ชื่อเรื่อง           การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง  ความน่าจะเป็น  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E) 

 ผู้วิจัย              นางสุนิษา  เหลือถนอม

หน่วยงาน      โรงเรียนสวายวิทยาคาร  ตำบลสวาย  อำเภอเมือง  จังหวัดสุรินทร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์  เขต  1 

ปีที่วิจัย          2551

 บทคัดย่อ

 

              การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1)  เพื่อหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง  ความน่าจะเป็น  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5   ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ให้มีประสิทธิภาพ 80 / 80   2)  เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง  ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5   โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)  ก่อนเรียนและหลังเรียน  3)  เพื่อวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  ที่ได้รับการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5/1  โรงเรียนสวายวิทยาคาร  ตำบลสวาย  อำเภอเมือง  จังหวัดสุรินทร์  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์  เขต  1 ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2551  จำนวน  30  คน

                เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 

1)  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)  จำนวน  12  แผน  ใช้เวลา  16  ชั่วโมง (รวมการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ) 

2)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น  เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  ข้อ

3)  แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)จำนวน 20 ข้อ

ผลการวิจัยพบว่า 

  1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.92/81.22
  2.  ผลการเปรียบเทียบความก้าวหน้าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

 เรื่องความน่าจะเป็น  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01

   3.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5/1  ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  (5E)  มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก