วันนี้อากาศสบายๆตลอดทั้งวันนั่งอ่านหนังสือริมสระน้ำ
อ่านไปพิจารณาไปตามกำลังสติปัญญาที่มีอยู่น้อยนิด
ชีวิตในแต่ละวันของเราท่านทั้งหลายจะมีความสุขหรือว่าทุกข์
เมื่อพูดตามเป็นจริงแล้วก็อยู่ที่ว่าใจเราในขณะนี้คิดยังไงกับชีวิต
ถ้าคิดพิจารณาว่าเรามีความสุขมันมีความสุขในขณะนั้นทันที
แต่หากคิดว่าชีวิต ณ เพลานี้ทุกข์เหลือเกินเชื่อเถอะมันจะมาหาเราทันทีเหมือนกัน เพราะคนเราจะสุขหรือทุกข์โดยมากวัดกันที่ภายนอก เงิน ทอง ยศถาบรรดาศักดิ์วิชาความรู้ต่างๆ
เมื่อตนมีไม่เท่าคนอื่นก็ดิ้นรนให้ได้มา
แต่กำลังความสามารถมีขีดจำกัดเลยเอื้อมไม่ถึง
สุดท้ายก็มานั่งทุกข์ใจเป็นวรรคเป็นเวร
แต่คนที่มีสิ่งของภายนอกครบสมบูรณ์พร้อมก็ใช่จะวัดได้ว่ามีสุขเหลือประมาณ เพราะคนเช่นนั้นยังทำอัตวินิบากกรรมตนเองเยอะแยะเลย ดังนั้นบางครั้งเมื่อชีวิตนี้ที่นึกว่าทุกข์เหลือเกินลองปลดปล่อยความคิดด้านลบสักระยะหนึ่งแล้วมองด้านบวกแล้วจะรู้ว่าความสุขอยู่แค่เอื้อมตรงหน้านี้เองขอรับ
ขอฝากกลอนที่ทุกชีวิตต้องพานพบแน่นอนมาให้อ่านกันขอรับ
ไปไม่กลับ
ไปแล้วไม่กลับนั้น...................สุสาน
มนุษย์และสัตว์นับประมาณ...........มิถ้วน
ไปแล้วห่อนคืนสถาน................เดิมสัก คนแล
เราท่านยังอยู่ล้วน..................คติต้องไปตาม
หลับไม่ตื่น
หลับแล้วไม่ตื่นนั้น...................คือวัย
เด็กหนุ่มแก่ตามขัย..................หมดสิ้น
ใครลืมปล่อยล่วงไป.................ไม่อาจ คืนนา
มีเดชสักพันลิ้น.....................เรียกร้องห่อนคืน
ฟื้นไม่มี
ฟื้นไม่มีปราชญ์ชี้....................เรื่องกรรม
ดีชั่วที่คนทำ........................สืบไว้
ดีนำสุขชั่วนำ.......................ทุกข์เที่ยง แท้เฮย
ใครห่อนแก้ไขได้.....................ชั่วให้กลับดี
หนีไม่พ้น ( มีจนเหมือนกัน )
เกิดตายหนีไม่พ้น....................ทุกคน
จะชั่วดีมีจน........................ทั่วผู้
เป็นกฎแห่ความวน.................ในวัฏ- ฏะนา
ปราชญ์หน่ายเพราะหยั่งรู้...........ย่อมเว้นยึดถือ ๚
ท่านละคิดยังไงกับการได้มาเป็นมนุษย์?????????
ธรรมะสวัสดีขอรับ...
การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ก็ดีครับ ที่จะได้ฝึกใช้ "สติ"
เจ้า "สติ" นี่ เวลาจะใช้ มันไม่ค่อยจะอยู่ให้ได้ใช้นะซิครับ
นมัสการเจ้าค่ะ
ตอบอยากนะเจ้าคะ...ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เป็นมนุษย์...จะบอกว่าดีก็ใช่ ครั้นจะตอบว่าไม่ดีเท่าไรก็ถูก...เนื่องจากขณะที่เรามีทุกข์เราก็ไม่อยากเกิดเป็นมนุษย์ อยากเป็นก้อนหินก้อนดิน จะได้ไม่รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์ ครั้นพอเรามีสุข เราก็บอกว่าดีนะที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์สุดแสนวิเศษสุดกว่าสัตว์ใด ๆ...คำถามนี้...ไว้ให้จิตนิ่ง ๆ สงบ ๆ คงจะตอบได้ดีเจ้าค่ะ...ว่าแท้จริงแล้วคิดอย่างไรกับการเกิดเป็นมนุษย์...ตอนนี้ยังมีความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่ เจ้าค่ะ เลยตอบไปตามกิเลสแห่งตน
นมัสการขอรับ
ปราชญ์หน่ายเพราะหยั่งรู้...........ย่อมเว้นยึดถือ ๚
สติ เกิดจากจิตจำสภาวะได้เองครับ กรือ ถิรสัญญา
บังคับให้ิกเด ไม่ใช่สัมมาสตินะครับ
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นการเรียนรู้ของกระผมเองดังนี้ขอรับ
เจ้า "สติ" นี่ เวลาจะใช้ มันไม่ค่อยจะอยู่ให้ได้ใช้นะซิครับ
หาอะไรมัดมันไว้ดีละท่านรอง
หมายความถึงว่า ใช้คำบริกรรม เช่น ดูลมหายใจ พุทโธ ทำนองนั้น เพื่อการมัดมันไว้ก่อน ในระหว่างที่ฝึกอยู่เช่นนั้นใช่ไหมขอรับ
(กราบ 3 หน)
ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา..."
(หลวงปู่พุทธทาส)
พระพุทธศาสนาถือว่าโชคดี เป็นมนุษย์สามารถสั่งสมบารมี
ได้ดีกว่าเกิดในภูมิอื่น ๆ จริงไหมเจ้าคะ ?
มาชม
นมัสการพระคุณเจ้า ประโยค 9 ในทางเรียนธรรมบาลีด้วยนะนี่
หายากยิ่ง
จะได้นำพระคำสอนตามหลักพุทธธรรมเผยแผ่ส่องจิตใจชาวโลก
เพื่อได้เรียนรู้ธรรมนำไปใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง
เกิดมาทั้งทีมีความดีไปเล่าในโลกหน้าบ้างนะครับ
อิ อิ อิ
พระพุทธศาสนาถือว่าโชคดี
แต่คนที่พบแล้วไม่ทำความรู้จักกับพุทธศาสนานี่สิพี่ครูน่าสงสาร..นะขอรับ
นั่นเป็นเพียงหัวโขนที่สวมใส่ไว้เท่านั้นขอรับ..
เก้ามีแต่ไม่ก้าวเดินนี่สิสำคัญนะขอรับ...
นมัสการ ท่านผู้คุ้นเคย
วันนี้มาในนามผู้เยี่ยมชม
เกิดมาทำไม สงสัยจะตอบยาก
หาคำตอบไม่ได้จริง ๆ นิ่ง ๆ จำความได้ก็เกิดมาแล้ว โตมาหน่อยเริ่มรู้เรื่องจำความได้ว่ามีตัวมีตนขึ้นมาเฉย ๆ
มองย้อนกลับไปก็ไม่ทราบว่าเกิดมาทำไม (เลือกได้ก็คงไม่เกิด)
เกิดมาพร้อมกับคำถามมากมาย และหาคำตอบไม่ได้ เพียงแต่เคย ได้ฟัง ได้อ่าน ได้คิด ได้ฝัน ท่านบอกว่าทำปัจจัยให้พร้อมแล้วผลแห่งความรู้แจ้งจะตามมา
ตอนนี้ทราบเฉพาะ ณ ปัจจุบันว่า เกิดมาแล้ว วิถีที่ควรจะเดินต่อไป คืออะไร แนวทางอาจยังไม่ตรง เป้าหมายพอเห็นลาง ๆ