เปลี่ยนคนเก่งร้าย ให้กลายเป็นเก่งดี

ติดค้างกันไว้เรื่อง การเปลี่ยนคนเก่งร้าย  ให้กลายเป็นเก่งดี  ต้องทำอย่างไร   จากหนังสือ

"ไม่อยากเสียคนเก่งในองค์การ ต้องทำอย่างไร"   ของ อ. กฤติน กุลเพ็ง วันนี้นำมาฝากกันตามสัญญาค่ะ

Steven Katz  ผู้แต่งหนังสือ Lion Taming กล่าวถึงวิธีการรับมือคนเก่งที่มีความสามารถสูง มั่นใจในตัวเอง มีความมุ่งมั่น ทำงานเก่ง แต่มองตัวเองเป็นหลัก พยายามทำทุกอย่างเพื่อตนเอง ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ โดยเปรียบเทียบบุคคลเหล่านี้ว่าเป็น สิงโต ซึ่งคนเก่งประเภทนี้จะมีหลักการในตัวเองอยู่ 4 อย่างคือ

1.      ต้องการเอาชนะและอยู่เหนือคนอื่นอยู่ตลอดเวลา  รู้สึกปลอดภัยและภูมิใจเมื่อมีคนคนมาอยู่ใต้อาณัติของตน ชอบการได้รับการยอมรับในสายตาของผู้อื่น ชอบให้คนมาเอาอกเอาใจ และพวกเขาคิดอยู่เสมอว่าตนเองมีความสามารถเหนือผู้อื่นและจะแสดงแสนยานุภาพของตัวเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อโอกาสมาถึง

2.      รู้จักขอบเขตอำนาจของตนเอง  รู้ว่าตนเองมีอำนาจในเรื่องอะไร เมื่อไหร่ กับบุคคลใด พร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองอยู่เสมอ

3.      รู้จักประเมินฐานะทางสังคมของตนเองและการยอมรับจากคนภายนอกอยู่ตลอดเวลา  และประเมินทุกคนที่เข้ามาในเส้นทางว่ามีผลประโยชน์หรือไม่

4.      มีสัญชาตญาณแห่งการอยู่รอด รู้จัดยืดหยุ่น มีสัญชาตญาณรู้ว่าเมื่อไรภัยจะมาถึงตัว เมื่อไร จะต้องยอมถอยร่นและรู้จักรอคอยเวลา เพื่อทวงอำนาจของตน

             ถ้ามีคนประเภทนี้ในองค์การของเรามากๆ โดยไม่รู้กลวิธีการจัดการคนเหล่านี้ เพื่อที่จะนำเขามาทำประโยชน์ให้กับองค์การได้มากๆ  องค์การจะเกิดความเสียหายไม่มากก็น้อยเป็นแน่ และบางองค์การเสนอให้คนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในโปรแกรม พนักงานดาวเด่น  (Talent) อีกด้วย เราจะมีวิธีจัดการได้อย่างไร

 

          1.   ต้องวิเคราะห์พนักงานท่านนี้ก่อนว่า เขาต้องการอะไร และค่อยนำประเด็นสำคัญที่เขาต้องการ มาคุยกับเขาว่าจะได้รับประโยชน์อย่างไร ชี้ให้เขาเห็นว่าถ้าร่วมโครงการนี้จะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง เพราะคนเหล่านี้เน้นตนเองเป็นหลักอยู่แล้ว แต่อย่าผูกกับการเลื่อนตำแหน่งหรือการขึ้นเงินเดือนโดยตรง  อาจจะบอกไปเลยว่าคุณเป็นตัวจักรสำคัญขององค์การ การร่วมโครงการนี้จะทำให้องค์การเติบโตได้รวดเร็ว เป็นที่ยอมรับของคนภายในและภายนอกองค์การ

          2.   ศึกษาคนเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อทราบว่าอะไรคือจุดแข็ง และอะไรคือจุดอ่อน และพยายามดึงจุดแข็งของพนักงานมาใช้งานให้เต็มที่ มอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถให้มากๆ

          3.  การจัดการโครงการ ที่มีกิจกรรมต่างๆเกิดขึ้น ต้องยกย่อง ส่งเสริมอยู่ตลอดเวลาว่าเขามีความสามารถเหนือคนอื่น อย่าทำให้เขาเสียหน้าเพราะเขาจะรับไม่ได้ ห้ามใช้การข่มขู่หรือต้อนให้เขาจนมุมเด็ดขาด เพราะเขาจะสู้ตายและหันมาทำร้ายทันที เหมือนสุภาษิตที่ว่า อย่าตีหมาจนตรอก จนตรอกเมื่อไรจะแว้งกัดทันที" และจะไม่ให้ความร่วมมืออีกต่อไป

          4.   เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือมีความขัดแย้ง ให้ตักเตือนด้วยความใจเย็น ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำนั้นจะกระทบกระเทือนต่อการยอมรับและเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของเขาอย่างไร

          5.   ผู้บริหารต้องแสดงออกอย่างแนบเนียนให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่า เขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จมีความปลอดภัย มั่นคงในงานได้นั้นต้องพึ่งพาองค์การเป็นผู้สนับสนุน

          6.   ธรรมชาติของคนทำงาน ต้องการความสำเร็จ ไม่ต้องการความล้มเหลวผู้บริหารต้องเสริมปมเด่น ของเขาในส่วนที่จะให้เกิดผลต่องานและลดปมด้อยที่เขามี โดยแจ้งให้เขาทราบอยู่ตลอดเวลาว่าเราทำเพื่อเขา

         

          ในทัศนะของผู้เขียน การเสริมสร้างพลังอำนาจในตัวบุคคลให้มีความมั่นใจ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานที่ยากและท้าทายให้สำเร็จ  ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจ และการเป็น Role Model ที่ดีของผู้บริหาร  การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากองค์กร จะสามารถกระตุ้นให้บุคลากรเกิดความกระตือรือร้นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ และที่สำคัญ คือ ทำอย่างเต็มใจ