GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิเคราะห์โครงสร้างของระบบกองทุนหมู่บ้าน

ก็เป็ซะอย่างเนี้ย

จากการที่คราวนี้เดินทางไปสระแก้วไม่ต้องทำหน้าที่คนขับรถเลยมีโอกาสได้นั่งคิดวิเคราะห์ คิดแบบไปเรื่อยๆ ไม่เค้นมากนัก การคิดที่เกิดขึ้นเป็นแบบ แว๊บขึ้นมา เรื่องเกี่ยวกับกองทุนว่าเพราะอะไร ทำไม แล้วก็อย่างไร
มีกองทุนแล้วยังไง(อย่างไร)
๑. เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านก็ดี กองทุนหมู่บ้านก็ดี เกิดขึ้นมาจากนโยบายของรัฐ
๒. กรอบคิด และแนวทางการดำเนินการบริหารจัดการมาจากส่วนกลาง ซึ่งมีเพียง ๑ แบบเท่านั้น (มาตามนโยบายของรัฐ)ในระยะเริ่มแรก
๓. วัตถุประสงค์ทั้ง ๔ ข้อที่มีอยู่ติดตัวทุกกองทุน ก็เป็นเรื่องราวที่ส่วนกลางเขียนขึ้นมาอีกเช่นเคย
๔. หน่วยงานพี่เลี้ยงหรือหน่วยสนับสนุนก็ยังเป็นของรัฐ
แล้วทั้ง ๔ อย่างมาจากที่เดียวกันแล้วยังไงต่อ (ถามตัวเอง)
กองทุนเกิดอะไรต่อ
๑. เครือข่ายและกองทุนมีชาวบ้านเป็นผู้บริหาร
๒. กรอบคิดชาวบ้านก็ยึดติด แต่ละหมู่บ้านมีกฎระเบียบก็ใช้กรอบของส่วนกลางที่คิดให้เป็นต้นแบบ (ต้องเป็นผู้ตามที่ดี)
๓. คณะกรรมการจะยึดกรอบของวัตถุประสงค์ ๔ ข้อ แต่ก็จะเป็นใน ๓ ข้อแรกมากกว่า(แต่เนื่องจากถูกบังคับด้วยระเบียบวิธีปฏิบัติเรื่องการปันผลจึงทำให้เกิดในส่วนของสวัสดิการ)

๔. เมื่อก่อตั้งได้แล้วคณะพี่เลี้ยงก็จะค่อยๆถอยห่างออกไปเรื่อยๆเป็นผู้ทำหน้าที่ดูบางครั้งก็จะแลบ้างหากมีกลไกบางอย่างมาบังคับ หรือมีปัจจัยที่เป็นตัวเงินเข้ามาก็จะช่วยบริหารจัดการ(บางที่)
ช่วงที่มีงานวิจัยที่ใช้การจัดการความรู้เข้าไปแล้วอย่างไร
๑.      เครือข่ายและกองทุนแต่ละแห่งก็ยังมีชาวบ้านเป็นผู้บริหาร (แต่ชาวบ้านที่มาบริหารก็จะเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ทำนู่น ทำนี่ และทำนั่น วันหนึ่งไม่ต้องทำมาหากินมากนักนอกจากไปประชุมกับหน่วยงานรัฐ) รวมทั้งมีทีมงานเข้าไปยุ่มย่ามเพิ่มขึ้น งานก็เหมือนจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะเราจะเข้าไปในส่วนที่เกี่ยวข้องต้องทำในเวลาปกติอยู่แล้ว

๒.    กรอบแนวคิดที่ชาวบ้านยังเหมือนเดิม(โดยส่วนหลักๆ)แต่การบางส่วนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเรียนรู้ จากการปฏิบัติที่ผ่านมา ทำให้มีการปรับตัว (เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ไขโดยใช้แนวคิดแบบธรรมดา กลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เนื่องจากรู้ว่าตัวเองมีปัญหา) เริ่มใส่เรื่องราวของคุณค่าในตัวเองของคณะกรรมการว่าทำไปเพื่ออะไร คิดหาเป้าหมายของตัวเองไปเรื่อยๆไม่บีบบังคับ เพราะหากไปบังคับโดยใส่ความคิดนักวิจัยว่าทำไมไม่ทำนู่น ทำไมไม่ทำนี่ จะได้เหมือนคนนู้น เหมือนคนนี้ แม้ว่าจะมาจากความตั้งใจดีของนักวิจัยแต่อาจจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาวของกองทุนหรือเครือข่ายในอนาคตก็ได้ (เปรียบกับเราถ้าทำเพราะถูกบังคับกับทำเพราะอยากทำจะทำด้วยความรู้สึกแบบไหนได้ดีกว่ากัน)

๓.    คณะกรรมการพยายาม และอยากที่จะทำให้ตัวเองเป็นแบบนู้นแบบนี้ตามแต่ว่าจะได้รับแนวคิดแบบใด อาจจะมาจากคนใน(คณะกรรมการกองทุน) หรือคนนอก(เมื่อศึกษามาจากกองทุนอื่น) ในระยะแรกของโครงการวิจัย เริ่มมีการใส่ความรู้ส่วนมากมาจากภายนอกเข้าไป แต่เมื่อทำไปทำมาทำให้รู้ว่าความรู้ภายในมีมากกว่า การให้ความรู้มาจากภายนอกเป็นเพียงการเสริมพลัง
๔.    พี่เลี้ยงก็จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว งานที่เข้ามาก็ตามแต่เบื้องบนของเบื้องบนจะสั่งมาอีกที แล้วจะมาช่วยได้อย่างไร หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็เป็นแบบกลายๆ เหยียบครึ่งเท้า อีกครึ่งเท้าต้องเหยียบงานอื่นอีกมากมาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 29490
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ดีครับ ถามตอบดังๆอย่างนี้ จะได้รับรู้ด้วยคนครับ