ครูเพื่อศิษย์จากสระแก้ว

อุทิศตนในการสอน ใช้ชีวิตอยู่กับเด็กนักเรียน มุ่งมั่นทำงานดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างตั้งใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพและฝึกฝนความสามารถด้านศิลปะให้เกิดขึ้นกับนักเรียนตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีอย่างต่อเนื่องด้วยความทุ่มเท โดยใช้เวลาฝึกฝนทุกวันหลังเลิกเรียนและวันหยุด จนนักเรียนมีผลงานด้านศิลปะเป็นที่ประจักษ์ในทุกระดับ และนักเรียนจำนวนกว่า 40 คน มีทุนการศึกษาตั้งแต่ 100 – 20,000 บาท จากการวาดภาพประกวดและวาดภาพจำหน่าย


          ผมฝากลูกสาวซึ่งทำงานมูลนิธิให้ทุนเด็ก (คือมูลนิธิพูนพลัง) ให้ช่วยเป็นแมวมองหาครูเพื่อศิษย์    เธอแนะนำครูกรุง สิทธิชัย จันทร์คลาย  ซึ่งได้ให้ประวัติมาทาง อี-เมล์ ดังนี้

สวัสดีครับคุณมุ
     นึกได้ว่าคุณมุขอประวัติ แต่ตอนนี้มีแต่แบบซีเรียสครับ เป็นข้อมูลที่ได้รับรางวัลครูดีในดวงใจของสพฐ.
ได้รางวัลเป็นโล่ เกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติครับ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับรางวัลจากการทุ่มเททำงาน
     ช่วงนี้ยังไม่ค่อยว่างเลยครับ เดี๋ยวว่างเมื่อไหร่จะรีบส่งแบบไม่ซีเรียสให้อีกครั้งครับ
                                       ครูกรุง

 


ประวัติ


ตอนที่ 1  ข้อมูลส่วนตัว

6. ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกที่สุด
โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี  หมู่ 4   ต.โคคลาน 
อ.ตาพระยา  จ.สระแก้ว  27180    (โทร. )   


1.  ชื่อ……นายสิทธิชัย………..………..  นามสกุล……………..จันทร์คลาย……..........…..…
2.   เกิดวันที่…… ....... อายุ....…..32 …......ปี
3.  วุฒิการศึกษ..กศ.บ.การประถมศึกษา (คุรุทายาท) .. สถาบันการศึกษา..มหาวิทยาลัยบูรพา.
    กศ.ม.การประถมศึกษา  .. สถาบันการศึกษา…...มหาวิทยาลัยบูรพา…..........
4.  ตำแหน่งปัจจุบัน..ครูอันดับ คศ.2..ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6………………………….
5.  สถานศึกษาที่ทำงานปัจจุบัน…….........โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี………………….....……..
     ตำบล/แขวง…………โคคลาน…...........อำเภอ/เขต…..............ตาพระยา……....………...
     จังหวัด…………..สระแก้ว…………….รหัสไปรษณีย์…………27180………....………….
     โทร.(บ้าน)….-……(โรงเรียน)…037 – 550 – 021…. (มือถือ)…

 


ตอนที่ 2 ความทุ่มเท เสียสละ
     1.  ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านความมุ่งมั่นตั้งใจ ใช้ชีวิตพอเพียงการรู้จักหน้าที่ กตัญญูกตเวที ประหยัด มีน้ำใจ มีความเมตตา ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน และไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขและยาเสพติด
     2.  อุทิศตนในการสอน ใช้ชีวิตอยู่กับเด็กนักเรียน มุ่งมั่นทำงานดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างตั้งใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพและฝึกฝนความสามารถด้านศิลปะให้เกิดขึ้นกับนักเรียนตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีอย่างต่อเนื่องด้วยความทุ่มเท โดยใช้เวลาฝึกฝนทุกวันหลังเลิกเรียนและวันหยุด จนนักเรียนมีผลงานด้านศิลปะเป็นที่ประจักษ์ในทุกระดับ และนักเรียนจำนวนกว่า 40 คน มีทุนการศึกษาตั้งแต่ 100 – 20,000 บาท จากการวาดภาพประกวดและวาดภาพจำหน่าย
     3.  ใช้ทุนส่วนตัวในการดำเนินกิจกรรมศิลปะเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การซื้ออาหารมารับประทานร่วมกับนักเรียน การพานักเรียนเดินทางไปรับรางวัล การจัดค่ายศิลปะ
     4.  ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น บุคคล มูลนิธิ บริษัท เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีฐานะยากจนอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาด้วยตนเอง และดำเนินการขอสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมศิลปะจากบุคคล และหน่วยงาน เพี่อประหยัดงบประมาณของทางราชการ
     5.  ช่วยสอน ให้คำแนะนำและติวข้อสอบก่อนสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยให้กับศิษย์เก่าโดยไม่เคยหวังผลตอบแทน ทำให้ศิษย์เก่าสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐได้
     6.  ใช้ทุนส่วนตัวประมาณเดือนละ 6,000 – 8,000 บาท เพื่อส่งลูกศิษย์ให้มีโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา 4 คน ระดับมัธยมศึกษา 5 คน และระดับอุดมศึกษา 3 คน ซึ่งขณะนี้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว 1 คน

 

ตอนที่ 3  ผลงานที่สำคัญ
          พ่อของข้าพเจ้าเคยบอกข้าพเจ้าในวัยเด็กว่า “ชีวิตของข้าพเจ้าเกิดมาเพื่อเป็นครู” เมื่อแรกฟังก็มีความรู้สึกสงสัย อยากรู้เหตุผล แต่คำที่พ่อพูดก็จุดประกายความฝันในวัยเด็กและสร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากเป็นครู แม้ว่าเมื่อโตขึ้นความฝันจะเปลี่ยนแปลงไปตามจินตนาการและประสบการณ์ แต่อาชีพครูคือที่หนึ่งในดวงใจของข้าพเจ้า ด้วยการที่ข้าพเจ้าชอบวิถีชีวิตของชนบทข้าพเจ้าจึงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นครูในชนบทที่ทุรกันดารห่างไกล คอยสอนเด็ก ๆ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ และเพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสชีวิตที่ดีที่พวกเขาสามารถเลือกได้ ซึ่งเมื่อตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ข้าพเจ้าเคยเดินทางผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้ชื่อโรงเรียนเมื่อมองจากถนนผ่านเข้ามาก็เห็นอาคารมุงหญ้าแฝกเก่า ๆ มีเสาธงที่ทำจากไม้ไผ่ และมีต้นไม้อยู่เต็มไปหมด ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจกับภาพที่เห็นเป็นอย่างยิ่ง จึงหลับตาแล้วอธิษฐานว่าถ้าข้าพเจ้าจะได้เป็นครูก็ขอให้มาเป็นครูที่โรงเรียนนี้ 


          ในที่สุดข้าพเจ้าก็สามารถสอบเข้าศึกษาต่อ คณะศึกษาศาสตร์ เอกการประถมศึกษา (คุรุทายาท) มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการบ่มเพาะความรู้และสร้างสรรค์ประสบการณ์จากสถาบันแห่งนี้ หลังจบการศึกษาข้าพเจ้าก็ได้เลือกมาบรรจุที่โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี เมื่อปี 2541 ข้าพเจ้าตั้งใจและทุ่มเทการสอนเพื่อพัฒนานักเรียนด้วยความมุ่งมั่นเพื่อหวังที่จะสร้างโอกาสที่ดีในชีวิตให้กับเด็ก ๆ ในชนบทให้มากที่สุด ถึงแม้ว่านักเรียนที่นี่จะมีฐานะยากจน มีความเป็นอยู่ที่ลำบาก แต่ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่อุปสรรคที่ข้าพเจ้าจะพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของพวกเขา และไม่ใช่ปัญหาที่ข้าพเจ้าจะสร้างโอกาสให้พวกเขาได้เลือกไขว่คว้า ข้าพเจ้าจึงได้ริเริ่มกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นในโรงเรียนด้วยทุนส่วนตัวของข้าพเจ้าที่ได้สะสมจากการทำงานพิเศษตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยและขอสนับสนุนจากบุคคล ร้านค้าในอำเภอตาพระยา นักเรียนทุกคนต่างรู้สึกประทับใจกับกิจกรรมที่ข้าพเจ้าจัดขึ้น ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขทำให้หัวใจของข้าพเจ้ามีความสุขไปด้วย
 

          หลังจากสอนได้ประมาณ 2 เดือน ความมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่ง คือเมื่อรู้ว่าโรงเรียนที่ข้าพเจ้าเคยอธิษฐานขอมาอยู่ก็คือโรงเรียนบ้านไทยสามัคคีแห่งนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกรักและผูกพันกับโรงเรียนที่สุด สิ่งนี้จึงเสริมพลังใจให้ข้าพเจ้าตั้งใจทำงาน และตั้งใจที่จะพัฒนานักเรียน ข้าพเจ้าได้ให้ความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีต่อนักเรียน โดยการเอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม และให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่นักเรียนทุกคนด้วยความทุ่มเท ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ข้าพเจ้าได้อุทิศเวลาเพื่อพานักเรียนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เสียสละเงินเดือนเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมและช่วยเหลือให้ทุนการศึกษานักเรียนที่มีฐานะยากจน ขาดแคลนอุปกรณ์การศึกษา จนผู้บริหาร คณะครูและผู้ปกครองกล่าวยกย่อง ชื่นชม ในความทุ่มเทและเสียสละของข้าพเจ้าซึ่งทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขที่ทุกคนเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของข้าพเจ้า แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำนั้นข้าพเจ้าเองไม่เคยหวังได้รับคำยกย่องสรรเสริญ ข้าพเจ้าหวังเห็นความสุขที่เกิดขึ้นบนรอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่ข้าพเจ้ามอบให้พวกเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น ข้าพเจ้าได้ริเริ่มจัดกิจกรรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้ริเริ่มเพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างนักเรียนให้มีคุณค่าและมีความสุข รวมถึงมีโอกาสที่ดีในชีวิต คือกิจกรรมชมรมศิลปะเด็กไทยสามัคคี เพราะข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าศิลปะคือพลังที่ช่วยยกคุณค่าในตัวมนุษย์ ให้มีความสมบูรณ์ โดยนำนักเรียนที่สนใจอยากวาดรูปตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ป.6 จำนวน 30 - 50 คน มาฝึกวาดภาพระบายสีทุกวันหลังเลิกเรียนและทุกวันหยุด ให้นักเรียนวาดภาพตามความคิดจินตนาการ สอนทักษะและกระบวนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด ใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) ให้นักเรียนได้ฝึกคิดให้หลากหลายโดยใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ข้าพเจ้าได้สร้างขึ้น นอกจากนี้ข้าพเจ้าได้ปลูกฝังคุณงามความดีให้เกิดขึ้นกับนักเรียนโดยข้าพเจ้าได้กระทำตนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน เพราะข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าครูจะอยู่ในสายตาของนักเรียน นักเรียนจะเฝ้ามองการประพฤติปฏิบัติตนของครู และจะนำไปเป็นแบบอย่าง การสอนให้นักเรียนเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มองสิ่งที่ดีงามที่มีอยู่ในตัวผู้อื่นซึ่งจะทำให้สังคมมีความสงบสุข เป็นต้นแบบของความขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก เพื่อให้นักเรียนได้มีหลักยึดในการนำไปปฏิบัติในชีวิต ปลูกฝังให้นักเรียนมีความรัก ความสามัคคีกัน คอยช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน รุ่นพี่จะคอยดูแล ให้คำแนะนำรุ่นน้อง น้องต้องมีความเคารพพี่ รักกันแสมือน ครอบครัวเดียวกัน ข้าพเจ้าพยายามใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยข้าพเจ้าและเด็ก ๆ จะรับประทานอาหารด้วยกันใครมีอาหารอะไรก็ห่อมากินด้วยกัน ถ้าไม่มีก็มากินร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ห่อมา ข้าพเจ้าก็จะซื้อก๋วยเตี๋ยว ปลากระป๋อง หรือทำ กับข้าวให้เด็ก ๆ ทุกคนได้กินร่วมกัน เมื่อมีเวลาว่างจากการวาดภาพข้าพเจ้าจะพานักเรียนไปทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ส่วนใหญ่แล้วข้าพเจ้าจะพานักเรียนไปวัด ไปช่วยงานร่วมกิจกรรมกับทางวัด เช่น ทำความสะอาดบริเวณวัด จัดแต่งสถานที่ ปลูกต้นไม้ บวชป่า เป็นต้น เพื่อปลูกฝังความดีงามให้เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา ข้าพเจ้าทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนเพื่อนครู และผู้ปกครองถามกับข้าพเจ้าบ่อย ๆ ว่าไม่รู้จักเหนื่อยหรือเพราะทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด ข้าพเจ้าได้เพียงแต่ยิ้มรับ แต่ในใจของข้าพเจ้านั้นคิดเสมอว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าทำนั้นไม่ได้สร้างความเหน็ดเหนื่อยแต่ได้สร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเอง

          ผลจากการปฏิบัติเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลงานของนักเรียนที่ส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลเป็นที่ยอมรับจำนวนมากทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค ระดับประเทศและระดับนานาชาติ นักเรียนจำนวนกว่า 80 คน มีทุนการศึกษาจากการวาดภาพและส่งผลงานเข้าประกวด ทำให้มีรายได้ระหว่างเรียนสามารถช่วยเหลือครอบครัวที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้ปกครองภูมิใจในลูกหลานของตนที่มีศักยภาพด้านศิลปะที่พัฒนาขึ้นและทุกคนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ มีสมาธิ มีความรับผิดชอบ มีความสุขในการใช้ชีวิต กิจกรรมที่ข้าพเจ้าดำเนินโครงการมากว่า10 ปีนี้ ส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากได้รับโอกาสที่ดีในชีวิต ได้เห็นได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ นักเรียนได้มีโอกาสท่องเที่ยว มีโอกาสได้นั่งเครื่องบินแม้แต่ข้าพเจ้าเองก็ยังไม่เคยได้สัมผัส มีทุนไว้สำหรับศึกษาต่อเพื่ออนาคต และมีโอกาสได้รับการพิจารณาเพื่อรับทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ 


          นักเรียนคนใดที่จบการศึกษาไปแล้วมีความต้องการฝึกฝนความสามารถด้านศิลปะต่อข้าพเจ้าก็ตั้งใจสอน ให้คำแนะนำ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้ ส่งไปเรียนหรือเข้าค่ายศิลปะเพิ่มเติมด้วยทุนของข้าพเจ้า และนักเรียนคนใดที่มีความตั้งใจจริงด้านการศึกษาข้าพเจ้าก็ช่วยเหลือส่งเรียนต่อทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ขณะนี้นักเรียนเรียนจบปริญญาตรีด้านบัญชีแล้วหนึ่งคน ซึ่งคงจะเป็นกำลังที่จะคอยช่วยเหลือน้อง ๆ ร่วมกับข้าพเจ้าต่อไป จากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงทำให้มีผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือด้านวัสดุอุปกรณ์ศิลปะ และช่วยเหลือมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนมาโดยตลอดซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณทางราชการ และช่วยให้ข้าพเจ้ามีกำลังที่สามารถช่วยนักเรียนคนอื่น ๆ ได้อีกต่อไป เช่น คุณจันทนา ชมวรกุล คุณมุฑิตา พานิช มูลนิธิพูนพลัง  เป็นต้น


          ผลจากการที่ข้าพเจ้ามุ่งมั่นปฏิบัติเช่นนี้เสมอมาตลอดการเป็นครูทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรัก ความผูกพัน จากนักเรียน ผู้ปกครองและเพื่อนครูเป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และผลจากการปฏิบัติเช่นนี้อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอทำให้นักเรียนแสดงออกถึงความรักที่มีต่อข้าพเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้คือความรักอันยิ่งใหญ่ในความรู้สึกนึกคิดของเด็ก และทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าข้าพเจ้าคือหลายสิ่งหลายอย่างที่ชีวิตของพวกเขาต้องการ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาก็ตาม

          ตลอดระยะเวลาที่ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ครู ข้าพเจ้าได้แสดงบทบาทและทำหน้าที่ของครูอย่างเต็มที่ โดยมอบความรัก ความเมตตาต่อศิษย์โดยเสมอภาค เอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้นักเรียนพัฒนาทุก ๆ ด้าน ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยเห็นแก่อามิสสินจ้าง ข้าพเจ้าได้ให้ความรัก ความเอ็นดู ช่วยเหลืออุปการะแก่ศิษย์อย่างเต็มที่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการอุทิศตน อุทิศเวลาเพื่อนักเรียนทุกคนฝึกฝนนักเรียนจนมีศักยภาพและความสามารถด้านศิลปะจนเป็นที่ยอมรับ การจัดหาทุนการศึกษา อุปกรณ์ทางการศึกษา หรือมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัตินี้ข้าพเจ้าหวังเพียงแค่เป็นการจุดประกายแห่ง “โอกาส” ให้แก่ศิษย์ ให้ศิษย์ได้สัมผัสกับคำว่าโอกาสที่ดี เพื่อให้โอกาสที่ดีเหล่านั้นจะช่วยหล่อหลอมให้ลูกศิษย์อันเป็นที่รักมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีอนาคตที่ดี ซึ่งถ้าสิ่งนี้เป็นจริงอาจเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจ ความอดทน อดกลั้น ความทุ่มเท เสียสละของข้าพเจ้าในการหล่อหลอมศิษย์ทีละเล็กละน้อย และภาพแห่งความสำเร็จของลูกศิษย์ที่เป็นทั้งคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตามที่สังคมต้องการย่อมเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของข้าพเจ้า ซึ่งยากจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้

          ผมอ่านแล้วมีความประทับใจมาก   จึงนำมายกย่องไว้

 

วิจารณ์ พานิช
๖ ก.ย. ๕๒

           

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (9)

ผมจะกลับไปบ้านที่ ปาย วันสองวัน จะค้นหาครูเพื่อศิษย์มาฝากอาจารย์และผู้ที่ติดตามครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • ดีใจที่ได้อ่านครูดีเพื่อศิษย์
  • ประทับใจและขอนำเป็นแบบอย่างค่ะ
  • ขอขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอ.หมอวิจารณ์

อ่านเรื่องคุณครูแล้วประทับใจมากค่ะ

หากประเทศไทยมีคุณครูแบบนี้เยอะๆ

อนาคตเด็กไทยสดใสค่ะ

ขอบคุณค่ะ

กัญญา ลีลาลัย
IP: xxx.122.170.115
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วชื่นใจมากค่ะ

สังคมไทยไม่เคยสิ้นหวังเลย

ครูชาตรี แนบกลาง
IP: xxx.172.199.250
เขียนเมื่อ 

ได้เข้ามาอ่านฺblog นี้ด้วยความบังเอิญ แต่กลับได้พลังยิ่งใหญ่ในการทำงาน ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูและจะทำให้ดีเกือบเท่าครูสิทธิชัยให้ได้

สิงขรศิลา
IP: xxx.53.6.153
เขียนเมื่อ 

ครูกรุงครูคนเก่ง

ผมภูมิใจในตัวเขามากครับ

เขียนเมื่อ 

ผมไม่ได้ครึ่งของครูกรุงเลย เก่งมากครับ

เขียนเมื่อ 

ผมไม่ได้ครึ่งของครูกรุงเลย เก่งมากครับ

สุวรรณี
IP: xxx.173.250.31
เขียนเมื่อ 

ดิฉันเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไทยสามัคคีค่ะ ตอนที่ครูกรุงมาบรรจุใหม่ๆ ดิฉันน่าจะอยู่ประมาณ ป5 ปรือ ป6 นี่แหละค่ะ ตอนนี้ดิฉันเรียนจบปริญญาตรีแล้ว จบจากสถาบันเดียวกันกับครูกรุงนั่นแหละค่ะ ตอนนี้ก็เป็นครูอยู่ที่ ชลบุรี

สิ่งที่อยากจะบอกกับทุกๆ คนที่ได้อ่าน ว่า ครูกรุงคนนี้เป็นคนที่ทุ่มเทจริงๆ เป็นครูที่ลูกศิษย์ทุกคนไม่เคยลืม ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแสนนาน ก็ยังจำครูคนนี้ได้ดี ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับนักเรียน ดิฉันเองก็เคยมีความคิดว่าอยากจะเป็นครูอยู่ในเมืองนะ แต่ตอนนี้ความคิดมันเริ่มเปลี่ยน อยากกลับไปอยู่ที่บ้านตัวเอง (บ้านไทยสามัคคี) อยากกลับไปทำเหมือนที่ครูกรุงทำบ้าง เพื่ออนาคตเด็กๆ

ขอเป็นกำลังใจให้ครูค่ะ