การจับกุมในรอบปีที่ผ่านมาจำนวน ๓ ครั้ง ได้เรือทั้งหมด ๑๑ ลำ แต่ในชั้นสอบสวนของโรงพัก ไม่ได้แจ้งผลความคืบหน้าของคดีให้ผู้เสียหายและประชาชนในท้องที่ทราบเลย อีกทั้งเรือของกลางยังปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงสร้างความสงสัยของประชาชนต่อการดำเนินงานในชั้นสอบสวน เพราะเมื่อโรงพักไม่เก็บรักษาของกลางไว้ กรณีที่ไม่ใช่เรือเช่า เรือเหล่านี้เมื่อกลับไป จะถูกนำมาทำการประมงอีก แต่จะไม่ยอมให้ถูกจับ ให้จับเรือลำอื่นแทน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดซ้ำ โดยทางโรงพักให้ข้อมูลว่า เรือมูลค่ามากไม่สามารถรักษาของกลางไว้ได้ เลยให้ผู้ต้องหานำกลับไปรักษาไว้เอง และต้องไม่ทำการประมงผิดกฎหมายระหว่างดำเนินคดี

จดหมายเปิดผนึก

เรื่อง  เรือคราดหอยลายในอ่าวท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

วันศุกร์ที่ ๔  กันยายน  ๒๕๕๒ ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าศาลา

 

จากปัญหาเรือคราดหอยลาย  เข้ามาทำการประมงในอ่าวท่าศาลา และสร้างปัญหามานานมากกว่า ๒๐ ปี สร้างปัญหาทั้งเครื่องมือประมงพื้นบ้าน และระบบนิเวศอย่างหนัก

เรือคราดหอยลาย ซึ่งเป็นเรือประมงพาณิชย์ต่างถิ่นเข้ามาทำการประมงครั้งละ ๑๕ ๒๐ ลำ  โดยคราดเป็นวงกว้างไม่น้อยกว่า ๓ กิโลเมตร วนไปวนมา และกดคราดลงลึกไปฝนหน้าดินลึกไปในหน้าดิน ตั้งแต่ ๑๕ ๑๐๐ ซม. นอกจากหอยลายแล้ว สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เช่น  กุ้ง หอย ปู ปลา กั้ง ยังติดไปจากการคราดด้วย นอกจากนี้ จากการพลิกหน้าดินสร้างให้เกิดตะกอนเลน ของเน่าเสียในดินฟุ้งกระจาย สัตว์น้ำในบริเวณใกล้เคียงจึงพลอยตายไปด้วยจำนวนมาก ทำให้บริเวณนั้น ยากแก่การทำประมงได้อีก เพราะหน้าดินพังและเน่าเสีย

ในส่วนของเครื่องมือประมง เรืออวนลาก ก็ไม่สามารถทำการประมงได้ เนื่องจากติดแต่ซากสัตว์น้ำเน่าเสีย ตะกอนเลนมาก  เรืออวนรุน คันรุนจะตกร่องที่เกิดจากการคราดก็ไม่สามารถทำการประมงได้เช่นเดียวกัน ในส่วนของเครื่องมือประมงพื้นบ้านเสียหายจำนวนมาก มูลค่าการเสียหายนับสิบล้านบาท ซึ่งในแต่ละครั้งการเสียหายประมาณ ๕๐ ราย อวนประมาณ ๑,๐๐๐ ผืน มีการแจ้งความไว้ที่โรงพักท่าศาลา และที่ไม่ได้แจ้งอีกจำนวนมาก เพราะไม่รู้จะเรียกค่าเสียหายกับใคร

เรือคราดหอยลายเหล่านี้ ซึ่งในการทำประมงจะผิดกฎหมายในหลายๆ กรณี ทั้งในเรื่อง พรบ.ประมง ๒๔๙๐ ลากในเขต ๓,๐๐๐ เมตร ขนาดเรือมากกว่า ๑๘ เมตร ซี่คราดน้อยกว่า ๑.๒ ซม.  มีการนำแรงงานต่างด้าวมาในราชอาณาจักร จงใจให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีอาญา มาตรา ๓๕๘ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่า ในบริเวณนั้นมีทรัพย์สินของประมงพื้นบ้านอยู่ ยังจงใจทำลาย เพราะว่าเมื่อเครื่องมือ ชาวประมงเสียหาย หลายวันกว่าจะซื้อเครื่องมือใหม่ได้ หรือ บางคนเลิกอาชีพนี้ไปเลย ทำให้เรือคราดหอยลายทำการประมงได้สะดวก

เรือคราดหอยลายนี้ จงใจทำลายทรัพยากร ระบบนิเวศ  จงใจทำการประมงอย่างผิดกฎหมายซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า  และทำการประมงอย่างย่ามใจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย  ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  ซึ่งแสดงให้เห็นถึง  การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวในเชิงธุรกิจ มากกว่าที่จะเคารพกฎหมาย และวิถีการทำประมงแบบปกติ ดังนั้นหากปล่อยเรือคราดหอยลายให้ดำเนินการได้อีกต่อไป จะสร้างปัญหาและความรุนแรงในอ่าวแห่งนี้ไม่สิ้นสุด เพราะเรือคราดหอยลายได้สร้างศัตรูแก่เรือทุกชนิดในอ่าวแห่งนี้  ซึ่งจะนำไปสู่การล้มตายแบบไม่พึงประสงค์ได้

เมื่อก่อน จะมีปัญหาเรื่อง เรือ เจ้าหน้าที่ และ ค่าน้ำมัน  ในการออกไปตรวจตราจับกุม  แต่ในปัจจุบัน  ปัญหาเหล่านี้หมดไป เพราะมีการจัดสรรเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ มีเรือกรมเจ้าท่าฯ ในคลองท่าศาลา มีเรือปราบปราบของประมง หน่วยเกาะถ้ำ   มีเจ้าหน้าที่ กองร้อย อส. ชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย อ.ท่าศาลา และผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ในส่วนของ อบต. และ ประมงพื้นบ้าน  อีกทั้งปัญหาค่าน้ำมันยังสามารถเบิกจาก อบต.ท่าศาลาได้อีกด้วย 

การจับกุมในรอบปีที่ผ่านมาจำนวน ๓ ครั้ง ได้เรือทั้งหมด ๑๑ ลำ แต่ในชั้นสอบสวนของโรงพัก ไม่ได้แจ้งผลความคืบหน้าของคดีให้ผู้เสียหายและประชาชนในท้องที่ทราบเลย อีกทั้งเรือของกลางยังปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงสร้างความสงสัยของประชาชนต่อการดำเนินงานในชั้นสอบสวน  เพราะเมื่อโรงพักไม่เก็บรักษาของกลางไว้ กรณีที่ไม่ใช่เรือเช่า  เรือเหล่านี้เมื่อกลับไป จะถูกนำมาทำการประมงอีก แต่จะไม่ยอมให้ถูกจับ ให้จับเรือลำอื่นแทน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดซ้ำ โดยทางโรงพักให้ข้อมูลว่า เรือมูลค่ามากไม่สามารถรักษาของกลางไว้ได้ เลยให้ผู้ต้องหานำกลับไปรักษาไว้เอง และต้องไม่ทำการประมงผิดกฎหมายระหว่างดำเนินคดี  แต่ชาวประมงเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่เรือเหล่านี้จะไม่ผิดกฎหมาย เพราะ แรงงานต่างด้าว พรบ.ประมง จงใจทำลายเครื่องมือประมงพื้นบ้าน ดังนั้น  ไม่ว่าจะมากี่ครั้ง ทำการประมงผิดกฎหมายแน่นอน  ดังนั้น ทางออก คือ ทางโรงพักต้องเก็บรักษาของกลางไว้ โดยประสานงานกับท่าเรือในพื้นที่ เพราะค่าดูแลน้อยกว่า ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งแน่นอน

เพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว  เราจึงขอเรียกร้อง ดังนี้

๑.     ทางสถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าศาลา ต้องติดตามสำนวนคดี และผลการตัดสินของศาลเกี่ยวกับเรือคราดหอยลายตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ๒๕๕๒ ให้ประชาชนทราบภายใน ๗ วัน

๒.         สถานีตำรวจภูธรอำเภอท่าศาลา ต้องเก็บรักษาเรือและของกลางไว้  จนคดีจะสิ้นสุด

๓.     หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง ผลักดันให้เกิดการประกาศเขต ห้ามทำการประมงหอยลาย ในอ่าวท่าศาลา ตาม พรบ.ประมง ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒

๔.         หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ต้องติดตามและช่วยชดเชยค่าเสยหายที่เกิดขึ้นตามที่แจ้งความไว้ที่ สภ.อำเภอท่าศาลา

 

และชาวประมงพื้นบ้าน ขอประกาศจุดยืน ดังนี้ ห้ามมีใครดำเนินการทำการประมงคราดหอยลายในอ่าวท่าศาลาโดยเด็ดขาด

 

เครือข่ายประมงพื้นบ้าน  อ่าวท่าศาลา