ทำเนียบหมอพื้นบ้านนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลของหมอพื้นบ้านในจังหวัดอุดรธานี จากการดำเนินงานโครงการระหว่างปี 2549 – 2552 จากโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โครงการเสวนาหมอพื้นบ้าน อำเภอกุมภวาปี ปี 2551 , โครงการ เสวนาหมอพื้นบ้าน งบจาก สภาผู้นำแห่งชาติ ปี 2552 , โครงการ จัดการความรู้เพื่อการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ ปี 2551 ซึ่งทำเนียบนี้จะมีข้อมูลความเป็นมาของหมอพื้นบ้าน บริบทการมาเป็นหมอเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าทำใมชาวบ้านที่ไม่ได้มีมากเหมือนหลาย ๆ คน แต่ก็รักคนอื่น บันทึกนี้จะเน้นความเป็นหมอ ซึ่งจะไม่มีตำรับ ตำรายา
อำเภอ ประจักษ์ศิลปาคม
นาย แก้ว นันตะนะ
วันเกิด 20-ก.ย.-89
ประวัติส่วนตัว
พ่อแก้วเกิดที่บ้านหนองโพด ตำบลแวงนาง อำเภอเมือง จังหวัดสารคาม เติบโตจนคัดเลือกทหาร ได้ย้ายครอบครัวมาพร้อมกันมาอยู่ที่บ้านสะอาดนามูล เมื่อ พ. ศ. 2510 ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบ้านอนามัยไทยเจริญ บวชหลังแต่งงาน บวช 15 วัน แต่งงานกับนางก้อนทอง มีบุตรด้วยกัน 7 คน ชาย 1 หญิง 6 คนลูกทำงานหมดแล้ว พ่อแก้วเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลภรรยา ดูแลหลาน 2 คน อาชีพ ทำนา รับจ้างทั่วไป ทำบั้งไฟเก่ง 300วินาทีขึ้นเลย เรียนจากหลวงปู่เมตตาสอนวิชาให้ โดยเมื่ออายุ 35 ปี เพิ่นสึกแล้วมาอาศัยอยู่ด้วย เห็นว่าตนจะหมดบุญจึงได้สอนให้ ได้แก่หมอน้ำมัน อันดับแรกพ่อแก้วตั้งคายยกครูแล้วหลวงปู่เขียนวิชาให้ท่อง ท่องไม่นาน แต่เรื่องคะลำยากพอสมควรยกตัวอย่างคะลำ
1. ชื่อต้องห้ามห้ามเรียกชื่อนั้นขณะกิน เช่นบักฮึ
2. ห้ามแฮ่นข้าวโพดให้บิ
3. ไม่พูดคาถาเล่นต้องมีครูคาย
เกี่ยวกับความรู้โรคที่รักษา อาการที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซด์ ตกต้นไม้ ควายชน เคยปัววัวลุกไม่ขึ้น
นาง เคน น้อยคำลือ
วันเกิด 02-ส.ค.-75
ประวัติส่วนตัว
แม่เคนเรียนรู้เรื่องสมุนไพรจากการซื้อยาสมุนไพรจากหมออื่นที่มาขาย จากตัวยาคิดว่าตัวเองรู้จักและได้หามาเพื่อรักษาตัวเองและลูกหลาน เมื่อลองใช้แล้วได้ผลดีก็จดจำไว้และใช้อยู่เรื่อยๆ และได้ศึกษากับผู้รู้ตัวยาไปเรื่อยๆ โดยนำมาใช้กับตัวเองและลูกหลาน โรคที่รักษามี โรคไข้หมากไม้ ปวดท้อง โรคกระเพราะ รักษา มา 30 ปี ถ้ามีคนไข้แม่เคนก็จะเก็บสมุนไพรสดมาให้คนไข้ไปต้มกินเป็นคนๆไป การจับเส้น โดยมากคนไข้เป็นสันจม หรือสบักจม ปวดเข่า ตานกเอี้ยง ใช้มือคลำจับตรงบริเวณเจ็บ การตรวจวินิจฉัย จากประวัติ การตรวจการคลำท้อง ว่าเจ็บลักษณะไหน สมควรรักษาหรือไม่ถ้าไม่สมควรรักษาก็แนะนำผู้ป่วยไปหาหมอแผนปัจจุบัน ข้อปฏิบัติของหมอ ต้องมีศีลธรรม ประจำใจ ไม่ประพฤติผิดศีลธรรม ค่ารักษาไม่เรียกร้องแล้วแต่จะให้ ไม่มี คาย ข้อปฏิบัติของผู้ป่วย ต้องคลำของผิดสำแดงโดยเฉพาะไข้หมากไม้ ต้องไม่กินผลไม้ เช่นฝรั่ง ถั่วฝักยาว กล้วยหอม ผลไม้พวกนี้จะผิดมาก ถึงตายได้
นาย ชาลี หัตถาดล
วันเกิด 22-พ.ย.-85
ประวัติส่วนตัว
ประเภทหมอพื้นบ้าน หมอเป่า โรคที่รักษา ตาแดง กำเริด งูสวัด ปวดหัว
นาย บุญเส็ง ภูไว
วันเกิด 02-ม.ค.-80
ประวัติส่วนตัว
พ่อบุญเส็งที่มื่อนี้เพราะตอนเกิดอยุ่มื่อที่มีการเส็งกลองกัน เลยได้ชื่อว่าบุญเส็ง เกิดที่บ้านหนองอีเฒ่า ต.นางัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธ์ เติบโตจนกระทั่ง อายุ 15 ปี บิดามารดา พาย้ายมาอยู่บ้านโคกสง่า โดยครอบครัวมาตั้งบ้านนี้เอง ซึ่งคนที่มาด้วยกันอายุได้ 76 ปีแล้ว( คนมาด้วยกันแต่คนละครอบครัว) บวชเรียน 1 พรรษาตอนอายุ ได้ 25 ปี แต่งงานกับนาง สี มีลูกด้วยกัน4 คนเป็นชาย 2คน หญิง 2 คน โตหมดแล้ว ตอนนี้พ่อบุญเส็งมีลูกหลานอยู่ในบ้าน พ่อบุญเส็งเป็นหัวหน้าครอบครัว ปู่ให้ตำรายามา เมื่ออายุ 15 ปี เป็นตำรายาสมุนไพร ทุกประเภท เป็นหนังสือที่ปู่เขียนใส่สมุดไว้เดี๋ยวนี้ยังเก็บรักษาไว้อยู่ วิชาน้ำมันเรียนจากหลวงปู่วัดโนนสว่าง บ้านหนองอีเฒ่า ตอนอายุ 28 ปี โดยกลับไปเยี่ยมหลวงปู่เลยสอนให้ “มาเอาไปแหน่ มึงอยู่ไกล “ โดยการเรียนน้ำมันไม่นานคนในครอบครัวจะถูกลองวิชา จะเกิดอุบัติเหตุ พ่อใหญ่ปัวโรคได้แก่
1 ไข้ออกตุ่ม
2 ล้มเจ็บอุบัติเหตุ
3. อื่นๆอีกหลาย
นาย บุญเหลือ บำรุงภักดี
วันเกิด 01-ม.ค.-96
ประวัติส่วนตัว ผู้ใหญ่บุญเหลือเป็นผู้ใหญ่บ้านหนองแก ปี 2547 ผู้ใหญ่บุญเหลือเกิดที่บ้านโคกกลาง ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ย้ายถิ่นมามีครอบครัวที่บ้านหนองแก เคยบวชเรียนนาน 1ปี สอบได้นักธรรมตรี แต่งงานปี 2520 มีบุตร 3 คน ชาย 1 หญิง 2 คน พ.ศ. 2544 เริ่มจาก บิดาป่วย ได้บอกตัวยาในการรักษาโรคริดสีดวงทวารและริดสีดวงจมูกให้ ได้เริ่มรักษาตั้งแต่นั้นมา โดยไม่ได้ทำยาหาขาย มีคนมาสั่งถึงทำ
นาย พร จันทรเสนา
ประวัติส่วนตัว
เกิด ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม มีพื่น้อง 5 คน เป็นบุตรคนที่ 4 ยาสมุนไพร เรียนจากปู่ ย่า ตา ยาย จากคำบอกเล่า และพาไปเก็บยา เริ่มเป็นหมอยาเต็มตัวมาตั้งแต่อายุ 40 ปี รักษามาประมาณ 20 ปี อาการที่รักษา ผู้ป่วยเป็นแผลหนองเน่าเปื่อย หลักปฏิบัติของหมอ ไม่เรียกค่าตอบแทน แล้วแต่จะให้
นาย พินิจ นิลธิราช
วันเกิด 22-พ.ย.-99
ประวัติส่วนตัว
การศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ( กศน) อาชีพ ทำนา เป็นสมาชิก อบต. เกิดที่บ้านหนองแก พี่น้อง 9คน ประเภทหมอ เป่า ฝี คัดเลือด ดับพิษไฟ เป่าหนาม อุบัติเหตุ เริ่มเรียนวิธีเป่าจากลุง อยู่บ้านหมากบ้า เพื่อมาเป่าให้แม่เป็นฝีที่นม พอแม่หายเลยสนใจศึกษามากขึ้น เพิ่มเติมเข้ามาคือเป่าหนาม เสียพิษไฟ คัดเลือด เริ่มรักษาตั้งแต่พศ.2518 การรักษาแต่ละโรคต้องกำกับคาถาซึ่งแตกต่างกันเฉพาะโรค อุบัติเหตุ เป่าเพื่อ หายปวด หายช้ำ กำกับคาถา เป่าหนาม ธูปเทียน ดอกไม้ ขัน 5 เงิน 5 บาท เป่าบริเวณที่เป็น 5-6 ครั้ง กำกับคาถา คัดเลือด มีคาถาเป่าคัดเลือด พิษไฟ ใช้เหล้าขาว กำกับคาถา การวินิจฉัยโรค ได้จากการคลำ ซักถาม ข้อปฏิบัติของหมอ ไม่เต้นข้ามร่องน้ำ ไม่หักขากบเขียด การปลงคาย ขัน 5 ขัน 8 วันอังคาร ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มาทำหมอต้องทำเอง การติดตามผู้ป่วยใช้วิธีถามไถ่จากชาวบ้าน
นาย พิมพ์ ไปแดน
วันเกิด 02-มิ.ย.-84
ประวัติส่วนตัว
พ่อพิมพ์เกิดที่บ้านหนองมนต์ ตำบลโคกสง่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่นมีพี่น้อง 11 คน พ่อพิมพ์เป็นคนที่ 2 เริ่มเรียนเป่ายาจากพ่อทองสี อยู่บ้านสะอาดนามูล โดยลูกสาวคนโตร้องไห้ตอนกลางคืนเรียกหมอมาเป่าบ่อยหมอรำคาญเลยบอกพ่อพิมพ์มาเรียนเป่าเอง ใช้เวลาเรียน 3 วัน ค่าครูในการเรียน 12 สตางค์ โรคที่รักษา เป่ากำเริด กำเริด มี2 อย่างคือกำเริดร้องอย่างเดียว กำเริด ไม่ร้อง บางคนตัวเหลืองบางคนตัวดำก่ำ สังเกตจากแววตาเด็กจะไม่เหมือนกันตอนรักษาต้องท่องคาถา 7ครั้งแล้วเป่า คนไข้บางคนจะเป่าเรื่อยๆทุกวันพระ แนวคะลำ มังสัง 10 อย่าง ( ถ้าบ่อฮู้สิบ่อกิน)
นาย มีเดช ดวงแสง
วันเกิด 07-ก.ค.-88
ประวัติส่วนตัว
เกิดที่บ้านโนนข่า อ.เมืองพล จ.ขอนแก่น พ่อ-แม่ย้ายไปอยู่บ้านหนองผือ ต.หนองบัว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ออกโรงเรียนอยู่ที่นั่น ต่อมาพ่อ-แม่ย้ายมาอยู่บ้านโคกสง่าต.ห้วยสามพาด อ.ประจักศิลปาคม จ.อุดรธานี มีพี่น้องร่วมกัน 7 คน
1 นายคำตา สามัคคี ที่อยู่บ้านหนองตะนา อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น
2 นายบุญเพ็ง ดวงแสง ที่อยู่บ้านโคกสง่า ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
3 นายมีเดช ดวงแสง ที่อยู่บ้านโคกสง่า ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
4 นายสุวัฒน์ สามัคคี ที่อยู่ ร.พ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทย์ศาตร์
5 นางบุญเกิด จันเจริญ ที่อยู่บ้านเอราวัณ อ.เอราวัณ จ.เลย
6 นายสมบัติ สามัคคี ที่อยู่บ้านห้วยพิชัย ต.ห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย
7 นางบุญหล้า ศรีทอง ที่อยู่บ้านโคกสง่า ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี
ความที่พ่อแม่เป็นหมอยาฝน กระผมได้ตามบิดาไปรักษาคนไข้ เรียนรู้ตามบิดามารดามาตลอด มีโรคเจ็บคอ คอเป็นตุ่ม ,เป็นกาง ,กินของผิด เช่น กุ้งหอยปูปลา โรคกระเพาะ มีโรคกระเพาะ ,เจ็บคอ ,โรคท้องร่วง คนไข้ที่มาหาหมอเล่าอาการออกมาก็รู้ว่าเป็นโรคอะไร ให้กินสมุนไพรตามโรคนั้น เช่น กระเพาะให้กินสมุนไพรตัวนั้น ชื่อต้นขี้เหล็ก (แก่น) เอาแก่นมาไสด้วยกบไฟฟ้าแล้วนำไปบดด้วยเครื่องบดที่ห้างขายยาแล้วนำมาผสมน้ำกิน มีปวดท้องมีกระเพาะ การคะลำ มีส้มตำ ,พวกของดอง หรือกินเผ็ด ๆ ยกครูไม่มี ยาแก้เจ็บคอ มีต้นซากคามขุดเอารากมาเคี้ยวแล้วก็อมเอาไว้ทั้งคืนตื่นเช้ามาหายแล (เป็นยามโหสด) ยาแก้ท้องร่วง ต้นหมี่เอาใบมาบด หรือขยำใส่น้ำเอามาดื่มก็หายแล ยาแก้กินผิด หรือผิดกระบูลย์ มีรากกระจ้อนเน่า เอารากหรือเคลือเอามาฝนแล้วดื่มกินก็หายแล ยาสมุนไพร ต้นซากคาม อมไว้ทั้งคืนเป็นยาแก้เจ็บคอหายแล ถ้ากินเป็นนิจหายทั้งรีดสีดวงจมูก ต้นขี้เหล็กรักษาโรคปวดท้องและโรคกระเพาะ
นาย สอน โคตรชุม
วันเกิด 24-เม.ย.-73
ประวัติส่วนตัว
บ้านเกิดอยู่ อำเภอน้ำพอง มีพี่น้อง 9 คน เรียนจบชั้น ป4. อาชีพ ทำนา ประเภทหมอพื้นบ้าน หมอน้ำมนต์, หมอเป่า, หมอจอดกระดูก ตอนอายุ 20 ปี มีบุตรชายคนแรก บุตรชายตกบันได ขาขัก พ่อสอนได้เอาหมอน้ำมนต์ มาเป่าลูกชาย หาย ขาไม่ผิดรูป พ่อสอนไปปลงคายหมอ ๆเลยชักชวน ให้เรียนรู้วิธีเป่า หมอ เป็นญาติทางบิดาของพ่อสอน การเรียนใช้เวลาเรียน 2-3 ชม. โดยการว่าตาม ไม่เกิน 3 ครั้ง ถ้าตามไม่ได้ ก็ผ่านไปเลย พ่อสอนสามารถว่าตามได้ทุกคำที่หมอสอน แล้วกลับมาเขียนบันทึกไว้ แต่บันทึกนั้นได้หายไป แต่พ่อสอนยังจำได้เพราะใช้บ่อย วิธีเป่ารักษากระดูกหัก บาดเจ็บ ตั้งคาย ขัน 5 ซวย 4 ซวย ซิ่นผืน แพรวา เหล้า ก้อง ไข่หน่วย เงิน 5 สลึง ขึ้นคายกล่าวบอกเทวดา แล้วให้ผู้ป่วยแต่ง ธงสามเหลี่ยมใส่ข้าวดำ ข้าวแดง ถ้าเป็นอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ให้ใส่มอเตอร์ไวด์ไปด้วยแล้วพ่อหมอทำพิธีเรียกผีมารับกระธง แล้วเอากระทงไปวางไว้นอกบ้าน ไม่ต้องเหลียวหลัง เสร็จแล้วมาใส่น้ำมันทา – เป่า ( กับกับคาถา ) ผู้ป่วย 1 คน ทำกระธง 1 ครั้ง เป่า ติดต่อกันทุกวันติดกัน 3 วันหลังจากนั้นเป่าวันเว้นวันก็ได้ ข้อปฏิบัติของหมอ ห้ามกินน้ำเต้า ห้ามเอาน้ำเต้าใส่น้ำ ห้ามเอาน้ำเต้าร่วมวงพาข้าว ข้อปฏิบัติของผู้ป่วย น้ำมันที่ทา คาย ไม่ให้ผู้อื่นจับต้องด้วย ตลอดจนรักษาหาย หรือบายได้คนเดียวคือแม่ การเป่าดับพิษไฟ ขัน 5 เป่าด้วยน้ำเหล้า กับกับคาถา ใช้สำหรับแม่ลูกอ่อนเข้าอยู่ไฟ ข้อแนะนำผู้ป่วย แม่ลูกอ่อนเว้นแนวผิด เขียด ผักขา ปลาไหล ปลาหลด อาการผิดกรรม ไข้ ปวดหัวข้างเดียว เป็นแผล กระดูกหัก ห้ามกินไก่ เนื้อ เหล้า ถ้ากินจะปวดมาก การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย ถามประวัติ ตรวจจับ คลำกระดูก ดูการผิดรูป ถ้าหักคลำจะมีเสียง ปวด บวมโน
นาย สีจันทร์ สินธุวาปี
วันเกิด 01-มิ.ย.-82
ประวัติส่วนตัว
พ่อสีจันทร์ ฯ บ้านเกิดที่บ้านยางหล่อ อ.กุมภวาปี พี่น้อง 7 คน เป็นคนที่ 4 ครอบครัวอพยพมาจากภาคเหนือ หนีสงครามพม่ามาตั้งรกรากที่บ้านยางหล่อ ชาวบ้านเรียกคนยวน (อาจหมายถึงชาวมอญ พม่า พ่อไม่แน่ใจ) พ่อแม่ทำนา ฐานะปานกลางไม่ขาดแคลน บวช 1 พรรษา แต่งงานตอนอายุ 25-26 ปี - ศึกษาจากปู่ โดยพ่อป่วยเป็นโรคตับ ,รีดสีดวงถ่ายไม่ออก แน่นท้อง ปู่รักษาให้ ปู่เคยบอกว่าให้ร่ำเรียนเอา บอกต้นยา พ่อออกไปเก็บเอง ถ้าต้นไม้ไม่รู้ก็ถามผู้ใหญ่ เร่มรักษาผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 30 ปี - ศึกษาจากตำราใบลานของปู่ ถ่ายลำบาก (รีดสีดวงทวาร) ,ไวรัสตับ ,ซับเลือด ,โรคทางสตรี ,ปวดท้อง ตำราถูกไฟไหม้ จำได้เป็นบางส่วน ประกอบกับเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง เคยอุบัติเหตุรถมอร์เตอไซด์ล้ม เคยสลบ ฟื้นมาเป็นอัมพาค เคยแต่งยารักษาตัวเองหาย โดยบอกให้ลูกไปเก็บยาให้ ทั้งกินทั้งอาบ 2 เดือน กินยารักษาตัวเองอยู่ 15 วันเริ่มแขนขามีแรงเดินได้ จากการหายของตัวเอง เพื่อนบ้านจึงเริ่มมาให้รักษา ในปีนี้เฉลี่ยเดือนละ 20 คน หายในปีนี้ ประมาณ 10 คน ค่าตอบแทน - ให้ตามความเหมาะสมเพราะสมุนไพรต้องซื้อ ข้อคะลำ หมอ - เวลาตั้งยาห้ามเอาอะไรมาตั้งข้างบน ข้อคะลำคนไข้ - ของหมักดอง ,เหล้ายาสิ่งผิดโรค
นาง หนูนิด ดงหงส์
วันเกิด 07-ม.ค.-94
ประวัติส่วนตัว
เริ่มจากมีการปวดเข่า รักษาที่ รพ. ไม่ดีขึ้น เลยรักษาแบบการนวดประคบแผนไทยอยู่ รพ.กุมภวาปี ทำแล้วดีขึ้น พอมีทีมงานมาสอนนวด เลยมาเรียนรู้วิธีนวด เมื่อปี 2546 การรักษา - นวดเพื่อสุขภาพ