ความเห็นล่าสุด


ก่อนอื่นต้องถามว่าแม่เป็นต่างด้าวประเภทไหน ใน ๓ แบบ ๑.คนต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารใดๆ เลย ๒.คนต่างด้าวที่ได้รับ/เคยได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติ และบัตรตามกฎหมายไทย ๓.คนต่างด้าวมี/เคยมีหนังสือเดินทางที่ใช้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในแต่ละข้อนั้น แม่มีรายละเอียดว่าอย่างไร จึงจะหาคำตอบต่อได้ ซึ่งไม่เหมาะที่จะสนทนาในที่สาธารณะ

แบ่งประเภทตามเอกสารของทางประเทศพม่า เพราะใช้สิทธิกับทางพม่า(กรณีเกิดประเทศไทย) ๓๖ คน ดังนี้

๑.พ่อและแม่มีหนังสือเดินทางชั่วคราวทั้ง ๒ คน จำนวน ๓๑ คน

๑.๑.มีสำเนาบัตรประชาชนพม่าทั้ง ๒ คน แสดงเพิ่มเติมด้วย ๑๖ คน

๑.๑.๑.โดยลูกมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพม่าแล้ว ๔ คน

๑.๑.๒.ลูกยังไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพม่า ๑๒ คน

๑.๒.พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมีบัตรประชาชนพม่าแสดงเพิ่มเติม ด้วย ๔ คน ลูกทั้งหมดไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพม่า ๑ ใน ๔ สันนิษฐานว่าเป็นปู่ย่าหรือตายาย

๑.๓.พ่อและแม่ไม่มีสำเนาบัตรประชาชนพม่าแสดงเพิ่มเติมเลย ๑๑ คน ลูกทั้งหมดไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพม่า

๒.พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมีหนังสือเดินทางชั่วคราว อีกคนไม่มี จำนวน ๔ คน

๒.๑.แม่มีหนังสือเดินทางชั่วคราวจะมีบัตรประชาชนพม่าแสดงเพิ่มเติม พ่อไม่มีหนังสือเดินทางชั่วคราว แต่มีบัตรประชาชนพม่า ซึ่งลูกมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพม่าแล้ว ๑ คน

๒.๒.ไม่มีเอกสารประจำตัวใด ๆ ของพ่อหรือแม่แสดง จำนวน ๓ คน ๒ ใน ๓ คนมีบัตรประชาชนพม่าแสดงเพิ่มเติม อีกคนไม่มีบัตรประชาชนพม่าแสดง สาเหตุที่ขาดเอกสารของพ่อหรือแม่ เนื่องจากหย่าร้าง หรืออีกฝ่ายเสียชีวิต จึงไม่ได้เก็บสำเนาเอกสารประจำตัวอีกฝ่ายหนึ่งไว้

๓.พ่อแม่ไม่มีหนังสือเดินทางชั่วคราว มีแต่พ่อที่มีบัตรประชาชนพม่า ส่วนเด็กก็มีแต่ท.ร.๑/๑ ไม่ได้แจ้งเกิด จำนวน ๑ คน

กฎหมายไทย เพื่อใช้สิทธิต่อรัฐพม่า ครับซึ่งนอกจากจะยื่นสูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิดของแต่ละกรณีแล้ว ผมยังได้แนบสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราวของพ่อแม่ สำเนาบัตรประชาชนพม่าของพ่อแม่ สำเนาทะเบียนบ้านพม่าที่มีชื่อเด็กเข้าเพิ่มเติม ซึ่งพ่อแม่บางคนก็มีเอกสารไม่ครบ เช่นมีแต่เฉพาะสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือมีแต่สำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราวของพ่อหรือแม่อย่างเดียว ซึ่งบางคนก็ยังแนบสำเนาบัตรประชาชนพม่าเพราะอีกฝ่ายไม่มีสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว

สิ่งที่ผมคิดก็คือ เอกสารที่จะพิสูจน์ตนของผู้รับผลประโยชน์ตามกรรมธรรม์ กรณีผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย ไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร  หรือมีเอกสารทางทะเบียนแต่ถูกจำหน่ายรายการ ในการยื่นขอรับผลประโยชน์นั้น

ตอบคุณรัก ขอลูกชาวพม่ามาเลี้ยง ควรจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เ้พื่อความยั่งยืนของเด็ก และความปลอดภัยของคุณเองนะครับ

การนำลูกพม่ามาเลี้ยง แล้วแจ้งเกิดให้เป็นพ่อแม่ไทยผิดกฎหมายอาญาครับ ผู้ที่ไปแจ้งและผู้สนับสนุนจะต้องโทษทางอาญาไปด้วย

การแจ้งเกิดต้องแจ้งไปตามความเป็นจริงครับ เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น ก็ไม่ต้องหวาดหวั่นว่าจะถูกค้นประวัติว่าการแจ้งเกิด เกิดจากการกระทำผิดอันจะส่งผลให้เด็กหมดอนาคต ทั้ง ๆ ที่ เด็กไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำความผิดนั้น

การแจ้งเกิดเด็กเป็นลูกของคนไทย หากเด็กจะต้องกลับประเทศต้นทางของพ่อแม่ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ไม่อาจจะกลับไปและอยู่ในฐานะของคนพม่าได้ เพราะสูติบัตร มิได้ระบุชื่อพ่อแม่เป็นชาวพม่า หรือเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นชาวพม่าของพ่อแม่แต่ประการใด

การแจ้งเกิดก็แจ้งไปตามความเป็นจริง หากต้องการรับเป็นลูก ก็ยื่นคำขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเป็นทางออกที่ดี และถูกต้องกตามกฎหมายครับ

ตอนนี้ ผมต้องกลับมาอ่ืานงานของโอ๊ตอีกครั้ง เพราะกำลังเตรียมคดี เรื่องจนท.รัฐไม่ยอมขึ้นทะเบียนประวัติให้กับบุตรซึ่งเป็นผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว เมื่ือกลางปี ๒๕๕๔

ขอบใจที่งานยังมี และช่วยได้เยอะ

ผมอ่านแล้ว เข้าใจว่าคุณปูเหมยมีใบรับรองความเป็นโสดจากประเทศพม่าแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรอง และทางสถานทูตไม่ยอมรับรองด้วย หากเป็นเช่นนั้น นอกจากที่อ.แหววว่าให้กลับไปที่สถานทูตพม่าอีกครั้ง แล้วอีกวิธีหนึ่งก็ให้แปลใบรับรองความเป็นโสดจากภาษาพม่าเป็นภาษาอังกฤษ โดยทำโนตารีพับลิคมาด้วย ซึ่งแถว ๆ ศาลที่ย่างกุ้งจะมีทนายความทำโนตารีพับลิคจำนวนมากแทน จากนั้นก็แปลเป็นภาษาไทยโดยให้มีผู้รับรองการแปลเป็นภาษาไทยก็ใช้ได้เหมือนกัน

ประเด็นอื่นก็เป็นไปตามที่อ.แหววว่าครับ

คุณพิมจะกลัวเจ้าหน้าที่โกรธ หรือโมโห ปัญหาของคุณพิมก็จะไม่ได้รับการแก้ไขหรอกครับ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลัวแล้วไม่เริ่มต้นทำอะไรเลย ปัญหา ความต้องการก็จะไม่ได้รับการตอบสนอง และแก้ไข และนักกฎหมายก็ช่วยอะไรต่อไม่ได้เหมือนกัน

มันจะต้องมีการเริ่มต้น มีการยื่นคำร้องกับเจ้าหน้าที่ หากเขารับความต้องการคุณก็ถูกตอบสนอง หากเขาปฏิเสธก็ขอเหตุผล หากคุณกลัวเขาปฏิเสธ คนอื่นก็ไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหาได้อย่างไร

คุณรินเคยขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ก็ย่อมมีทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘/๑ อยู่ มีเลข ๑๓ หลัก ขอคัดกับทางเทศบาล/ที่ว่าการอำเภอได้ ส่วนบัตรที่หายหากเป็นใบอนุญาตทำงานก็ต้องแจ้งความเอกสารหายที่โรงพัก แล้วนำใบแจ้งความไปขอใบอนุญาตทำงานใหม่ หากเป็นท.ร.๓๘/๑ หายก็ขอคัดใหม่ตามสถานที่ที่กล่าวข้างต้น และถ้าไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ก็ต้องรอประกาศของทางการตามที่อ.แหววกล่าวมา

ประเด็นอื่น ๆ ต้องขอดูข้อเท็จจริงมากกว่านี้ เช่นกลับไปยังประเทศต้นทางได้หรือไม่ ถ้ากลับได้สามารถขอหนังสือเดินทางได้หรือไม่ ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีหรือไม่ ถ้าจดทะเีบียนสมรสแล้ว ก็ขอวีซ่าอยู่ในประเทศไทยในฐานะครอบครัวของคนไทยได้ เป็นต้น

ถ้าดูตามพยานบุคคลข้างต้น จะเห็นได้ว่าคุณพรโชคดีมีพยานบุคคลเป็นข้าราชการ ๒ คน ทีเดียว ถ้าไม่มีคนที่เป็นข้าราชการละ.....อำนาจดุลยพินิจจะเป็นอย่างไร

ผมคิดว่ากรอบของการใช้ดุลยพินิจจะเป็นไปตามที่คุณเชอร์รี่อ้างถึงข้างต้น แต่ว่าพอจะมีกรอบอย่างอื่นพอจะแลกเปลี่ยนไหมครับ เพราะหากจนท.ปฏิเสธ เราอาจจะต้องจดทะเบียนโดยการขอให้ศาลสั่งแทน ซึ่งก็ต้องมีกรอบอีกเช่นกัน

คุณเชอร์รี่ครับ ในกรณีนี้การตรวจสอบความเป็นโสดของคุณพร นอกจากใช้ทะเบียนประวัติของคุณพรแล้ว ใช้เอกสารใดเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มี ดังนั้นการที่จะจนท.จะเห็นว่าคุณพรเป็นโสดจริงก็คงจะต้องใช้พยานบุคคลเป็นหลัก ดังนั้นแล้วกรอบของการใช้อำนาจดุลยพินิจของจนท.มีอย่างไร เป็นไปตามกฎหรือระเบียบอย่างไร

และพยานบุคคลที่คุณพรใช้อ้างอิงนั้น ก็เป็นพยานบุคคลที่จนท.จะใช้ดุลยพินิจอีกเ่ช่นกันว่าจะเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งอำนาจดุลยพินิจนั้นผมคิดว่าควรจะต้องมีกรอบการใช้ หรือไม่ใช่ แต่ว่ากรอบดังกล่าวมีแบ่งปันบ้างไหมครับ

ต้องนำทะเบียนสมรสของจีนไปรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือทำโนตารีพับลิคมาก่อน จากนั้นนำเอกสารที่ัรับรองแล้วมาแปลเป็นภาษาไทย และขอรับรองการแปลที่กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ

ข้อ ๒ บุคคลไร้รากเหง้าในความหมายที่จะขึ้นทะเบียนได้นั้น จะต้องเป็น๑.คนที่ไม่ปรากฎบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้งแต่ยังเยาว์ ๒.ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ไม่มีเลข ๑๓ หลัก) ๓.ไม่ว่าจะเกิดในประเทศไทย หรือเข้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องก่อน ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘

ทางปฏิบัติผมพบจนท.พมจ.ตีความว่าไม่ปรากฏบุพการีคือ ไม่รู้ว่าพ่อแม่ชื่ออะไร เมื่อรู้ว่าพ่อแม่ชื่ออะไรก็ถือว่าไม่เข้าข่าย เห็นได้ว่าจะต้องมีถึง ๓ คุณสมบัติ เพราะตามเรื่องข้างต้นแฟนคุณมีเลข ๑๓ หลักแล้ว ก็จะใช้คุณสมบัติยากครับ

สุดท้าย

ตามนโยบาย หากคนที่ไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติจริง ๆ คือพิสูจน์แล้วไม่ผ่าน ก็จะเข้าไปสู่กระบวนการบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเกณฑ์จะเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าตอนที่แฟนคุณไปพิสูจน์สัญชาติ แล้วทางฝั่งพม่าปฏิเสธการเป็นพลเมือง หากมีเป็นลายลักษณ์อักษรก็จะเป็นเกณฑ์หนึ่งซึ่งพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน ว่าไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ แล้วจึงจะนำเรื่องสู่ทางปฏิบัติของรัฐต่อไป

ข้อแรกนะครับ เราสามารถยื่นขอจดทะเบียนสมรสได้ ส่วนเจ้าหน้าที่จะจดหรือไม่จะต้องพิจารณาชั้นหนึ่งก่อน สิทธิของเราจะเริ่มตั้งแต่เรายื่นขอ ฯ ปัญหามักจะอยู่ที่ลำดับแรกคือไม่รับคำร้อง ทำให้เรื่องขอจดทะเบียนสมรสไม่เข้าไปสู่การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ว่าจดได้หรือไม่ได้

เนื่องจากแฟนคุณเคยผ่านการพิสูจน์สัญชาติครั้งแรกไม่ผ่าน ผมแนะนำว่าหากมีหลักฐานว่าพิสูจน์สัญชาติไม่ผ่าน ไม่ว่าจะมาจากจัดหางานของไทย หรือของพม่า แนบเข้าไปในคำร้องขอจดทะเบียนสมรสเพื่อจะแสดงว่า เมื่อพิสูจน์สัญชาติไม่ผ่าน ก็เสมือนหนึ่งว่าทางพม่าไม่รับรองเป็นพลเมือง ดังนั้นจึงไม่อาจขอใบรับรองความเป็นโสด

ขั้นแรก เราจะต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมกับแนบหลักฐานต่าง ๆ เพื่อใ้ห้เจ้าหน้าที่รับเรื่อง หากไปที่ผ่านจดทะเบียนสมรสไม่รับเรื่อง ก็ไปที่ฝ่ายที่รับหนังสือเข้า หนังสือออก แล้วยื่นเรื่องพร้อมทำสำเนา ๑ ฉบับ รับกลับมาว่าจนท.รับเรื่อง แล้วคอยติดตามเรื่องตามเลขรับหนังสือเข้า ตั้งเวลามาตรฐานไว้ ๙๐ วัน ว่าจนท.จะต้องมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ว่าจะจดทะเบียนสมรสให้หรือไม่ หากไม่มีคำสั่งใด ๆ เราสามารถฟ้องศาลปกครองขอให้จนท.มีคำสั่งได้

หากฝ่ายรับหนังสือเข้า-ออก แล้วปฏิเสธ ไปแจ้งความดำเนินคดีจนท.เลยครับฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยปกติฝ่ายรับเรื่องจะรับ เพราะฝ่ายรับเรื่องมีหน้าที่รับแล้วส่งต่อเรื่องเท่านั้น ไม่ใช่จนท.พิจารณาเรื่อง หากอธิบายให้จนท.รับเรื่องเห็นว่าเขาไม่ต้องรับผิดชอบในการพิจารณาเรื่อง เขามีหน้าที่รับเรื่อง หากไม่ เขาจะโดนด่านแรกซึ่งหนักกว่าจนท.พิจารณาเรื่องอีก ลองดูนะครับ

หากผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ก็จะสามารถเดินทางกลับไปที่พม่าไ้ด้ ไปขอหนังสือรับรองความเป็นโสดจากศาลที่ย่างกุ้งดูนะครับ โดยจะต้องมี ว่าผู้ขออายุเท่าไร เป็นญาติพี่น้องหรือไม่ ประกอบอาชีพอะไร รายได้เท่าใด เป็นโสดหรือไม่ ระบุชื่อพยานอย่างน้อย ๒ คน ที่มีถิ่นที่อยู่หรือภูมิลำเนาเดียวกับผู้ขอ เพื่อให้จนท.สอบถามเพิ่มเติม

จากนั้นก็นำคำสั่งศาลไปทำโนตารีพับบิค แล้วนำกลับแปลเป็นภาษาไทยรับรองการแปลอีกชั้นหนึ่ง แล้วนำหลักฐานต่าง ๆ ยื่นขอจดทะเบียนสมรส

แล้วจะกลับมาตอบอีก ๒ ข้อครับ

ตอบอ.แหวว

กรณีนี้พ่อแม่ของอ่าวมาจากตัมพูชาด รัฐมอญ มาหลังจากเกิดเหตุการณ์ปี ๑๙๘๘ ราว ๒-๓ ปี มาโดยเรือถึงเกาะสองเดินทางประมาณ ๓ วัน มาทั้งครอบครัว ๑๑ คน เพราะความยากจน คนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันมีประมาณ ๕๐-๖๐ คน

ปัจจุบันคนที่อพยพมาด้วยกันในคราวนั้นเหลือแต่น้องสาว และลูก ๓ คนที่เกิดในพม่า ส่วนคนอื่นแยกย้ายไปคนละทิศคนละทางแล้วครับ

เรื่องคนต่างด้าวตกหล่น ฯ เป็นเรื่องใหม่ เพิ่งได้ยินครั้งแรกครับ

ตอบ.อ.แหวว

ประการแรกครับ น้องยุวดีได้แจ้งเกิด และมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรพม่าแล้ว

ประการที่สอง น้องมีได้รับการเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ แล้วครับ

ประการที่สาม ผมจะไปเปิดกม.ดูครับว่าทำไมการทำบัตรประจำตัวในรายน้องยุวดีต้องรอ ๑๒ ปี ไม่ใช่ ๕ ปี ครับ

ผมอ่านแล้วคงจะต้องขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

๑.หยกเป็นลูกของพ่อที่มีสัญชาติไทยหรือเปล่า

๒.หยกเกิดเมื่อวัน/เดือน/ปี อะไร

๓.ในใบแจ้งเกิดที่ฝั่งพม่านั้นระบุชื่อว่าใครเป็นพ่อ ใครเป็นแม่

๔.พ่อคนที่จะรับหยกเป็นบุตรบุญธรรม เป็นพ่อคนไหน สัญชาติอะไร และพ่อคนนั้นเกิดวันเดือนปีอะไร

เพราะผมอ่านมาแล้วก็ยังสับสนข้อเท็จจริงข้างต้น ลองตอบหน่อยครับ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ขึ้นไต่สวนตามคำร้อง ๓ ปาก หมดพยาน

ไต่สวนผ่านไปได้ด้วยดี ขั้นตอนต่อไปยื่นจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ไชโย

เรื่องการเดินทางออกนอกพื้นที่ของแรงงานต่างด้าว 00 นั้น ถ้าเป็นคนรับใช้ในครัวเรือนสามารถออกนอกพื้นที่ไปกับนายจ้างหรือคู่สมรสของนายจ้างได้โดยไม่ต้องขออนุญาตออกนอกพื้นที่

การออกนอกพื้นที่ก็มีข้อกำหนดว่าจะออกได้ในกรณีใดบ้าง มิใช่ออกได้ทุกกรณี ดังนั้นนายยอดรักหากออกนอกพื้นที่ไปกับนายจ้างก็ไปได้ทุกกรณีไม่ถูกจำกัดสิทธิ โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ถ้าขอออกพื้นที่โดยไม่มีนายจ้างไปด้วยไปได้บางกรณีเช่น ไปตามหมายเรียกของศาล, ไปรักษาพยาบาล(โรงพยาบาลต้องทำการส่งต่อเคส) เป็นต้น (ดูกฎกระทรวงครับ)

ในท.ร.๓๘/๑ นั้น ได้ระบุใครเป็นบิดาครับ แล้วตอนไปทำท.ร.๓๘/๑ พ่อได้ไปมีส่วนร่วมในการที่น้อย บะไห ไปทำท.ร.๓๘/๑ หรือไม่อย่างไร เพราะอะไรครับ

ควรครับ ผมจะได้นำความคิดเห็นของอ.โกสุม ประกอบเข้าไปเป็นหลักฐานในคำร้องขอให้เป็นลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย ยื่นต่อศาล มีไหมครับ หากไม่ผมจะเข้าไปพบอ.โกสุมในช่องทางไหนดีครับ

เพราะตอนนี้ผมเข้าไปเป็นทนายความให้กับประสิทธิ์ จำปาขาว แล้ว (ผ่านสภาทนายความ)

ผู้ชายในห้องแต่ละคนตาปรือ บ้างคนตก บ้างเกลี่ยริมฝีปาก บ้างตัวเอียง มิใช่ปิดตา หลับ หากกำลังซีเครียด ต่างหาก อิ อิ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี