เดลินิวส์ ฉบับที่ 21881
หน้า 6 (ล่าง)
วันที่ 9 กันยายน 2552
………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนปลอดน้ำอัดลมเพื่อสุขภาพเด็กไทย
การจำหน่ายน้ำอัดลมในโรงเรียนถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ปริโภคเครื่องดื่มประเภทนี้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน โดยผู้ปกครองไม่มีโอกาสเข้ามาควบคุมดูแลได้ ด้วยเหตุนี้หลายประเทศจึงประกาศมาตรการ “โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม” และได้รับการขานรับจากหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่บริหารสถานศึกษา และโรงเรียน ในแวดวงที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งโรงเรียนในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะไม่ให้มีการจำหน่ายน้ำอัดลมในโรงเรียนมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
ผลการสำรวจโดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ใน ปี 2548 พบว่าโรงเรียนประถมศึกษา ร้อยละ 32.7 ในกลุ่มที่ศึกษา ยังมีการจำหน่ายน้ำอัดลม ต่อมา ในช่วงปี 2549-2550 เครือข่ายเด็กไม่กินหวาน ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์การขายน้ำอัดลมในโรงเรียน การบริโภคของเด็ก และความคิดเห็นของครูและผู้ปกครองเกี่ยวกับการเลิกขายน้ำอัดลมในโรงเรียน พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
• โรงเรียนระดับมัธยมศึกษามีการจำหน่ายน้ำอัดลมมากกว่าโรงเรียนระดับประถมศึกษา
• โรงเรียนระดับประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีการยกเลิกการจำหน่าย น้ำอัดลมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี 2550 มีโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ยังคงขายน้ำอัดลมอยู่ ร้อยละ 6
ที่หน้ายินดีก็คือ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีมติเห็นชอบให้แจ้งแนวปฏิบัติไปยังสถานศึกษาในสังกัด ไม่จำหน่ายน้ำอัดลมในสถานศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 ถือว่าเป็นการประการนโยบายระดับชาติเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทย จากภัยน้ำอัดลมเป็นครั้งแรกของประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีเขตพื้นที่การศึกษาที่ปลอดน้ำอัดลมทั้งหมดแล้ว 28 เขตพื้นที่การศึกษาจาก 25 จังหวัดทั่วประเทศไทยได้แก่ จังหวัด อุตรดิตถ์ ราชบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช พังงา นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพมหานคร สุโขทัย กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ตรัง แพร่ เชียงราย สกลนคร แม่ฮ่องสอน ลำปาง
จากบทความข้างตนแสดงให้เห็นว่าวงการศึกษาไทย ก็ไม่ได้หวังแต่จะให้ความรู้แก่เยาวชนไทยเพียงอย่างเดียวแต่ก็เป็นห่วงอนาคตของเยาวชนไทย มีการสำรวจศึกษา ประชาสัมพันธ์ ให้เห็นถึงคุณโทษ เพื่อที่จะให้ผู้ปกครองตลอดถึงพ่อแม่ของ เยาวชนมีความรู้สึกสบายใจ ที่สถานศึกษาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่ให้แต่ความรู้อย่างเดียงและไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนน้อย ค่าเช่าที่ขายของในโรงเรียน จึงน่าที่จะชมเชยแก่ผู้บริหารสถานศึกษาเหล่านี้ แต่ก็ยังมีผู้บริหารสถานศึกษาอีก หลายจังหวัดที่ยังมองไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้อยู่อีกหลายจังหวัด ถึงเวลาตื่นได้แล้วหรือยังครับท่านผู้บริหารสถานศึกษาทั้งหลาย…..