เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา แม่ของแมเซนตาวมาขอให้ผมช่วยแจ้งการเกิด ผมก็ช่วยกรอกแบบฟอร์มท.ร.100 ให้เธอตามหนังสือรับรองการเกิดท.ร.1/1 จากโรงพยาบาลท่าโรงช้าง ต.ท่าโรงช้าง         อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี

                                    

และทะเบียนประวัติ(ท.ร.38/1) ของเธอ ที่ระบุที่อยู่ 54/153 หมู่ที่ 5 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง

                                         

            ด้วยความหวังว่าเธอจะแจ้งการเกิดลูกได้สำเร็จแม้ว่าลูกของเธอจะเกิดที่โรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้นก็ตาม เพราะตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเกิดหรือการตายต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่น พ.ศ.2551 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ข้อ 1 สามารถแจ้งการเกิดได้

 

            ผลปรากฏว่าเธอวกกลับมาหาผมอีกครั้ง ใบหน้าเธอเศร้าสลด แจ้งเกิดไม่ได้ เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งเกิดค่ะ

 

            เธอยื่นเอกสารให้ผมดู ผมกรีดนิ้วดูเอกสารอีกครั้ง ล้วนแต่เป็นเอกสารเดิมไม่มีเอกสารใหม่แนบเข้ามา เธอมิได้รับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการ

 

            เธอมิใช่รายใหม่ที่ลูกเธอเกิดที่หนึ่ง และเธออยู่อีกที่หนึ่ง ดังเรื่องราวของตานดาเอ้

http://gotoknow.org/blog/papermoon/262190

แต่ในครั้งนั้น ผมใช้วิธีที่ไปแจ้งเกิดที่ที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา มิได้ใช้วิธีแจ้งเกิดต่างท้องที่ ผลปรากฏว่า เวลาผ่านไปเนิ่นนานเกินสมควรกว่า 90 วันแล้ว เรื่องราวเงียบดั่งสายลม

 

            ที่สำคัญมิน่าเชื่อว่าการปฏิเสธครั้งนี้ผมจะได้ยินมาจากเทศบาลเมืองระนองทั้ง ๆ ที่ สำนักทะเบียนแห่งนี้ได้เป็นต้นแบบในการแจ้งเกิดเด็กหลาย ๆ คนมาแล้ว

 

เมื่อผมคุยกับแม่ของแมเซนตาวแล้ว เธอไม่ปรารถนาไปสุราษฏร์ธานี ในขณะเดียวกันทำให้ผมเชื่อมั่นในกฎหมายมากยิ่งขึ้นว่าจะต้องใช้ได้ผล กฎกระทรวงข้างต้นต้องใช้ได้ผล ต้องตีความให้เป็นคุณ ผมจำต้องเลือกเทศบาลเมืองระนองเป็นต้นแบบของการแจ้งเกิดต่างท้องที่ให้แก่เด็กต่างด้าวที่เกิดในผืนแผ่นดินไทย เหมือนกับกรณีของมะเฮตีไท้ซานอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตามผมจะต้องกลับไปโรงพยาบาลท่าโรงช้างอีกครั้งเนื่องจากคุณหมอเจ้าบ้านผู้รับมอบอำนาจให้ไปแจ้งการเกิดมิได้ลงนามมา ให้เซ็นต์ชื่อแล้วค่อยกลับมาพาแม่แมซานตาวแจ้งเกิด เพื่อรับการปฏิเสธอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

ก่อนหน้าที่ผมเคยคุยเล่น ๆ กับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการแจ้งเกิดต่างท้องที่ เขาให้ความเห็นว่ากฎกระทรวงฉบับข้างต้นใช้ได้แต่เฉพาะคนไทย คนต่างด้าวแจ้งเกิดไม่ได้หรอก แต่หากอ่านกฎกระทรวงนี้ดี ๆ ไม่เห็นมีข้อความใดห้ามเอาไว้ แต่กลับเขียนไว้ชัด ๆ ในข้อ 1 วรรคแรก ว่า ในกรณีผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดตามมาตรา 18(1) หรือ (2) ยังมิได้แจ้งการเกิด และคนซึ่งเกิดนั้นมีภูมิลำเนาปัจจุบันอยู่ต่างท้องที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่เกิด บิดา มารดา ผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว แล้วแต่กรณี จะแจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ณ สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของคนซึ่งเกิดนั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็ได้

 

จะเห็นได้ว่ากฎกระทรวงมิได้ระบุคำว่า สัญชาติไทย , คนไทย , ไทย แต่ประการใดเลย

 

จากครั้งนี้ทำให้ผมจัดกลุ่มปัญหาการแจ้งเกิดให้กับเด็กต่างด้าวใหม่อีกหนึ่งกลุ่มเป็น กลุ่มที่ 7 คือ กลุ่มเกิดต่างท้องที่ ด้วยเหตุว่าเด็กเกิดต่างท้องที่ กับทะเบียนประวัติของบิดามารดา เช่น เด็กเกิดที่โรงพยาบาลท่าโรงช้าง จ.สุราษฏร์ธานี แต่ทะเบียนประวัติ(ท.ร.38/1)ของมารดาอยู่ที่จ.ระนอง หรือเด็กเกิดที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า จ.พังงา แต่ทะเบียนประวัติ(ท.ร.38/1) ของบิดามารดาอยู่ที่จ.ระนอง ตาม Blog ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นต้น