กต.ตร.ที่น่ายกย่อง (2)


ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ คนดีศรีอยุธยา

การเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ  จะทำหน้าที่ต่าง ๆ ดังนี้

 

                          ๕.๑  ทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานการทำงานขององค์การต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย  ได้ทำหน้าที่นี้เป็นประจำทุกปี

 

                          ๕.๒  เป็นผู้สอบการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งของข้าราชการหรือพนักงาน                ที่มีคุณสมบัติเพียงพอ  ตามที่ได้รับคำขอหรือได้รับการแต่งตั้ง  ส่วนใหญ่จะได้รับการแต่งตั้ง              ให้เป็นประธานคณะกรรมการของหลายเทศบาลและท้องถิ่นอื่น ๆ

 

                       ๕.๓  เป็นประธานการสอบขึ้นบัญชีขององค์การบริหาร  ซึ่งจัดการสอบ              ขึ้นบัญชีเป็นครั้งแรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มีผู้มาร่วมสอบ ๖๐,๐๐๐  คนเศษ                     เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑

 

              ๖. ด้านการศึกษา ได้ทำประโยชน์ให้แก่การศึกษาเป็นอย่างมาก                      ทั้งการศึกษาของภาครัฐและภาคเอกชน

                        - จึงได้รับ โล่เกียรติยศในฐานะเป็น ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ  ถึง ๓ ครั้ง  (เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗, พ.ศ. ๒๕๔๑, พ.ศ.๒๕๔๓)  ได้แก่

 

                       ๖.๑  ด้านการศึกษาของภาครัฐ

                                         ๖.๑.๑  เป็นคณะกรรมการสรรหา คณะปฏิรูปการศึกษา                 ครั้งที่ ๑ (๙ อรหันต์) ซึ่งเป็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งแรกของกระทรวงศึกษาธิการ                  นับว่าเป็นเกียรติยศยิ่ง เพราะเป็น คนต่างจังหวัด คนเดียว ที่ถูกเลือกให้เป็นคณะกรรมการสรรหาในครั้งนั้น

                                  ๖.๑.๒   เป็น ประธานจัดการประชุมนักการศึกษา  ผู้บริหาร  ครู อาจารย์   ของโรงเรียนภาครัฐและภาคเอกชน  ทั่วประเทศ เมื่อวันที่  ๑๓ เดือน  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๔๔  ณ  อินดอร์สเตเดียม  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  รังสิต  มีผู้มาประชุมมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน  โดยมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.สิริกร   มณีรินทร์       เป็นประธาน

                                  - การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดในการปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งนับว่าได้ผลดี  เพราะคณะกรรมการทั้ง ๙ คน  ได้ดำเนินการผลักดันการปฏิรูปให้ก้าวหน้า     ไปมาก  เป็นที่พึงพอใจ  ทำให้การศึกษาได้ปรับเปลี่ยนในแนวทางที่ดีขึ้น

                                  ๖.๑.๓ เป็น คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ติดต่อกัน ๒ สมัย ในสมัย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็นนายกสภาฯ และสมัยปัจจุบัน                   คุณหญิง ดร.กษมา   วรวรรณ ณ อยุธยา  เป็นนายกสภาฯ

                                  - การเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ นั้น ได้ร่วมพิจารณาหลักสูตร,กฎระเบียบต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ ด้วย

                                  ๖.๑.๔  เป็น ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ติดต่อกัน ๓ สมัย  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงปัจจุบัน

                                  - ได้ทำหน้าที่ร่วมให้ข้อคิดและเสนอแนะเรื่องการบริหารมหาวิทยาลัยการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษา, การหาทุนให้นักศึกษาที่ขาดแคลน, การสร้างความสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับชุมชน ฯลฯ

 

                                  -  ได้จัดให้มีการประชุมชุมชนรอบมหาวิทยาลัย (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอิสลาม) ให้เข้าใจและขอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากชุมชนดังกล่าว

                                  -  จัดหารายได้เพื่อส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมอันเป็นประโยชน์            ต่อนักศึกษา เช่น จัดให้มีการแข่งขันกอล์ฟ, แข่งขันโบว์ลิ่ง, ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำรายได้เหล่านี้มาจัดทำเป็นทุนให้นักศึกษา

                                  - จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือน  แล้วนำผลการประชุมแจ้งในที่ประชุมของคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ในทุกเดือน เพื่อเป็นแนวทางสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยต่อไป

                                  - จัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดและข้อเสนอแนะ  ระหว่าง                 คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เช่น อธิการ, รองอธิการ, คณบดี, ผู้อำนวยการ ฯลฯ และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยฯ  ร่วมกันอยู่เสมอ

                          ì จากกิจกรรมที่จัดขึ้นนี้  บังเกิดผลดีแก่นักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  อันจะมีผลให้ก่อเกิด คุณภาพ คุณธรรม แก่คณาจารย์และนักศึกษา ซึ่งเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป

                             ๖.๑.๕  เป็น  วิทยากรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึงปัจจุบัน ได้ไปบรรยายให้ความรู้แก่ผู้บริหารและครูทั่วประเทศ  ในเรื่องการบริหารงานของโรงเรียนเพื่อการพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ

                             ๖.๑.๖  เป็น ครูสอนในโรงเรียนภาครัฐ (กรมสามัญ) นานกว่า ๑๕  ปี มีลูกศิษย์จำนวนมาก แต่ละคนได้ไปประกอบอาชีพที่ดีงาม มีตำแหน่งที่ดี ซึ่งมีผลสืบเนื่องจากการที่ได้รับการสอนและการอบรมไปจากครูทั้งสิ้น

 

                     ๖.๒  ด้านการศึกษาของภาคเอกชน

                                    - ได้บริหารโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา               ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน  ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๒ ถึงปัจจุบัน ตลอดเวลาได้อุทิศตนเพื่อการศึกษา                 อย่างแท้จริง จนเป็นที่รู้จักของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ จึงได้รับเลือกให้เป็นตำแหน่งต่าง ๆ ของโรงเรียนเอกชน ดังนี้

                             ๖.๒.๑  เป็น รองนายกสมาคมสหพันธ์โรงเรียนราษฎร์  ซึ่งมี  อาจารย์เพี้ยน   สุวรรณมาลิก  (ขณะนี้ถึงแก่กรรมแล้ว)  เป็นนายกสมาคม

                             ๖.๒.๒  เป็นนายกสมาคมประถมศึกษาเอกชน แห่งประเไทย

ซึ่งเป็นตัวแทนโรงเรียนเอกชนที่มีระดับประถมศึกษาทั้งประเทศ

                                    ๖.๒.๓  เป็น นายกสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย(ต่อจาก ดร.วัลลภ    สุวรรณดี  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร)

 

                Å  การดำรงตำแหน่งนายกสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยนั้น                  มีภาระหน้าที่ต้องดูแล ประสานงาน ช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนทุกประเภท ทุกระดับ  ทั้งโรงเรียนที่อยู่ในระบบและนอกระบบ  (โรงเรียนในระบบมีประมาณ ๔,๒๐๐ โรง  โรงเรียนนอกระบบมีประมาณ ๑๓,๐๐๐ โรง  มีครูมากกว่า  ๓๐๐,๐๐๐ คน  นักเรียนมากกว่า  ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน)  จึงเป็นภาระที่ค่อนข้างหนัก  ได้ทำหน้าที่ที่เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนเอกชน ดังนี้

                               

                                    ๖.๒.๓.๑  เป็นตัวแทนของสมาคมโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ  ซึ่งมีสมาคมระดับประเทศ ๑๓ สมาคม และระดับจังหวัด ๑๒๖ สมาคม ในการเสนอปัญหา                 หรือการขอความอนุเคราะห์ใด ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน

 

                             ๖.๒.๓.๒  จัดให้มีการประชุมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน  เพื่อให้เกิดความรู้ที่จะนำไปพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้น

 

                             ๖.๒.๓.๓  จัดให้มีการประชุมใหญ่ประจำปี  เพื่อระดมพลังและข้อคิดเห็นในเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ เช่น

                                 - การประชุมที่ โรงแรมเอเชีย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗ สมัยคุณหญิง                  ดร.กษมา  วรวรรณ   ณ อยุธยา เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีผู้มาร่วมประชุมประมาณ ๑,๕๐๐ คน การประชุมในครั้งนั้น เพื่อให้ปลัดกระทรวงฯ พิจารณางบประมาณช่วยพัฒนาโรงเรียนเอกชนด้านการพัฒนาครูและสวัสดิการครู

                                 - การประชุมที่ โรงแรม เอสดี อเวนิว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘  โดยเชิญรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรงค์    ฉายแสง  เป็นประธาน และขอให้พิจารณาเรื่องการปรับอัตราเงินเดือนครูเอกชนตามที่รัฐบาลปรับให้ครูรัฐบาล

                                 -  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๙  ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยเอแบค  บางนา  เชิญผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ  มีผู้ร่วมประชุมในวันนั้นมากกว่า  ๗,๐๐๐ คน  โดยได้เชิญนายจาตุรงค์   ฉายแสง  ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น  เป็นประธาน

                  Å  การประชุมครั้งนี้  เป็นการผลักดันให้รัฐบาลช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนหลายเรื่อง  เช่น  การปรับอัตราเงินเดือนครูตามวุฒิของราชการ, การเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว           ให้นักเรียน เป็นต้น  ซึ่งได้ประสบความสำเร็จทุกเรื่องจากการประชุมในครั้งนั้น  นับว่า           โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศได้รับประโยชน์สูงโดยทั่วกัน

 

                             ๖.๒.๓.๔  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐  ได้เข้าร่วมเป็น คณะกรรมาธิการ  พิจารณาพระราชบัญญัติการศึกษาโรงเรียนเอกชน (พ.ร.บ.การศึกษาโรงเรียนเอกชน                 พ.ศ. ๒๕๕๐)  เรื่องได้ผ่านสภาผู้แทนไปด้วยความเรียบร้อย

                             -  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑  ได้เป็น  ประธานในการประชุมเพื่อแก้ไข พรบ. พ.ศ. ๒๕๕๐  ซึ่งเกิดความขัดข้องในการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชน  ต้องทำการแก้ไข  ๑๘ มาตรา ได้นำเสนอต่อรัฐมนตรี  และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ  ส่งให้คณะกฤษฎีกาพิจารณาตีความตามหลักกฎหมาย  (ขณะนี้ พรบ. ฉบับนี้ อยู่ระหว่างตีความในคณะกฤษฎีกา)

                             ๖.๒.๓.๕  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้แป็น ประธานจัดงานวันการศึกษาเอกชน  (ตั้งแต่วันที่  ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ – ๑๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒) ที่ อิมแพค เมืองทองธานี  โดยเชิญรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฎ์  เป็นประธาน

                             Å  การจัดงานครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก  มีโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเผยแพร่เกี่ยวกับการศึกษามากกว่า ๒,๐๐๐ โรง มีทั้งการบรรยายวิชาการ, การให้ความรู้ด้านการทดลองด้านการปฏิบัติอื่น ๆ มีผู้เข้าชมวันละประมาณ  ๑๐,๐๐๐ คน เศษ

             

๗.    ด้านศาสนา

นางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ในฐานะที่เป้นพุทธศาสนิกชนได้ให้ความสำคัญ

ต่อการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก

- พ.ศ.๒๕๓๘–ปัจจุบัน   เป็นผู้นำในการทำนุบำรุงศาสนาหลายเรื่อง  เช่น

                             - เป็นกรรมการมูลนิธิภัตตาหาร วัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นวัดต้นตระกูล ของ ม.ล.ปิ่น  มาลากุล  โดยได้รับการแต่งตั้งจาก กระทรวงศึกษาธิการ

- ได้ทำหน้าที่หารายได้เพื่อสมทบทุนมูลนิธิเพื่อให้พระสงฆ์ในวัดได้มี

อาหารฉันได้เพียงพอ ทั้งนี้เพราะวัดนี้อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสลิม

-         การที่จัดหาอาหารถวายพระ ทำให้พระไม่ต้องกังวลในการ

ไปบิณฑบาต  ทำให้มีเวลาที่จะไปเทศนาอบรมสั่งสอนพุทธ ศาสนานิกชน  ให้ประพฤติ

ปฏิบัติในศีลธรรมอันดีและสืบทอดประเพณีอันดีงามต่อไป

- พ.ศ.๒๕๔๐–ปัจจุบัน นำนักเรียนเข้าค่ายปฏิบัติธรรมที่วัดสีกุกอำเภอบางบาล

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นประจำทุกปีและได้นิมนต์พระหลายวัดมาแสดงปาฐกถาให้นักเรียนฟังทุกปี

                    - พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๔๗    ได้เป็นประธานเชิญชวนพุทธศาสนิกชน  ตั้งจิตอธิษฐาน

 ทำบุญทำทาน ทอดผ้าป่าสามัคคี ที่อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์, อำเภอลำนารายณ์  จังหวัดลพบุรี, อำเภอเมือง  จังหวัดนครสวรรค์และอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

                   - พ.ศ.๒๕๔๕-ปัจจุบัน     เป็นประธานหล่อเทียนพรรษาวัดพนัญเชิงวรวิหาร  โดยเชิญชวนชุมชนร่วมทำบุญในครั้งนี้เป็นจำนวนมากทุกปี

                   - พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นประธานจัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ โดยนิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดในกรุงเทพมหานครมาเทศน์ให้คณะครู นักเรียน และประชาชนพุทธศาสนิกชนฟังเทศน์มหาชาติ พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนร่วมบริจาคเงินทำบุญครั้งนี้เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยนางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ได้นำเงินดังกล่าวมอบให้กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชน ของศาลจังหวัดพระนครศรีอนยุธยาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรม ตามโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป

                  

          Ü  การเป็นผู้นำทางศาสนา  นับว่าเป็นผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะช่วยให้ผู้ร่วมปฏิบัติมี สุขภาพจิตที่ดีและสมบูรณ์  อันจะเป็นพลังในการจรรโลง รักษาไว้ซึ่งการเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป

 

๘.     ด้านอื่นๆ

                          นอกจากผลงานดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นางจิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์ ยังได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากนางจิระพันธุ์  พิมพ์พันธุ์ ได้ให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม มาโดยตลอด    ดังจะเห็นได้จากการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริม อาทิเช่น

              ๘.๑ บริจาคเงินร่วมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา สมทบทุนปรับปรุงอาคารพระราชทานและก่อสร้าง   “อาคารหอสมุดเฉลิมพระเกียรติ ๕๐ พรรษา”   จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) 
              ๘.๒ บริจาคร่วมทำบุญในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนฝึกหัดครู สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน)             

             ๘.๓ บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประจำทุกปีๆละ ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒  ถึงปัจจุบัน

           ๘.๔ บริจาคเงินและสิ่งของ เช่น เครื่องพิมพ์ดีด อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ ให้กับโรงเรียนบ้านกุยแหย่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๓ มูลค่ากว่า ๓๐,๐๐๐ บาท
           ๘.๕ บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
           ๘.๖ บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
           ๘.๗ บริจาคเงินเป็นทุนให้นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย  ณ  ประเทศโปรตุเกส  เป็นเงิน  ๓๐,๐๐๐  บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)
           ๘.๘ บริจาคเงินสมทบทุนสร้างมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปบริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)

            ๘.๙  บริจาคเงินร่วมสร้างห้องสมุดอยุธยาวิทยาลัย  เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)

            ๘.๑๐   จัดเงินทุนให้แก่นักเรียนยากจนโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยาเป็นประจำ

ทุกปีๆละ ๗๒ ทุนๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท

            ๘.๑๑  บริจาคทรัพย์ในการฉลองกุฏิสงฆ์ทรงไทย  วัดป่าโค เป็นจำนวนเงิน

๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

            ๘.๑๒  เป็นผู้ช่วยเหลือในการหาเงินสร้างหอผู้ป่วยฉุกเฉิน RCU ให้กับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ในสมัยที่ท่านสมชาย ชุ่มรัตน์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            ๘.๑๓ เป็นกรรมการจัดงานตรุษจีนกรุงเก่าและเป็นประธานประกวดขบวน

แห่เจ้า พร้อมทั้งได้บริจาคเงินครั้งละ ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ให้แก่คณะกรรมการจัดงานสองครั้ง

            ๘.๑๔ เป็นกรรมการที่ปรึกษาชุมชนประตูจีน และได้ร่วมมือกับชุมชนประตูจีนในการพัฒนารักษาความสะอาดและได้จัดงานสืบสานประเพณีวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปี

             ๘.๑๕ เป็นประธานจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทงสี่มุมเมืองที่บริเวณป้อมเพชรริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เป็นประจำทุกปี

             ๘.๑๖ เป็นประธานหล่อเทียนพรรษาที่วัดกษัตราธิราชวรวิหารและวัด

พนัญเชิงวรวิหาร เป็นประจำทุกปี

             ๘.๑๗ เป็นประธานลูกเสือชาวบ้านค่ายวัดป่าโค  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

             ๘.๑๘ เป็นประธานสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จัดประชุมใหญ่ที่โรงเรียน     จิระศาสตร์วิทยา โดยมีสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม จำนวน ๕๐๐ คน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ (ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา)

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 296176เขียนเมื่อ 10 กันยายน 2009 13:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 มิถุนายน 2012 10:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี