วันอังคารที่ ๑๕ กันยายน อาจเป็นเพียงวันธรรมดาของหลายๆ คน ที่อาจไม่มีความใดๆทั้งสิ้น แต่วันนี้สำหรับข้าพเจ้าแล้วเป็นสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะเป็นวันที่ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นมาดูโลก วันเกิดมีความหมายสำคัญคนทุกคน หลายคนสนุกสนานกับการเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ไม่เคยจัดเลี้ยงฉลองวันครบรอบวันเกิดเลยสักครั้งเดียว หลายท่านอาจมองว่าเป็นการตระหนี่ถี่เหนียว ทุกปีที่วันนี้มาถึงจะถือโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ให้กำเนิด เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ ข้าพเจ้าจัดเตรียมอาหารเพื่อนำไปถวายพระและสวดมนต์ เป็นการกุศล “งานวันเกิด” ยิ่งใหญ่ ใครคนนั้น ฉลองกัน ในกลุ่ม ผู้ลุ่มหลง หลงลาภยศ สรรเสริญ เพลินทะนง วันเกิดส่ง ชีพสั้น เร่งวันตาย อีกมุมหนึ่ง ซึ่งเหงา น่าเศร้าแท้ หญิงแก่ๆ นั่งหงอย และคอยหา โอ้...วันนั้น เป็นวัน อันตราย แม่คลอดสาย โลหิต แทบปลิดชนม์ วัดเกิดลูก เกือบคล้าย วันตายแม่ เจ็บท้องแท้ เท่าไหร่ มิได้บ่น ทนอุ้มท้อง กว่าจะคลอด รอดเป็นคน เติบโตจน บัดนี้ นี่เพราะใคร แม่เจ็บเจียน ขาดใจ ในวันนั้น กลับเป็นวัน ลูกฉลอง กันผ่องใส ได้ชีวิต แล้วก็หลง ระเริงใจ ลืมผู้ให้ ชีวิต อนิจจา ไฉนจึง เรียกกัน ว่า”วันเกิด วันผู้ให้ กำเนิด จะถูกกว่า คำอวยพร ที่เขียน ควรเปลี่ยนมา ให้มารดา คุณเป็นสุข จึงถูกแท้ เลิกจัดงาน วัยเกิด กันเถิดนะ ควรที่จะ คุกเข่า กราบเท้าแม่ ระลึกถึง พระคุณ อบอุ่นแท้ อย่ามัวแต่ จัดงาน ประจานตัวฯ วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552 จากหนังสือคู่มือ สวดมนต์ทำวัตรแปล ของวัดป่าธรรมสุข