นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มีมติคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เพราะซ้ำซ้อนกับ มรภ.ที่ทำหน้าที่ผลิตครูอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.52 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มีมติคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เพราะซ้ำซ้อนกับ มรภ.ที่ทำหน้าที่ผลิตครูอยู่แล้ว และเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ รวมทั้งบุคลากรว่า สถาบันดังกล่าวเป็นกลไกที่ระบุไว้ในแผนงานการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง โดยมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งจะไม่ดำเนินการในส่วนที่ซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ที่ผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาตรีเพื่อจบไปเป็นครูผู้สอน แต่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาโท และเอกเท่านั้น

“ก่อนหน้านี้ผมก็เป็นห่วงว่าจะทำหน้าที่ซ้ำซ้อน แต่เมื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก็มั่นใจว่าไม่ซ้ำซ้อน จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผ่านความเห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นคงต้องเดินหน้าตามแผนต่อไป โดยขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง”


ขณะที่นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ รักษาการ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าที่มีการเร่งผลักดันให้สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ขึ้นเพื่อรองรับตนเองเข้ามาบริหารนั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในวงการศึกษาคิดกันมานาน เพื่อต้องการให้สถาบันแห่งนี้มาช่วยขับเคลื่อน และกำหนดทิศทางการพัฒนาครูของประเทศในภาพรวม รวมทั้งเป็นเรื่องที่นายจุรินทร์ เห็นด้วยที่มีสถาบันแห่งนี้ เพราะอยากจะเห็นการพัฒนาครูอย่างมีคุณภาพได้จะกระจายไปทั่วประเทศและได้ครูมืออาชีพจริงๆ

         สำหรับตัวดิฉันเองคิดว่าการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาตินั้นไม่มีความจำเป็น เพราะ มหาวิทยาลัยราชภัฎเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดประสงค์หลักในการผลิตบัญฑิตเพื่อจบไปเป็นครูผู้สอนอยู่แล้ว และครูที่จบมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎนั้นเป็นครูที่มีคุณภาพและเป็นครูที่ผ่านการฝึกสอนมาอย่างดีผ่านการปฏิบัติงานจริงมา ดังนั้น ดิฉันคิดว่าการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาตินั้นควรคิดให้ดีก่อนเพื่อไม่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรไปมากกว่านี้ หรือ ควรมีการให้งบประมาณเพื่อมาพัฒนาให้บัญฑิตราชภัฎคณะคุรุศาสตร์ได้มีมาตรฐานตามที่  ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)  ดีกว่าการนำงบประมาณทั้งหมดมาสร้างสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติเพื่อเริ่มต้นใหม่ในการผลิตครู