...

การศึกษาจาก UK พบว่า เด็กๆ ที่มีประเมินค่าตัวเองต่ำ (low self-esteem) เช่น มองว่าตัวเองด้อยค่ากว่าคนอื่น น้อยใจ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ฯลฯ เสี่ยงที่จะโตเป็นผู้ใหญ่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน

ศ.แอนดรูว์ เทอร์เนาต์ และคณะ จากสถาบันคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน UK ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 6,500 คน โดยทำการชั่งน้ำหนัก-ส่วนสูง และทำการทดสอบทางจิตวิทยาในวัยเด็ก ติดตามไป 20 ปีจนอายุ 30 ปี

...

ผลการศึกษาพบว่า คนที่ตีค่าตนเองต่ำเสี่ยงอ้วนมากขึ้น ผลกระทบนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และผู้ปกครองมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตีค่าตัวเองต่ำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

...

(1). ไม่เปรียบเทียบ

  • ไม่ควรนำเด็กคนหนึ่งไปเปรียบเทียบกับอีกคน เช่น พี่กับน้อง เด็กกับเด็กข้างบ้าน ลูกพี่ลูกน้อง หรือลูกคนอื่น ฯลฯ

(2). ติการกระทำ

  • เมื่อเด็กทำผิด... ให้ติเตียนการกระทำมากกว่าบุคคล เช่น พูดว่า "ทำแบบนี้ไม่ดี" แทนที่จะตอกย้ำซ้ำเติมว่า "เด็กไม่ดี" ฯลฯ

(3). ชมการกระทำ

  • ชื่นชมเมื่อเด็กทำดี ให้เน้นการกระทำมากกว่าบุคคล เช่น พูดว่า "ทำแบบนี้ดี" แทนที่จะย้ำว่า "เด็กดี"
  • การชมการกระทำมีส่วนช่วยให้เด็กเรียนรู้โลกได้ชัดเจนกว่าการชมตัวบุคคล เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดมา "ดีพร้อม" หรือ "เลวพร้อม" หากแต่เป็นส่วนผสมของการทำดีเป็นส่วนใหญ่ หรือการทำเลวเป็นส่วนใหญ่

(4). ชมให้มากกว่าติ

  • พยายามรักษาสัดส่วนคำชมต่อคำติไว้ อย่างน้อยควรชมการทำดี 3 เท่าของการติการทำไม่ดีขึ้นไป เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมองตัวเองต่ำ หรือมองโลกในแง่ร้าย

(5). ชื่นชมกันและกัน

  • สอนเด็กให้มีสติ รู้จักรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นและตนเอง เช่น ทำแบบนี้ทำให้คนอื่นเจ็บหรือเสียใจ ควรกล่าว "ขอโทษ", คนอื่นทำดีกับเราแบบนี้ ควรกล่าว "ขอบคุณ" หรือ "ขอบใจ"
  • ผู้ใหญ่ควรทำตัวเป็นแบบอย่าง โดยการแสดงความชื่นชมซึ่งกันและกันอย่างน้อยวันละครั้ง โดยชมทั้งต่อหน้าและลับหลัง เช่น ชมคนทำกับข้าวว่า อะไรอร่อย (อะไรไม่อร่อย ไม่ควรติ แต่ควรหาโอกาสบอกเป็นส่วนตัวเบาๆ ว่า รสชาดแบบนี้ชอบหรือไม่ชอบเบาๆ เพื่อให้คนทำกับข้าวพัฒนาฝีมือดีขึ้น) ฯลฯ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 12 กันยายน 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.