น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%

 มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมาก

 ทั้งภายใน และภายนอก  

เพราะมีกรดลอริกมาก

 และกรดไขมันอื่นๆอีก 6 ชนิด ที่เหมือน น้ำนมแม่   

                

 

 

 

 

 

 

 

   

 

  

 

   

 

 

 

 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100% แบบธรรมชาติ

 

  ทุกขั้นตอนการทำต้องสะอาด มะพร้าวต้องแก่ สมบูรณ์

 ไม่มีงอก ไม่ใกล้เสีย  ไม่มีสิ่งเจือปน ถึงจะสกัดได้น้ำมันมะพร้าว

 

  วิธีทำ   

 

    เนื้อมะพร้าว แก่  ขูดเองหรือซื้อมา ใช้ เนื้อมะพร้าว 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน คั้นด้วยน้ำอุ่น แล้วกรองใส่ภาชนะหมัก ภาชนะใส เพื่อมองเห็นการแยกชั้น ของกะทิที่จะเป็นน้ำมัน  ปิดฝาตั้งวางไว้ในห้องอุณภูมิปกติ ในบ้าน

 

( ถ้าซื้อหัวกะทิโดยไม่ผสมน้ำมาจากแม่ค้า เทหัวกะทิใส่ ภาชนะใส แล้วเติมน้ำอุ่นเกือบร้อน ลงในอัตราส่วน 1:1 ปิดฝา) ใช้เวลา 9-18 ชั่วโมง จะมองเห็นการแยกชั้นชัดเจน(ได้น้ำมันช้าหรือเร็ว อยู่ที่อากาศ และมะพร้าวแก่หรือไม่ด้วย และทุกขั้นตอนต้องสะอาดหมด)

 

   คือมองจากชั้นบน  1.ชั้นฝ้า 2.ชั้นน้ำมันใส 3.ชั้นครีมโปรตีนกะทิ  4.ชั้นน้ำหมัก  5.ชั้น โปรตีนกัม  (ถ้าครบ 18 ชม.ลืมกรองหรือไม่ว่างกรองก็ไม่เป็นไร วางไว้ที่เดิมตัวน้ำมันจะคงที่ไม่เป็นไรแต่อย่าให้นานเกิน )

 

  เมื่อแยกชั้นดีแล้วเตรียมภาชนะกรอง โดยใช้ผ้าขาวบางพับ 6-8 ชั้น มากชั้นน้ำมันยิ่งใส วางบนกระชอนหรือที่กรองมีภาชนะรองด้านใต้

 

(ถ้าหมัก 9 ชั่วโมงแล้วไม่เกิดน้ำมันใส ให้ตักครีมกะทิชั้นบนทั้งหมดเคี่ยวไฟอ่อนแบบโบราณ ก็จะได้น้ำมันใส คุณประโยชน์เหมือนกันแต่กลิ่นหอมกว่า สกัดเย็น)

 

         เปิดฝ้าตักน้ำมันใสใส่บนผ้าขาวบาง ในส่วนที่คิดว่าไม่มีน้ำติดขึ้นมานี้เมื่อกรองเสร็จ ใช้ได้ทันที แยกใส่ขวดไว้ต่างหาก   ส่วนที่เหลือ ชั้น 3 บนน้ำหมักก็ตักขึ้นกรอง ชึ่งจะตักง่ายจะแยกจากน้ำชัดเจน  หรือจะตักพรัอมกันครั้งเดียวก็ได้ 3 ชั้นกรอง ห้ามคนหรือบี้ครีมปล่อยให้ค่อยๆหยดเอง เพราะจะทำให้น้ำมันขุ่น (น้ำหมักใสออกขุ่น และโปรตีนกัมนอนก้น ทิ้งไปหรือทำปุ๋ย หรือทำน้ำส้มสายชู )

 

    เมื่อน้ำมันหยดหมดแล้ว น้ำมันที่ได้ ทำการเอาน้ำออกจากน้ำมันที่มีติดมา ได้ 2 วิธี

 

     1. ยกน้ำมันใส่ตู้เย็น เมื่อน้ำมันแข็ง นำออกมา แล้วเจาะหรือดันก้อนน้ำมันขึ้นจะเห็นน้ำให้เอาทิ้งไป ถ้าน้ำมันมีน้ำปนอยู่จะขึ้นราดำ และเหม็นตึๆถึงแม้จะใส่ตู้เย็นก็ตาม  ไม่ควรเก็บไว้หลายวันใช้ให้หมดเร็ว ถ้าเก็บไว้นานต้องทำวิธีที่ 2

 

   2.    ทำการระเหยน้ำเพื่อไม่ให้น้ำมันเหม็นไม่ขึ้นรา และเก็บได้นาน โดย ตั้งหม้อน้ำรัอนให้เดือดเบาๆ วางตะแกรง   (หรือใช้หม้อซึ้ง) แล้วนำน้ำมันที่ได้วางบนใช้ช้อนหรือทัพพีคนจะมีฟองอากาศเดือดปุดๆ คนไปมาจนไม่มีฟองอากาศปุด ก็ยกขี้น ตั้งวางไว้ สักพ้กน้ำมันใช้ได้ทันที

      แต่ถ้าจะเก็บไว้นานๆให้ตั้งวางไว้ประมาณ 7 วัน  น้ำมันที่ระเหยน้ำหมดสามารถเก็บได้นานมากกว่า 1 ปี ได้ปกติคงที่   จนแน่ใจว่าน้ำระเหยออกหมดแล้วโดยตั้งวางจนใส ค่อยบรรจุขวด เป็นของฝาก ของเยี่ยมคนไข้ได้  เพราะมีประโยชน์มากหลายอย่าง  ต่อทุกคนทุกวัย  

 

(กรณีทำแล้วน้ำมันยังขุ่นจากการระเหยน้ำ ให้ยกหม้อน้ำร้อนไปตั้งในกล่องโฟมหรือกระติกให้อุณหภูมิประมาณ 50 องศาฯ ยกน้ำมันไปวางคู่ก้บหม้อน้ำรัอนที่ปิดฝา รอจนน้ำมันใส ก็ใช้ได้หรือไม่ใสก็ใช้ได้เหมือนกัน)

 

*  ส่วนที่อยู่บนผ้าขาวบางให้เทลงใส่กะทะ พร้อมบิดผ้าขาวบางที่มีน้ำมันลงในกะทะ เปิดไฟอ่อนที่สุด เคี่ยวคนไปมา อย่าให้ติดกะทะ จนเป็นน้ำมันใส พอเนื้อครีมกะทิเกรียมก็ปิดไฟ

 

       พอน้ำมันเย็นก็เทกรองบนผ้าขาวบาง 3-4 ชั้น กรองให้ใสที่สุด และห่อกากน้ำมันบีบ น้ำมันออกให้หมด  ก็จะได้น้ำมันอีกส่วนหนึ่ง ใช้ได้เหมือนกันแต่จะหอมมากขึ้น (การทำน้ำมันหน้าหนาวหากผ้าขาวบางแข็งให้ต้มผ้าแล้วค่อยซัก)

 

          การทำครั้งแรกอาจจะติดขัดบ้างแต่ขอให้ทุกท่านพยายามทำพอครั้งต่อไปก็จะง่ายขี้น  หากบ้างท่านไม่เสียดายครีมกะทิบนผ้าขาวบางจะไม่นำมาเคี่ยวโบราณก็ได้ แล้วแต่สะดวกของผู้ทำ จะบิดผ้าขาวบางอย่างเดียวก็ได้  ของดีทั้งนั้น เพราะการซื้อ ราคาสูง และมีขายไม่ทั่วถึง มีเป็นบางร้านเท่านั้น 

 

 วิธีใช้

 

    แบบน้ำมันใส หรือแช่เย็นเป็นไขขาว ให้ทดลองทั้ง 2แบบ แล้วแต่ชอบโดยธรรมชาติ ของน้ำมันมะพร้าว อุณภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียล จะแข็งเป็นไขขาว แต่เมื่อแช่น้ำอุ่น หรืออากาศปกติก็ใสเหมือนเดิม

   ถ้าฤดูหนาวควรใส่ขวดปากกว้างเพื่อสะดวกในการใช้ ใช้ช้อนตักใส่ปากหรือลงกระทะทำอาหาร แต่เมื่อเรากินหรือทาผิวก็ละลายทันที เพราะอุณภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียล

  การแช่เย็น แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง หรือช็อคโกแลต ก็จะกินง่ายขึ้น  เหมาะสำหรับเด็กๆหรือผู้ใหญ่ที่ยังไม่กล้ากินน้ำมัน การแช่เย็นตักเป็นก้อนกินง่าย ( น้ำมันมะพร้าวคือที่ชุปเคลือบไอติมแท่งที่ขายทั่วไป )  

    การอธิบายจะมีมากแต่ถ้าเข้าใจ และลงมือทำก็จะทราบว่าง่าย และดีใจที่ทำได้เอง การทำเองเป็นน้ำมันมะพร้าวที่คุณภาพเยี่ยมใช้ได้ผลดีกับร่างกาย  เพราะทุกขั้นตอนเราเห็นว่าสะอาดหรือเนื้อมะพร้าวไม่เก่า ไม่มีรา ไม่มีสิ่งเจือปน หากทุกคนทำได้เองจะดีมาก ทำครั้งละน้อยหมดก็ทำใหม่เหมือนการทำอาหารอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ได้อย่างไรถามได้นะคะ  ยินดีตอบค่ะ

 

วิธีทำน้ำมันมะพร้าวที่ง่ายสะดวกมากขึ้นอีก 

 http://gotoknow.org/blog/kandanalike/343093

หรือ วิธีทำที่ใส่ภาชนะหมักที่สะดวกและง่ายขึ้นในกรณีที่ทำมาก

    http://gotoknow.org/blog/kanda01/405966



* คำแนะนำเพิ่มให้เข้าใจทำได้ง่ายมากขึ้น *


การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100% 

   มีคุณภาพเยี่ยมได้ด้วยตนเอง


วิธีทำ


นำเนื้อมะพร้าวแก่  1 ส่วน น้ำอุ่น 1 ส่วนหรือประมาณเท่ากัน คั้นด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้ได้น้ำกะทิ  เสร็จแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง  นำน้ำกะทิที่ได้ทั้งหมดเทใส่ภาชนะทรงกระบอก เช่น หม้อ ขวดโหล โถ เหยือกน้ำ หรือ ขวดน้ำเปล่าที่สะอาด แล้วปิดฝาไม่ต้องแน่นหรือไม่ปิดก้ได้  ตั้งวางไว้ในบ้านอุณหภูมิปกติ  หัวกะทิจะค่อยๆลอยขึ้นด้านบน  ประมาณ 12 ชั่วโมง จะเห็นน้ำมันใส หากหมักด้วยภาชนะใสถ้าเป็นภาชนะทึบ ให้เปิดฝ้าครีมกะทิด้านบนดู


หากใส่ภาชนะใสหมัก จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็น 5 ชั้นคือ
1. ครีมฝ้าบางๆ
2. น้ำมันมะพร้าวใส
3. ครีมกะทิที่ไม่เป็นน้ำมัน
4. น้ำหมัก
5. ตะกอน


เตรียมภาชนะกรอง

ถ้วยทนความร้อน(เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตอนจะระเหยน้ำ)หรือหม้อใบเล็ก ฯ นำกระชอนหรือตะแกรง วางบนปากถ้วยฯ แล้วนำผ้าขาวบางพับ 8 ชั้น (มากชั้นเพื่อให้ได้น้ำมันใสไม่มีตะกอน)  หรือใช้กระดาษชนิดกรอง


กรองน้ำมัน


1. ตักครีมฝ้าชั้น1 บน ใส่ถ้วยไว้
2. ค่อยๆตักชั้น 2 น้ำมันใส ที่อยู่บนครีมกะทิ  ขึ้นมากรอง ให้หมด
3. ตักครีมกะทิชั้น 3  ที่ไม่เป็นน้ำมันจะลอยอยู่บนน้ำหมัก
   ใส่รวมไว้ในถ้วยที่ใส่ ชั้น 1 ไว้
4. น้ำหมักที่ชั้น 4 และชั้น 5 ตะกอน ทิ้ง หรือทำปุ๋ย
5.  รอน้ำมันบนภาชนะกรองหยดจนหมด

 

การระเหยน้ำ


- นำน้ำใส่หม้อต้มให้เดือด นำตะแกรงวางบนปากหม้อ หรือใช้หม้อซึ้ง  พอน้ำเดือดแล้วเบาไฟ

-  นำน้ำมันมะพร้าวใสที่ได้จากการกรองขึ้นวางบนตะแกรง


- ใช้ช้อนช่วยคนเพื่อให้ความชื้นหรือน้ำที่ปนมาระเหยออกไปเร็วขึ้น จะมีฟองอากาศเดือด ทำจนไม่มีฟองอากาศ ก็ปิดไฟ  หรือจะตั้งภาชนะที่มีน้ำมันลงในน้ำที่เดือดเบาๆ โดยไม่วางบนตะแกรง ก็ได้เช่นกัน


- น้ำมันที่ระเหยน้ำแล้ว ใช้ได้ทันที


- แต่ถ้านำไปจำหน่าย หรือ เป็นของฝาก ของเยี่ยม ฯหลังจากระเหยน้ำเสร็จแล้วตั้งวางไว้ ประมาณ 7 วัน
จนมั่นใจว่า ไม่มีความชื้น และตะกอน


- จึงค่อยนำน้ำมันมะพร้าวใสบรรจุขวดซึ่งจะเก็บไว้ได้นานมากกว่า 1 ปี คงสภาพเดิม คุณภาพเยี่ยม


-  หากไม่ทำการระเหยน้ำต้องใช้ให้หมดเร็ว  ถ้าเก็บไว้นานน้ำมันจะเหม็นตึ 
 เหม็นหืน และเกิดเชื้อรา ถึงแม้จะใส่ตู้เย็น ก็เหม็น และเกิดเชื้อรา


ครีมกะทิจากการหมัก

   จากชั้น 1 และชั้น 3 ที่ไม่เป็นน้ำมัน และบน-ในผ้าขาวบาง ให้บิด แล้วนำลงกระทะทั้งหมด เปิดไฟอ่อนๆเคี่ยว จนเนื้อครีมกะทิเป็นสีน้ำตาลอ่อน ก็ปิดไฟ รอจนเย็นก็ตักกรอง จะได้น้ำมันใสไว้ใช้ได้อีกส่วนหนึ่ง


หมายเหตุ :


1. การขูดมะพร้าวด้วยกระต่าย ให้ขูดหรือใช้ช้อน ขูดผิวสีดำที่ติดก้นกะลา ออกมาให้หมด เพราะวิตามินอี ของมะพร้าวอยู่ตรงที่ผิวดำติดเนื้อมะพร้าวที่ติดก้นกะลา เมื่อเราขูดออกมาหมดแล้วคั้นหมักไปด้วยกัน เราก็จะได้ วิตามินอี มากมาย


2. กรณีซื้อหัวกะทิไม่ผสมน้ำจากตลาด  เมื่อถึงบ้าน นำเทใส่ภาชนะหมัก ทั้งหมด แล้วเติมน้ำอุ่นเท่ากับ หัวกะทิ ปิดฝาตั้งวางไว้ในบ้าน


3. การซื้อมะพร้าวจากตลาด เราต้องลุ้นและทำใจเล็กน้อยในการจะได้น้ำมัน เพราะ ผู้ขาย เครื่องใช้งานมากไม่ได้ล้าง และเว้นระยะการขูด ช่วงที่รอผู้มาซื้อ อาจเกิดเชื้อแบคทีเรีย หรือเครื่องไม่สะอาดเพราะเกิดการสะสมมะพร้าวใหม่เก่าที่ขูดตลอดเวลามีค้างในเครื่องบ้างอาจมีมะพร้าวไม่แก่ หรือมีมะพร้าวงอกปน  การล้างก่อนขูดไม่สะอาด ฯ (แต่ผู้ขายบางคนใจดี เมื่อเราบอกว่าจะไปทำน้ำมัน เขาก็จะเลือกแก่ๆและล้างให้ ใหม่ ก่อนนำไปขูด )


4. หากหมักไปแล้ว 12 ชั่วโมง ไม่ได้เกิดน้ำมันใส เกิดแค่ 2 ชั้นคือครีมกะทิและน้ำหมัก สาเหตุ มาจาก ข้อ 3 แล้ว ให้ตักครีมกะทิชั้นบนทั้งหมด ลงกระทะ เคี่ยวไฟอ่อนๆพยายามอย่าให้เนื้อครีมกะทิติดกระทะ คนไปมา (เมื่อยก็ปิดไฟหยุดพัก แล้วเคี่ยวใหม่ได้) เคี่ยวจนกากเป็นสีน้ำตาลอ่อนก็ปิดไฟ จะได้น้ำมันใสแจ๋ว และได้น้ำมันเร็วกว่าการเคี่ยวหัวกะทิสด เพราะผ่านการหมักมาแล้ว แต่กากจะมีรสเปรี้ยว


5. หมักครบ 12 ชั่วโมงเป็นน้ำมันใสแล้วแต่ยังไม่ว่างกรอง เลย 12 ชั่วโมงก็ไม่เป็นอะไร เมื่อเกิดน้ำมันใสแล้ว ตัวน้ำมันดีเหมือนเดิม แต่ไม่ควรนานเกินหลายวัน


6. เมื่อตั้งวางหมักไม่ควรเขย่าขวด และเวลากรอง ก็ปล่อยให้น้ำมันหยดเอง  ถ้าใช้ช้อนบี้ หรือขย้ำเพื่อให้หยดเร็ว  ครีมกะทิที่ไม่เป็นน้ำมันและน้ำหมัก ปนลงไปด้วยแล้ว ทำให้น้ำมันขุ่นไม่ใส และเปรี้ยว


7. การที่จะกินกาก หรือขี้ออด หรือขี้แหย่ ฯให้อร่อยนั้น ต้องเคี่ยวจากหัวกะทิสด โดยคั้นเหมือนกัน กรองแล้วตั้งวางไว้สักพัก รอจนหัวกะทิลอยขึ้นบนแล้ว ค่อยๆตักหัวกะทิลงกระทะ  (หากนำลงทั้งหัวทั้งหางกะทิจะกระเด็นมากและได้น้ำมันช้ามาก)เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนกากเป็นสีน้ำตาลอ่อน กากนี้หอมอร่อยมาก และน้ำมันที่ได้ก็หอมมาก การเคี่ยวแบบโบราณ หากต้องการเก็บน้ำมันไม่ให้ตกตะกอน ควรใส่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นาน


8. ในฤดูหนาวหรือฝนตก ทำให้อากาศเย็น หากจะหมักทำน้ำมัน เมื่อใส่ภาชนะแล้ว แนะนำให้นำไปวางไว้ ด้านหลังตู้เย็น หรือข้างหน้าต่างในบ้าน ที่มีแดดภายนอก


9. ผ้าขาวบางที่ใช้กรองน้ำมันหลายชั้นนั้น จะซักเพื่อให้น้ำมันออกหลายครั้งมาก แนะนำให้ต้ม ก่อนนำไปซัก เวลาซักหากมีน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวก็บีบใส่รวมลงไปในน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ก็จะซักง่ายสะอาดเร็ว


                                

 

 

 ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี