จากผลการประเมินภายนอกพบว่าปัญหาที่ทุกโรงเรียนพบมากที่สุด จนเป็นปัญหาระดับประเทศ คือมาตรฐานที่ 4 เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ ถึงแม้ว่าผลการประเมินภายนอกของโรงเรียนวัดเจ้าฟ้าฯ มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย มาตรฐานที่ 4 จะได้ผลการประเมินในระดับดีแต่ก็ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการประเมินขึ้นไปสู่ระดับดีมาก อันสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของนักเรียนโดยงตรง
คุณครูเป็นผู้รับผิดชอบสอนระดับชั้นอนุบาล 1 ให้ความสำคัญกับการคิดวิเคราะห์ คิดจินตนาการของเด็กระดับปฐมวัย เนื่องจากเป็นที่ทราบดีว่าช่วงปฐมวัยเป็นวัยทองของชีวิต จึงพยายามค้นหาวิธีการต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาการคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์ให้ตรงจุดรวมทั้งการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการทางสมองกับการเรียนรู้ (brain base learning) ทดลองปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี เกมการศึกษา และนิทาน จากการปฏิบัติหลายๆ รูปแบบ จึงทำให้ค้นพบวิธีที่สามารถส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ คือ การให้เด็กคิดจากภาพ โดยมีวิธีการง่าย ๆ คือ ครูเตรียมรูปภาพซึ่งต้องมีความหลากหลาย เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด หรือภาพการ์ตูน ก็ได้ให้ภาพนั้นมีความคมชัด ขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เด็กมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในระยะแรกให้เริ่มใช้ภาพที่มีองค์ประกอบเพียง 1 อย่าง ให้เด็ก ๆ ได้พูดคุยเกี่ยวกับภาพที่เห็นโดยอิสระ ที่สำคัญต้องบอกข้อตกลงเบื้องต้นกับเด็ก ๆ ก่อนว่าไม่มีคำพูด หรือคำตอบใดที่ผิด ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับภาพนั้นก็ได้ หรือแม้แต่ถ้าเราเห็นว่าสิ่งที่เพื่อนพูดนั้นไม่เกี่ยวกับภาพเลย ก็ห้ามเด็ก ๆ ต่อว่าเพื่อน หรือบอกว่าเพื่อนตอบผิดโดยเด็ดขาด ด้วยวิธีการนี้ทำให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในการเล่าเรื่อง หรือพูดคุยเกี่ยวกับภาพมากยิ่งขึ้น จากที่เคยมีเด็ก ๆ กล้าเล่าเรื่อง กล้าแสดงความคิดเห็นเพียงไม่กี่คน แต่เมื่อสร้างข้อตกลงนี้ขึ้นเด็ก ๆ คนอื่นเริ่มค่อย ๆ ร่วมแสดงความคิดเห็น และเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนเล่า หรือตอบ ไม่ถูกเพื่อน ๆ ขัดคอ จึงทำให้มีความมั่นใจที่จะพูดคุย แสดงความคิดของตนเองเพิ่มขึ้น เมื่อคุณครูพบว่าเด็ก ๆ เริ่มกล้าที่พูดคุย กล้าตอบ กล้าเล่ามากขึ้น ก็เริ่มใช้ภาพที่มีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นเป็น 2 องค์ประกอบ และจากนั้นให้เพิ่มเป็น 3 องค์ประกอบ คุณครูเพิ่มจากการให้เด็กเล่าอย่างเป็นอิสระเป็น เล่าเรื่องโดยครูใช้คำถามนำเป็นบางครั้ง เมื่อภาพมีองค์ประกอบมากขึ้นคุณครูก็เพิ่มคำถามนำในรูปแบบคำถามปลายเปิดให้เด็กคิดได้กว้างขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องย้ำในเรื่องของข้อตกลงเบื้องต้นให้เด็กปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ “ขัดคอ” กันขึ้นมา เมื่อนั้นเด็กที่ถูก “ขัดคอ” จะเงียบ ไม่พูดคุย ไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า “หมดความมั่นใจ” หรือ “หมดอารมณ์” ที่จะร่วมแสดงความคิดนั่นเอง ดั้งนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เด็กก็คือเด็ก จำไวและบางครั้งอาจลืมไวด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ก่อนทำกิจกรรมทุกครั้ง ต้องบอกข้อตกลงก่อนทุกครั้ง อย่าลืมโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะได้เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ภาพที่มีองค์ประกอบเดียว ทำให้เสียเวลาของเด็กที่จะได้รับการพัฒนาโดยเปล่าประโยชน์(ขอเตือน)
จากการทำกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าว ทำให้เด็ก ๆ สามารถใช้ความคิดของตนเอง สะท้อนความคิดจากภาพที่เห็น และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคนพูด เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยให้การพัฒนามาตรฐานด้านการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ได้พัฒนาขึ้นแบบครูไม่เครียด และเด็กก็ไม่เครียด เพราะปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองเครียดพออยู่แล้ว เรื่องอื่น ๆ ก็อย่าไปทำให้มันเครียดไปด้วยเลย
...............เห็นด้วยไหมล่ะ ? ...............
ครูพิมพ์พิชชา แก้วสีหมอก
โรงเรียนวัดเจ้าฟ้า
มาอ่านแล้วอมยิ้มเลยค่ะ....
ตอบเลยว่า...เห็นด้วยค่ะ.... ^_^
เคยคุยกับพี่คนหนึ่ง พี่เขาให้ข้อสังเกตว่า...ก่อนเด็กจะเข้าโรงเรียนนั้น จินตนาการ ความคิด ความอ่านของเขาจะบรรเจิดมาก ๆ เขากล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้า...สร้างสรรค์ ...
แต่...เมื่อเข้าโรงเรียนไม่ถึงปี...จินตนาการและศักยภาพในการตั้งคำถามของเขา ถูกทำลายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลายเป็น Monotype แบบเดียว เหมาโหล ... เมื่อจบมหาวิทยาลัย...
ขอบคุณค่ะ
(^__^)
เห็นด้วยกับพิมพ์พิชชา แจ๋วไปเลย
ความคิดดีดี วิสัยทัศน์ดีดีแบบนี้ ต้องได้เป็น ผอ.เก่งๆดีๆแน่เลย ขอให้สู้เพื่อเด็กนะครับ ผอ.พิมพ์พิชชา ขอเป็นกำลังใจครับ
เห็นด้วยกับคุณครูพิมพ์พิชชา ที่สร้างโอกาส สร้างกิจกรรมให้เด็กอนุบาลได้คิดวิเคราะห์ซึ่งผลทำให้เด็ก ๆ สามารถใช้ความคิดของตนเอง สะท้อนความคิดจากภาพที่เห็น และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคนพูด เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยให้การพัฒนามาตรฐานด้านการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์(ยังไม่เคยอ่านงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง)ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูพิมพ์พิชชา สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสให้นักเรียนอนุบาลได้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของเด็กที่เป็นอนาคตของประเทศชาติต่อไป