น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%
มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมาก
ทั้งภายในและภายนอก
เพราะมีกรดลอริกมาก
และกรดไขมันอื่นๆอีก 6 ชนิดที่เหมือน น้ำนมแม่
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%แบบธรรมชาติ
ทุกขั้นตอนการทำต้องสะอาดมะพร้าวต้องแก่ สมบูรณ์
ไม่มีงอก ไม่ใกล้เสีย ไม่มีสิ่งเจือปนถึงจะสกัดได้น้ำมันมะพร้าว
วิธีทำ
เนื้อมะพร้าว แก่ ขูดเองหรือซื้อมา ใช้ เนื้อมะพร้าว 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน คั้นด้วยน้ำอุ่นแล้วกรองใส่ภาชนะหมัก ภาชนะใส เพื่อมองเห็นการแยกชั้นของกะทิที่จะเป็นน้ำมัน ปิดฝาตั้งวางไว้ในห้องอุณภูมิปกติในบ้าน
( ถ้าซื้อหัวกะทิโดยไม่ผสมน้ำมาจากแม่ค้าเทหัวกะทิใส่ ภาชนะใส แล้วเติมน้ำอุ่นเกือบร้อน ลงในอัตราส่วน 1:1ปิดฝา) ใช้เวลา 9-18ชั่วโมง จะมองเห็นการแยกชั้นชัดเจน(ได้น้ำมันช้าหรือเร็วอยู่ที่อากาศ และมะพร้าวแก่หรือไม่ด้วยและทุกขั้นตอนต้องสะอาดหมด)
คือมองจากชั้นบน 1.ชั้นฝ้า 2.ชั้นน้ำมันใส 3.ชั้นครีมโปรตีนกะทิ 4.ชั้นน้ำหมัก 5.ชั้น โปรตีนกัม (ถ้าครบ 18ชม.ลืมกรองหรือไม่ว่างกรองก็ไม่เป็นไรวางไว้ที่เดิมตัวน้ำมันจะคงที่ไม่เป็นไรแต่อย่าให้นานเกิน)
เมื่อแยกชั้นดีแล้วเตรียมภาชนะกรอง โดยใช้ผ้าขาวบางพับ 6-8 ชั้นมากชั้นน้ำมันยิ่งใสวางบนกระชอนหรือที่กรองมีภาชนะรองด้านใต้
(ถ้าหมัก 9ชั่วโมงแล้วไม่เกิดน้ำมันใสให้ตักครีมกะทิชั้นบนทั้งหมดเคี่ยวไฟอ่อนแบบโบราณ ก็จะได้น้ำมันใสคุณประโยชน์เหมือนกันแต่กลิ่นหอมกว่า สกัดเย็น)
เปิดฝ้าตักน้ำมันใสใส่บนผ้าขาวบางในส่วนที่คิดว่าไม่มีน้ำติดขึ้นมานี้เมื่อกรองเสร็จใช้ได้ทันที แยกใส่ขวดไว้ต่างหาก ส่วนที่เหลือ ชั้น3 บนน้ำหมักก็ตักขึ้นกรอง ชึ่งจะตักง่ายจะแยกจากน้ำชัดเจน หรือจะตักพรัอมกันครั้งเดียวก็ได้ 3 ชั้นกรองห้ามคนหรือบี้ครีมปล่อยให้ค่อยๆหยดเอง เพราะจะทำให้น้ำมันขุ่น(น้ำหมักใสออกขุ่น และโปรตีนกัมนอนก้น ทิ้งไปหรือทำปุ๋ยหรือทำน้ำส้มสายชู )
เมื่อน้ำมันหยดหมดแล้วน้ำมันที่ได้ ทำการเอาน้ำออกจากน้ำมันที่มีติดมา ได้ 2วิธี
1.ยกน้ำมันใส่ตู้เย็น เมื่อน้ำมันแข็ง นำออกมาแล้วเจาะหรือดันก้อนน้ำมันขึ้นจะเห็นน้ำให้เอาทิ้งไปถ้าน้ำมันมีน้ำปนอยู่จะขึ้นราดำและเหม็นตึๆถึงแม้จะใส่ตู้เย็นก็ตาม ไม่ควรเก็บไว้หลายวันใช้ให้หมดเร็ว ถ้าเก็บไว้นานต้องทำวิธีที่2
2. ทำการระเหยน้ำเพื่อไม่ให้น้ำมันเหม็นไม่ขึ้นรา และเก็บได้นาน โดยตั้งหม้อน้ำรัอนให้เดือดเบาๆ วางตะแกรง (หรือใช้หม้อซึ้ง)แล้วนำน้ำมันที่ได้วางบนใช้ช้อนหรือทัพพีคนจะมีฟองอากาศเดือดปุดๆคนไปมาจนไม่มีฟองอากาศปุด ก็ยกขี้น ตั้งวางไว้สักพ้กน้ำมันใช้ได้ทันที
แต่ถ้าจะเก็บไว้นานๆให้ตั้งวางไว้ประมาณ 7 วัน น้ำมันที่ระเหยน้ำหมดสามารถเก็บได้นานมากกว่า 1 ปีได้ปกติคงที่ จนแน่ใจว่าน้ำระเหยออกหมดแล้วโดยตั้งวางจนใสค่อยบรรจุขวด เป็นของฝาก ของเยี่ยมคนไข้ได้ เพราะมีประโยชน์มากหลายอย่าง ต่อทุกคนทุกวัย
(กรณีทำแล้วน้ำมันยังขุ่นจากการระเหยน้ำให้ยกหม้อน้ำร้อนไปตั้งในกล่องโฟมหรือกระติกให้อุณหภูมิประมาณ 50องศาฯ ยกน้ำมันไปวางคู่ก้บหม้อน้ำรัอนที่ปิดฝา รอจนน้ำมันใสก็ใช้ได้หรือไม่ใสก็ใช้ได้เหมือนกัน)
* ส่วนที่อยู่บนผ้าขาวบางให้เทลงใส่กะทะพร้อมบิดผ้าขาวบางที่มีน้ำมันลงในกะทะ เปิดไฟอ่อนที่สุด เคี่ยวคนไปมาอย่าให้ติดกะทะ จนเป็นน้ำมันใสพอเนื้อครีมกะทิเกรียมก็ปิดไฟ
พอน้ำมันเย็นก็เทกรองบนผ้าขาวบาง 3-4 ชั้น กรองให้ใสที่สุดและห่อกากน้ำมันบีบน้ำมันออกให้หมด ก็จะได้น้ำมันอีกส่วนหนึ่งใช้ได้เหมือนกันแต่จะหอมมากขึ้น (การทำน้ำมันหน้าหนาวหากผ้าขาวบางแข็งให้ต้มผ้าแล้วค่อยซัก)
การทำครั้งแรกอาจจะติดขัดบ้างแต่ขอให้ทุกท่านพยายามทำพอครั้งต่อไปก็จะง่ายขี้น หากบ้างท่านไม่เสียดายครีมกะทิบนผ้าขาวบางจะไม่นำมาเคี่ยวโบราณก็ได้แล้วแต่สะดวกของผู้ทำ จะบิดผ้าขาวบางอย่างเดียวก็ได้ ของดีทั้งนั้น เพราะการซื้อ ราคาสูง และมีขายไม่ทั่วถึงมีเป็นบางร้านเท่านั้น
วิธีใช้
แบบน้ำมันใส หรือแช่เย็นเป็นไขขาว ให้ทดลองทั้ง2แบบ แล้วแต่ชอบโดยธรรมชาติ ของน้ำมันมะพร้าว อุณภูมิต่ำกว่า 25องศาเซลเซียล จะแข็งเป็นไขขาว แต่เมื่อแช่น้ำอุ่นหรืออากาศปกติก็ใสเหมือนเดิม
ถ้าฤดูหนาวควรใส่ขวดปากกว้างเพื่อสะดวกในการใช้ ใช้ช้อนตักใส่ปากหรือลงกระทะทำอาหารแต่เมื่อเรากินหรือทาผิวก็ละลายทันที เพราะอุณภูมิร่างกาย 37องศาเซลเซียล
การแช่เย็น แล้วราดด้วยน้ำผึ้งหรือช็อคโกแลต ก็จะกินง่ายขึ้น เหมาะสำหรับเด็กๆหรือผู้ใหญ่ที่ยังไม่กล้ากินน้ำมัน การแช่เย็นตักเป็นก้อนกินง่าย( น้ำมันมะพร้าวคือที่ชุปเคลือบไอติมแท่งที่ขายทั่วไป )
การอธิบายจะมีมากแต่ถ้าเข้าใจและลงมือทำก็จะทราบว่าง่ายและดีใจที่ทำได้เอง การทำเองเป็นน้ำมันมะพร้าวที่คุณภาพเยี่ยมใช้ได้ผลดีกับร่างกาย เพราะทุกขั้นตอนเราเห็นว่าสะอาดหรือเนื้อมะพร้าวไม่เก่า ไม่มีราไม่มีสิ่งเจือปนหากทุกคนทำได้เองจะดีมาก ทำครั้งละน้อยหมดก็ทำใหม่เหมือนการทำอาหารอย่างหนึ่งถ้าไม่ได้อย่างไรถามได้นะคะ ยินดีตอบค่ะ
วิธีทำน้ำมันมะพร้าวที่ง่ายสะดวกมากขึ้นอีก
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/343093
หรือวิธีทำที่ใส่ภาชนะหมักที่สะดวกและง่ายขึ้นในกรณีที่ทำมาก
http://gotoknow.org/blog/kanda01/405966
* คำแนะนำเพิ่มให้เข้าใจทำได้ง่ายมากขึ้น *
การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 100%
มีคุณภาพเยี่ยมได้ด้วยตนเอง
วิธีทำ
นำเนื้อมะพร้าวแก่ 1 ส่วน น้ำอุ่น 1 ส่วนหรือประมาณเท่ากันคั้นด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้ได้น้ำกะทิ เสร็จแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง นำน้ำกะทิที่ได้ทั้งหมดเทใส่ภาชนะทรงกระบอก เช่นหม้อ ขวดโหล โถ เหยือกน้ำ หรือ ขวดน้ำเปล่าที่สะอาด แล้วปิดฝาไม่ต้องแน่นหรือไม่ปิดก้ได้ ตั้งวางไว้ในบ้านอุณหภูมิปกติ หัวกะทิจะค่อยๆลอยขึ้นด้านบน ประมาณ 12 ชั่วโมง จะเห็นน้ำมันใส หากหมักด้วยภาชนะใสถ้าเป็นภาชนะทึบ ให้เปิดฝ้าครีมกะทิด้านบนดู
หากใส่ภาชนะใสหมัก จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็น 5 ชั้นคือ
1. ครีมฝ้าบางๆ
2. น้ำมันมะพร้าวใส
3. ครีมกะทิที่ไม่เป็นน้ำมัน
4. น้ำหมัก
5. ตะกอน
เตรียมภาชนะกรอง
ถ้วยทนความร้อน(เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตอนจะระเหยน้ำ)หรือหม้อใบเล็กฯ นำกระชอนหรือตะแกรง วางบนปากถ้วยฯ แล้วนำผ้าขาวบางพับ 8 ชั้น (มากชั้นเพื่อให้ได้น้ำมันใสไม่มีตะกอน) หรือใช้กระดาษชนิดกรอง
กรองน้ำมัน
1. ตักครีมฝ้าชั้น1 บน ใส่ถ้วยไว้
2. ค่อยๆตักชั้น 2 น้ำมันใส ที่อยู่บนครีมกะทิ ขึ้นมากรองให้หมด
3. ตักครีมกะทิชั้น 3 ที่ไม่เป็นน้ำมันจะลอยอยู่บนน้ำหมัก
ใส่รวมไว้ในถ้วยที่ใส่ ชั้น 1 ไว้
4. น้ำหมักที่ชั้น 4 และชั้น 5 ตะกอน ทิ้ง หรือทำปุ๋ย
5. รอน้ำมันบนภาชนะกรองหยดจนหมด
การระเหยน้ำ
- นำน้ำใส่หม้อต้มให้เดือดนำตะแกรงวางบนปากหม้อ หรือใช้หม้อซึ้ง พอน้ำเดือดแล้วเบาไฟ
- นำน้ำมันมะพร้าวใสที่ได้จากการกรองขึ้นวางบนตะแกรง
- ใช้ช้อนช่วยคนเพื่อให้ความชื้นหรือน้ำที่ปนมาระเหยออกไปเร็วขึ้นจะมีฟองอากาศเดือด ทำจนไม่มีฟองอากาศ ก็ปิดไฟ หรือจะตั้งภาชนะที่มีน้ำมันลงในน้ำที่เดือดเบาๆ โดยไม่วางบนตะแกรงก็ได้เช่นกัน
- น้ำมันที่ระเหยน้ำแล้ว ใช้ได้ทันที
- แต่ถ้านำไปจำหน่าย หรือ เป็นของฝาก ของเยี่ยม ฯหลังจากระเหยน้ำเสร็จแล้วตั้งวางไว้ ประมาณ 7 วัน
จนมั่นใจว่า ไม่มีความชื้น และตะกอน
- จึงค่อยนำน้ำมันมะพร้าวใสบรรจุขวดซึ่งจะเก็บไว้ได้นานมากกว่า 1 ปี คงสภาพเดิม คุณภาพเยี่ยม
- หากไม่ทำการระเหยน้ำต้องใช้ให้หมดเร็ว ถ้าเก็บไว้นานน้ำมันจะเหม็นตึ เหม็นหืน และเกิดเชื้อราถึงแม้จะใส่ตู้เย็น ก็เหม็น และเกิดเชื้อรา
ครีมกะทิจากการหมัก
จากชั้น 1 และชั้น 3 ที่ไม่เป็นน้ำมัน และบน-ในผ้าขาวบางให้บิด แล้วนำลงกระทะทั้งหมด เปิดไฟอ่อนๆเคี่ยว จนเนื้อครีมกะทิเป็นสีน้ำตาลอ่อนก็ปิดไฟ รอจนเย็นก็ตักกรอง จะได้น้ำมันใสไว้ใช้ได้อีกส่วนหนึ่ง
หมายเหตุ :
1. การขูดมะพร้าวด้วยกระต่าย ให้ขูดหรือใช้ช้อนขูดผิวสีดำที่ติดก้นกะลา ออกมาให้หมด เพราะวิตามินอีของมะพร้าวอยู่ตรงที่ผิวดำติดเนื้อมะพร้าวที่ติดก้นกะลาเมื่อเราขูดออกมาหมดแล้วคั้นหมักไปด้วยกัน เราก็จะได้ วิตามินอี มากมาย
2. กรณีซื้อหัวกะทิไม่ผสมน้ำจากตลาด เมื่อถึงบ้าน นำเทใส่ภาชนะหมัก ทั้งหมด แล้วเติมน้ำอุ่นเท่ากับ หัวกะทิปิดฝาตั้งวางไว้ในบ้าน
3. การซื้อมะพร้าวจากตลาดเราต้องลุ้นและทำใจเล็กน้อยในการจะได้น้ำมัน เพราะ ผู้ขาย เครื่องใช้งานมากไม่ได้ล้างและเว้นระยะการขูด ช่วงที่รอผู้มาซื้อ อาจเกิดเชื้อแบคทีเรียหรือเครื่องไม่สะอาดเพราะเกิดการสะสมมะพร้าวใหม่เก่าที่ขูดตลอดเวลามีค้างในเครื่องบ้างอาจมีมะพร้าวไม่แก่ หรือมีมะพร้าวงอกปน การล้างก่อนขูดไม่สะอาด ฯ (แต่ผู้ขายบางคนใจดีเมื่อเราบอกว่าจะไปทำน้ำมัน เขาก็จะเลือกแก่ๆและล้างให้ ใหม่ ก่อนนำไปขูด )
4. หากหมักไปแล้ว 12 ชั่วโมง ไม่ได้เกิดน้ำมันใส เกิดแค่ 2 ชั้นคือครีมกะทิและน้ำหมัก สาเหตุ มาจาก ข้อ 3 แล้ว ให้ตักครีมกะทิชั้นบนทั้งหมด ลงกระทะเคี่ยวไฟอ่อนๆพยายามอย่าให้เนื้อครีมกะทิติดกระทะ คนไปมา (เมื่อยก็ปิดไฟหยุดพักแล้วเคี่ยวใหม่ได้) เคี่ยวจนกากเป็นสีน้ำตาลอ่อนก็ปิดไฟ จะได้น้ำมันใสแจ๋วและได้น้ำมันเร็วกว่าการเคี่ยวหัวกะทิสด เพราะผ่านการหมักมาแล้วแต่กากจะมีรสเปรี้ยว
5. หมักครบ 12 ชั่วโมงเป็นน้ำมันใสแล้วแต่ยังไม่ว่างกรอง เลย 12 ชั่วโมงก็ไม่เป็นอะไร เมื่อเกิดน้ำมันใสแล้วตัวน้ำมันดีเหมือนเดิม แต่ไม่ควรนานเกินหลายวัน
6. เมื่อตั้งวางหมักไม่ควรเขย่าขวด และเวลากรองก็ปล่อยให้น้ำมันหยดเอง ถ้าใช้ช้อนบี้ หรือขย้ำเพื่อให้หยดเร็ว ครีมกะทิที่ไม่เป็นน้ำมันและน้ำหมัก ปนลงไปด้วยแล้ว ทำให้น้ำมันขุ่นไม่ใสและเปรี้ยว
7. การที่จะกินกาก หรือขี้ออด หรือขี้แหย่ฯให้อร่อยนั้น ต้องเคี่ยวจากหัวกะทิสด โดยคั้นเหมือนกัน กรองแล้วตั้งวางไว้สักพักรอจนหัวกะทิลอยขึ้นบนแล้ว ค่อยๆตักหัวกะทิลงกระทะ (หากนำลงทั้งหัวทั้งหางกะทิจะกระเด็นมากและได้น้ำมันช้ามาก)เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนกากเป็นสีน้ำตาลอ่อนกากนี้หอมอร่อยมาก และน้ำมันที่ได้ก็หอมมาก การเคี่ยวแบบโบราณหากต้องการเก็บน้ำมันไม่ให้ตกตะกอน ควรใส่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นาน
8. ในฤดูหนาวหรือฝนตก ทำให้อากาศเย็น หากจะหมักทำน้ำมันเมื่อใส่ภาชนะแล้ว แนะนำให้นำไปวางไว้ ด้านหลังตู้เย็น หรือข้างหน้าต่างในบ้านที่มีแดดภายนอก
9. ผ้าขาวบางที่ใช้กรองน้ำมันหลายชั้นนั้นจะซักเพื่อให้น้ำมันออกหลายครั้งมาก แนะนำให้ต้ม ก่อนนำไปซักเวลาซักหากมีน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวก็บีบใส่รวมลงไปในน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอกก็จะซักง่ายสะอาดเร็ว
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ
ขอขอบคุณ สำหรับขั้นตอนการทำน้ำมันมะพร้าวจะพยายามทำตามทุกขั้นตอน ค่ะ ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบภายหลังน๊ะค๊ะ
สวัสดีค่ะ คนไม่มีราก
ขอบคุณ นะคะ ที่แวะมาอ่าน ทำน้ำมันมะพร้าว แล้ว อย่าลืมทำน้ำหมักเอนไซม์ผลไม้ ของไทยเราไว้บ้างนะคะ หมักมะเฟืองถ้าไม่กิน ก็อาบน้ำ เช็ด ตัว ผิวจะใสปิ้งเลยค่ะ มีคนใช้แล้ว ปิ้งจริงๆ โดบเฉพาะถ้าใส่น้ำผึ้งทาหน้าแล้วดีมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูตุ้ย
ทำนะคะได้แล้วช่วยสอนต่อด้วยนะคะ ทำอาหารอร่อย โดยเฉพาะ ทอดไข่ดาว สวยและอร่อย จะหน้าหนาวแล้วเตรียมทำใส่กระปุก สวยๆไว้ใช้เลยค่ะ แช่เย็นจะใช้ง่ายไม่เลอะปากขวด ทำไม่ได้ สงสัยอะไร ถามมานะคะ ยินดีตอบค่ะ
วันนี้ลองทำแล้วซื้อกระทิหัวมาครึ่งกิโล ทำได้น้ำมันนิดเดียวค่ะ..คนที่บ้านบอกว่าทำไมไม่เอามะพร้าวขูดไปเคี่ยว...
สวัสดีค่ะคุณ ป้าเหมียว
ครึ่งกิโลก็ได้นิดเดียวค่ะ 1 กิโล จะได้น้ำมัน 3 ขีด อยู่ที่มะพร้าว ด้วยนะคะ ว่าแก่หรือไม่ เนื้อมะพร้าว 5 กิโล จะได้น้ำมันประมาณ 1 กิโลค่ะ เขาถึงขายแพงไงค่ะ ถึงได้สนันสนุนให้ทุกคนทำเองค่ะ แต่คนที่ไม่มีมะพร้าวเองต้องซื้อแพงจากแม่ค้าค่ะ การเอามะพร้าวขูด คั้นน้ำหัวกะทิไปเคี่ยวจะได้น้ำมันหอมมากๆ
ใส่ตู้เย็นเวลา กลืน หอมพิเศษ กว่าแบบสกัดเย็นแช๋เย็น การทำเคี่ยวหัวกะทิ 1 กิโลใช้เวลา 1 ชั่วโมงค่ะ กากของเนื้อมะพร้าวอร่อยมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ สามสัก
ตามคุณป้าเหมียวมาเรียนรู้ รู้แล้ว ปฏิบัติด้วยนะคะ น้ำมันมะพร้าวดีจริงตรงมีกรดลอริก ที่ไม่มีในอาหารอื่นค่ะ(เท่าที่ทราบมานะคะ ยังไม่พบว่ามีในสิ่งอื่น) นอกจากน้ำนมแม่ที่กิน กะทิและน้ำมันมะพร้าว เท่านั้น แล้วแม่สร้างกรดตัวนี้ออกมาให้ลูกกิน เพื่อมีภูมิต้านทานก่อนกินอาหารอี่นๆตอนเป็น ทารก แล้วเราจะไม่กินของดีที่สุด ที่หาง่าย กันหรือ เพราะกินกะทิแทนน้ำมันได้เหมือนกันค่ะ
ที่อ้วนๆและเป็นโรคกันนั้นไม่ใช่ กะทิ เป็นไขมันจากไก่ หมู เนื้อ ฯที่อยู่ในแกง คือตัวให้โทษ ขนม ก็จาก น้ำตาลทรายขาว และแป้งขาว ไม่ใช่กะทิ นะคะ คนสมัยก่อนก็ใช่กะทิ ทำไมแข็งแรงไม่เป็นโรคมากมายเหมือนคนยุคปัจจุบัน (ถ้าเอ่ยแล้วยาวค่ะ )อ่านแล้วมีประโยชน์ช่วยบอกต่อ ให้เข้าใจกันใหม่ด้วยนะคะ
ตามคุณป้าเหมียวมาบ่อยๆนะคะ วิธีการปลูกต้นไม้ก็มีค่ะ อ่านเรี่องอื่นๆด้วยนะคะ มาอ่านบ่อยๆ มีขัอมูลเพื่ม เรื่อยๆค่ะ
คือคุณกานดาค่ะ หนูสงสัยในกรณีที่ทำลงโหล แล้ว
เวลาที่จะกรองทั้ง3ชั้นค่ะ
จะกรองเอาส่วนบนออกก่อน แล้วชั้นที่2-3 ถ้าทำเหมือนชั้นแรก
น้ำชั้นที่3 จะไม่ผสมมาด้วยในน้ำมะพร้าวหรือค่ะคุรกานดา
รบกวนถามนะค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ ตาล
เมื่อหมัก ได้น้ำมันแล้วที่ชั้น 2 กรอง
.. โดยตักทั้ง3 ชั้นเลยก็ได้ พอน้ำมันหยดหมดก็นำชั้นฝ้า และครีมโปรตีนกะทิที่ไม่เป็นน้ำมัน อยู่บนผ้าขาวบางลงกระทะ จะได้น้ำมัน เกรด B ไว้ใช้ได้อีกแล้วทำการละเหยน้ำน้ำมันที่หยด จนไม่มีฟองอากาศเดือดก็ยกลงและตั้งวางให้น้ำมันใส มากๆจึงค่อยบรรจุขวด
.. หรือ ตักชั้นฝ้าบนสุดพักไว้ในถ้วยก่อน แล้วตักชั้นน้ำมันใส ขึ้นมากรอง เมื่อน้ำมันใสหมด และหยดหมด แล้ว ก็ทำการละเหยน้ำ
ตักชั้นครีมโปรตีนกะทิมารวมกับชั้นฝ้า แล้วนำลงกระทะเคี่ยวไฟอ่อนๆ
.. ลองตักทั้ง 2วิธีก็ได้ สะดวกและเห็นว่าดี วิธีไหน
ครั้งต่อไปเราก็ทำวิธีที่ดีที่สุดค่ะ อย่าไปกังวลเรื่องน้ำหมักปนมา เราระเหยน้ำออกได้ พอครั้งต่อไปเราจะทราบว่าควรตักอย่างไรนะคะ ทำสบายๆครั้งแรกจะติดขัดบ้าง ได้น้ำมันแล้ว เราจะดีใจ และจะทำใช้เก่งมากขึ้น
สอนคนอื่นด้วยนะคะทุกคนจะได้สุขภาพดีและปลอดภัย ประหยัดฯลฯ
***** แล้วอย่าลืมแวะอ่านการทำออยล์พูลลิ่งนะคะมี 2 บันทึก
ดีต่อสุขภาพในช่องปากและร่างกายภายใน มากค่ะ
ขอบคุณค่ะ กำลังหาอยู่พอดีเลย
คิดจะลองใช้อยู่เห็นว่าเป็นยาได้ด้วย
สว้สดีค่ะคุณ น้ำงาม
ขอบคุณนะคะตามหาจนพบ
ลองใช้นะคะ ดีต่อสุขภาพหลายอย่างและปลอดภัยค่ะ
เป็นสิ่งธรรมชาติ ทำเองใช้เองนะคะ ได้คุณภาพปลอดภัยค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆเพื่อสุขภาพ กำลังลองทำดูแต่ใช้กะทิกล่องน่ะค่ะ ที่ๆอยู่ไม่มีมะพร้าวขูดขาย แล้วจะแจ้งผลมาให้ทราบนะคะ
สวัสดึค่ะคุณวดี
ลองทำดูนะคะ ไว้ทาผิว ทำอาหารฯลฯ
มีประโยชน์ชนิดปลอดภัยค่ะ
ต่อร่างกายมากๆไม่ได้อย่างไรถามได้นะคะ
ลองแล้วค่ะไม่ประสพความสำเร็จ เนื่องจากอากาศเย็นมากสองวันแค่ข้นๆนิดหน่อยเลยแปลงโฉมเป็นกะทิใส่กาแฟ และแกงฉู่ฉี่ปลาอร่อยไปเลย จะทดลองทำใหม่คงต้องหาที่มีอุณหภูมิดีกว่านี้ แล้วจะรายงานให้ทราบนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ วดี
ทำใหม่นะคะ กะทิกล่องสกัดเย็น เคยทำแต่ไม่ได้เหมือนกันแต่มีคนทดลองทำ ได้เห็นว่าต้องผสมกับน้ำเย็นและใช้เวลานาน ก็ยังไม่ได้ลองค่ะ กะทิกล่องเคยทำสกัดร้อน ขนาด250 มล. ทำได้ 25 มล.
สวัสดีค่ะ ทดลองอีกก็ไม่ประสพความสำเร็จ อาจเป็นเพราะอากาศเย็นมาก แต่พอเอาไปวางข้างเครื่องทำความร้อนก็ไม่ดีอีก คงต้องทำแบบสกัดร้อนจะดีกว่า และถ้าต้องการสั่งซื้อและคงต้องรบกวนให้ช่วยจัดส่งให้ด้วยจะได้ใหมคะ ค่าส่งเราจ่ายเอง ขอทราบราคาด้วยค่ะ ขอบคุณ วดี
สวัสดีค่ะคุณ วดี
กานดาไม่ได้ทำน้ำมันขายนะคะ เผยแพร่และสอนทำ ก็จะช่วยแนะนำให้กับทุกคนบ้างที่ถาม และช่วยสมาชิกที่ทำน้ำมันขาย ที่มาขอความช่วยเหลือในบางครั้ง หรือออกงานก็จะมีการฝากขาย ไม่ทราบคุณวดีอยู่จังหวัดไกลมากหรือเปล่า จะให้หมายเลขของร้านที่ไปสอนเริ่มต้นให้ และปัจจุบันขายและได้ขอ อย.ผ่านแล้วนะคะสมาชิกชมรมฯค่ะ ผลิตที่ทับสะแกจ.ประจวบฯนะคะ ชื่อ พัฒน์ โทร. 089-5617437 ราคาส่ง ขนาด 500 กรัมหรือ ครึ่งกิโลกรัม 240 บาท ส่วนขนาดต่างๆที่บรรจุขวดแก้วมีหลายขนาด .50 กรัม 100 กรัม 200 กรัม (ที่ขนาดเป็นกรัมเพราะเขาชั่งกิโลค่ะ กำลังทำฉลากกันอยู่ไม่แน่ใจว่าเสร็จหรือยังเพราะการติดฉลากก็ต้องให้อย.ตรวจด้วยค่ะว่าเขียนสรรพคุณเกินจริงหรือไม่) ภาพ ลงบันทึกไว้บ้างเช่น
http://gotoknow.org/blog/kandanalike/323593
ขอบคุณค่ะที่แนะนำผู้ผลิตให้ วดีอยู่ เนเธอร์แลนด์ค่ะ ไม่ทราบเขาจะจัดส่งให้ได้หรือเปล่าจะลองติดต่อดูค่ะ
คุณวดี
จำบันทึกผิดค่ะ
แต่บันทึกนั้นก็จะได้อ่านข้อมูลหลายๆบันทึกได้เร็วค่ะ
ภาพนี้นะคะ