เมื่อราว ๒๐ นาทีที่ผ่านมา (๕ ก.ย.๒๕๕๒ ) ได้โทรหาพี่ที่เคารพเล่าว่า เดือนร้อนแล้วเพราะทราบว่า มีคนพิการน่านไปโดนรถยนต์เฉี่ยวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการนำเสนอข่าวทาง นสพ.ไทยรัฐ ฉบับ ๖ ก.ย.สามารถดูได้ที่กรอบบ่ายวันนี้
ที่นี่สนใจคนพิการท่านนี้ทราบมาว่า ออกเดินทางจากน่านไปหลายวัน เพื่อขอให้ทางการช่วยเหลือหลาย ๆ อย่าง เท่าที่พวกเราทราบคนนี้เราเองก็เคยช่วย และล่าสุดในการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จ.น่าน มีเรื่องพิจารณาคำขอกู้เงินด้วย
ผมสนใจได้บอกว่า จังหวัดน่านเรามีชมรมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ จ.น่าน มีภาคีภาคส่วนที่ดูแลคนพิการโดยคนพิการที่ทำหน้าที่เข้มแข็ง ก่อนออกเดินทางจาก จ.น่านไปเป้าหมายกรุงเทพมหานคร ชมรมฯ หรือคนใกล้ชิดน่าที่จะมีสัญญาณอะไรให้พวกเราชาวน่านได้รับรู้กันบ้าง
สิ่งที่เกิดเห็นข่าว ( ผมเองเพียงได้ยินคำบอกเล่า และทราบว่ามีการนำเสนอทางหนังสือพิมพ์ ) ไม่ได้เห็นรายละเอียดหรือทราบว่า ความจริงเป็นอย่างไร สนใจและเรียนรู้ในสังคมว่า การที่คนเดือนร้อนแล้วคนใกล้ชิดหรือองค์กรที่ใกล้ชิดไม่รู้เป็นเรื่องที่ต้องทบทวน ผมคิดว่า ผู้พิการท่านนี้ท่านไม่ได้เป็นคนเก็บความรู้สึกหรือเป็นคนเงียบ สิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องติดตาม ตรวจสอบ ดูแลแก้ไข โถ.....น่านถึงกรุงเทพไม่ใช่ใกล้ ๆ พวกเราชาวน่านดูแลแก้ไขกันได้อยู่ หรือว่า ท่ามาก มาดมาก จนผู้พิการท่านนี้ไม่กล้าเข้าหา สิ่งที่เกิดขึ้นจะฟังความข้างเดียว หรือฟังแต่คนพิการคนเดียวไม่ได้ ต้องใช้สติมีความรอบคอบไม่ใช่นั้น ชมรม กลุ่มองค์กร ข้าราชการ ฯลฯ ที่เคยตั้งใจดีกันจะพากันท้อแท้ ท้อถอย
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือรายงานว่า พมจ.น่านได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ๓ ท่านเดินทางด่วนไป จ.พระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ค่ำวานนี้ ( ๕ ก.ย.๒๕๕๒ ) เพื่อไปดูแลและรับตัวคนพิการเดินทางกลับ จ.น่าน ทราบว่า กลับถึง จ.น่านด้วยความปลอดภัยเวลา ๘ น.วันอาทิตย์ ที่ ๖ ก.ย.๒๕๕๒
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ได้บันทึกภาพ สอบถามความเป็นมาเป็นไปต่าง ๆจากคนพิการท่านนี้เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ และพร้อมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน เพื่อที่จะได้ร่วมกันดูแลแก้ไขปัญหาโดยไม่ปิดบังหรือบ่ายเบี่ยงใด ๆ มีปัญหาแล้วช่วยกันแก้ ช่วยกันดูแลแก้ไข เพื่อให้สังคมน่านน่าอยู่