เป็นงานที่ชวนภาคีเครือข่ายมาร่วมกันทำความเข้าใจกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น  มาร่วมทำความเข้าใจในเรื่องจิตวิญญาณ  จิตวิญญาณที่หมายถึง ความรู้สึกนึกคิด การรู้  ไม่ใช่ ดวงวิญญาณ ที่ล่องลอย

ผมชอบ slide ที่ อาจารย์หมอประเวศ ยกขึ้นมาเปรียบเทียบ ระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบัน กับ การแพทย์แผนโบราณ หรือ แผนไทย (สุดแล้วแต่จะเรียก)  แม้จะยกคำเล็กๆ มาเทียบเคียง แต่มันช่างชวนให้คิดดีแท้

"ให้ยา ผ่าตัด" คือ ตัวแทนสัญลักษณ์ของ "แผนปัจจุบัน" ในยุค 2009

ในขณะที่ "ความเชื่อ น้ำใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระ สวดมนต์ สมาธิ โยคะ ศิลปะ ดนตรี" คือ สัญลักษณ์ตัวแทนของ "แผนโบราณ"  ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตของผมพอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ผมเคยมองสิ่งเหล่านี้ว่า "งมงาย"   แต่ตอนนี้ ผมรู้สึกว่าความคิดผมเปลี่ยนไปจากตอนนั้นมาก

ทั้งๆ ที่ ชีวิตผมก็ไม่ได้หลุดจากเรื่องเหล่านี้ไปไกลสักเท่าไร  แต่ที่ผ่านมาผมไม่รู้ว่าจะให้ความหมาย หรือ คุณค่าอย่างไรดี

ครานี้ทำให้ผมได้เห็นวิธีการอธิบาย "คุณค่า" ที่เชื่อมโยงกับวิถีความเชื่อ สิ่งที่เราศรัทธา

ปรากฏการณ์ "ให้ยา ผ่าตัด" ที่ผ่านมา แน่นอน ผมเห็นความก้าวล้ำทางวิทยาการ เทคโนโลยี ในขณะที่ "ความทุกข์ของใจคน" มันไม่ได้ลดลงอย่างก้าวหน้าไปด้วย

ไม่เฉพาะแต่วงการสาธารณสุข  แต่เป็นทั้งโลก ที่จิตใจคนดูจะหยาบมากขึ้น  มันน่าจะจริงกับคำกล่าวที่ว่า "สังคมโลกกำลังเผชิญกับภาวะจิตบกพร่อง"   เราติดอยู่กับ "วัตถุ ลาภ ยศ สรรเสริญ" มากเกินไป จนทำให้ใจถูกขังอยู่ในสิ่งเหล่านี้  กลไกสำคัญของบ้านเมือง ไม่ว่า กระแสสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ก็ถูกกักขังอยู่ในนี้เช่นกัน