สร้างนิสัยการดูแลตนเองให้คนในครอบครัวและการป้องกันการติดไข้หวัด2009


จริงๆแล้วประชาชนทุกคนสามารถตั้งหลักเตรียมตัวป้องกันไข้หวัด2009ได้ ตั้งแต่ที่บ้าน ด้วยวิธีการง่ายๆและปลอดภัย

ดูเหมือนเรื่อง ไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังจะเป็นเรื่องที่ผู้คน ให้ความสนใจและติดตามข่าวอยู่อย่างต่อเนื่องมาตลอด  โดยเฉพาะยิ่งในช่วงที่มีฝนตกแทบจะทุกวัน ทั่วประเทศขณะนี้ ตัวดิฉันเอง พอโดนฝนทีไร ก็ใจไม่สบายทุกที เกรงจะเป็นหวัดมีไข้และคิดเลยไปถึงไข้หวัดใหญ่ 2009 โน่น

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2552  ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมากล่าวว่า เป็นห่วงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ระลอก 2 ที่เชื่อว่า จะกลับมา เมื่อประชาชนเลิกตื่นตัวในการรักษาความสะอาด ซึ่งขณะนี้ประมาณการว่ามีคนไทยป่วย มีภูมิต้านทานไข้หวัด 2009 แล้วกว่าล้านคน ดังนั้น จะเหลืออีกกว่า 60 ล้านคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
แม้ในสหรัฐอเมริกาเอง 

ดอกเตอร์โธมัส เฟรเดน ผู้อำนวยการซีดีซี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ รายงาน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2552 ว่า ผู้เสียชีวิตจากไวรัสเอช1เอ็น1 ภายในประเทศ 477 คน ในจำนวนนั้นเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี  "2ใน3ของผู้เสียชีวิต เด็กเหล่านั้นล้วนแค่มีอาการป่วยแฝงอยู่หรือทุพพลภาพ ... สมองพิการ โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังหรือโรคหัวใจ"

ทาง WHO ก็ได้ออกข่าวเตือนไว้เช่นกัน  Preparing for the second wave: lessons from current outbreaks


 

ส่วนดิฉันเอง  มีความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวว่า จริงๆแล้วประชาชนทุกคนสามารถตั้งหลักเตรียมตัวป้องกันไข้หวัด2009ได้   ตั้งแต่ที่บ้าน ด้วยวิธีการง่ายๆและปลอดภัย
เริ่มตั้งแต่ การสอนให้เด็กๆล้างมืออย่างถูกวิธี ก่อนรับประทานอาหาร กลับมาจากโรงเรียน หรือไปเที่ยวนอกบ้านทุกครั้ง  เวลาจะไอหรือจาม ต้องปิดปากให้สนิท และหันหน้าไปทางอื่น ที่ไม่มีคนอยู่ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องสอนเด็กๆ ตั้งแต่เด็กพอรู้ความ และผู้ใหญ่ก็ต้องทำตัว ให้เป็นตัวอย่างด้วย จนกระทั่ง ติดเป็นนิสัย




เพื่อที่จะหลีกเลี่ยง flu virus และพวก infectious diseaseต่างๆ ก็คงต้องสอนเด็กๆที่ไปโรงเรียนให้:::
1. ระวัง อย่าไปอยู่ใกล้ คนที่เป็นหวัด  
2.เมื่อตัวเราป่วย ก็อย่าไปเข้าใกล้ คนที่ไม่ป่วย และผู้ใหญ่ ควรจะให้หยุดเรียน พักอยู่ที่บ้านเลย

3.แม้ผู้ใหญ่เอง ก็ควรลางานหยุดพักรักษาตัวอยู่กับบ้าน
4.แม้จะอยู่ที่บ้านก็ต้องระวังปิดปาก จมูกเวลาจามหรือไอ ไม่ให้ติดคนในบ้าน ถ้าออกนอกบ้านเพื่อไปพบแพทย์ ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
5.ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำ โดยเฉพาะหลังการไอ หรือ จาม
6.อย่าเอามือไปถูก ตา จมูก ปาก ในช่วงที่ป่วย
7.ในกรณี ที่ไม่ป่วย แต่ออกไปนอกบ้าน ก็อย่าเอามือยกขึ้นมาขยี้ตา จับจมูกหรือ ปากเช่นกัน เพราะมือเราสกปรกจากการไปจับสิ่งของต่างๆตลอดเวลา

ดิฉันมีประสบการณ์เรื่องไข้หวัด 2009 เมื่อเร็วๆนี้เอง คือ  พนักงานขับรถที่บ้านและพนักงานธุรการ ที่ทำงาน  ป่วยเป็นไข้หวัด 2009    เมื่อเห็นว่า พวกเขาเริ่มป่วย ก็ได้ให้หยุดงานไปหาหมอทันที  เพราะในช่วงที่เริ่มป่วยจนถึง 7-10 วันนี้ เขาสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว เมื่อครบ 7 วัน ก็ยังให้เขาหยุดต่ออีก ให้ครบ 10-14 วัน หรือจนกว่า จะไม่มีการไอแล้ว เพราะเกรงว่าจะนำมาติดคนอื่นๆ โดยเฉพาะเด็กๆ เนื่องจากเด็กๆจะติดโรคนี้ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

 

กรณีพนักงานขับรถ เป็นมากขนาดที่ แพทย์ต้องสั่งยา  oseltamivir (brand name Tamiflu ®) or zanamivir (brand name Relenza ®) ให้ เพื่อต่อสู้กับโรคนี้ ให้เชื้อหยุดการกระจายตัวต่อไป ซึ่งในที่สุดแล้ว พนักงานคนนี้ หยุดงานถึง 2 อาทิตย์กว่าจะหายดี อาจจะเป็นเพราะความต้านทานไม่ดีมากนัก  และให้เขาปฎิบัติตัว ดังต่อไปนี้ เพื่อมิให้เชื้อกระจาย

1.งดไปเยี่ยมแม่ ซึ่งมีอายุ 65 ปี
ชั่วคราวก่อน แต่ให้นำลูกสาวอายุ 5 เดือนไปฝากแม่เลี้ยงไว้ ให้มีแค่ภรรยาเขาเท่านั้น ที่ดูแลอยู่แต่ให้สวมหน้ากากอนามัยตอนที่พยาบาลทุกครั้ง
ลูกสาวเขา มีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะติดหวัด และแม้มีวัคซีน อาจจะยังฉีดไม่ได้เพราะ ยังเล็กเกินไป
2.ให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ในช่วงกลางวัน ให้อากาศถ่ายเท
3.ให้ใช้ห้องน้ำแยกกันกับผู้อื่น และให้มีถังขยะปิดฝา เฉพาะสำหรับตัวเอง 1 ใบ
4.ให้แยกใช้ จานชาม แก้วน้ำ ยิ่งแยกอาหารร้อนๆ ย่อยง่ายๆ มากินเฉพาะตนยิ่งดี มิฉะนั้น ต้องมีช้อนกลาง
5.เช็ดล้างผิวสัมผัสต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกวัน
6.ไม่จำเป็น ไม่ต้องพูดกับใคร ควรพักผ่อนให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องพูด ไม่ควรหันหน้าไปพูดกับใครตรงๆ เพราะอาจไปจาม ไอ ใส่เขาได้
7.ให้ภรรยาเขา ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง หลังจากมาดูแลผู้ป่วย
8.การนำเสื้อผ้า ปลอกหมอน ผ้า ปูที่นอน ผู้ป่วยไปซัก ก็อย่าให้ภรรยาเขาอุ้มเสื้อผ้าไปซัก เพราะเชื้ออาจมาติดที่เสื้อผ้าภรรยาเขาได้ ให้ใส่ตะกร้ายกไป และให้ล้างมือทุกครั้ง ที่หยิบจับเสื้อผ้าผู้ป่วย


ยังคิดว่า โชคดี ที่สังเกตอาการว่า พนักงานคนนี้ เริ่มมีอาการอ่อนเพลียมีไข้เพียง 1 วัน จึงรีบให้หยุดเลย มิฉะนั้น อาจจะพากันติดหวัดกันหลายคนในที่ทำงาน เพราะไข้หวัดนี้ จะแพร่เชื้อได้ ภายใน 1 วันก่อนที่ผู้ป่วย จะรู้ตัวว่าป่วย และยังแพร่ต่อได้อีก 7 วัน หลังจากที่รู้ตัวว่า ป่วยแล้ว แนะนำให้เขาพักผ่อนมากๆ  ดื่มน้ำหรืออาหารน้ำๆ  เครื่องดื่มน้ำๆให้มากๆ เช่น น้ำซุป น้ำเกลือแร่บ้าง เพื่อมิให้เกิดอาการขาดน้ำ   ซึ่งให้เขาสังเกตอาการ คลื่นไส้ เวียนศรีษะ โคลงเคลง เมื่อลุกขึ้นยืน ไม่ค่อยจะปัสสาวะ หนาวสั่นหรือมีอาการคล้ายจะวูบ เป็นลม เป็นต้น
   และไม่ให้ใช้ยา aspirin ลดไข้เป็นอันขาด เกรงว่า อาจมีผลข้างเคียงได้ (Reye's syndrome) ให้เขาใช้ยาพวก Tylenol® แทน



ส่วนพนักงานธุรการ  เมื่อให้หยุดงานไปแล้ว ก็ห้ามไม่ให้ใครไปจับต้องเอกสารที่เขาดูแลอยู่เป็นเวลา 24 ช.ม. เพราะเชื้อหวัดจะสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวของสิ่งของต่างๆได้ถึง 6-8 ช.ม.และให้นำน้ำยาฆ่าเชื้อโรค มาเช็ดโตีะเก้าอี้ ให้เรียบร้อย เพื่อมิให้มีเชื้อหลงอยู่  และให้มีการทำความสะอาดสำนักงานกันเป็นการใหญ่ พนักงานผู้นี้ หยุดงานไปประมาณ 10 วัน ก็หายเป็นปกติ และไม่มีใครติดโรคจากเขาเลย

กรณีเด็กๆ ที่ต้องดำเนินชีวิตไปตามปกติ นอกจากการไปโรงเรียนแล้ว  การไปออกกำลังกายและไปเที่ยว ก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงพยายามหลีกเลี่ยง สถานที่ๆแออัด  จะพาไปแต่ที่โล่งๆโปร่งๆ  ถ้าเป็นสระว่ายน้ำ ก็จะเลือกสระที่สะอาด และแน่ใจว่า มีการใช้คลอรีนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ประมาณ 1-3 parts per million ซึ่งสะอาด ปราศจากเชื้อ แน่นอน
การที่ต้องมีการระมัดระวังการติดโรคไข้หวัด 2009 กันค่อนข้างมาก  เพราะเนื่องจากไวรัส H1N1 แพร่กระจายได้รวดเร็วกว่า ไข้หวัดใหญ่ธรรมดามาก
ข้อมูลเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 มีหลายด้าน มีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ ต้องให้เชื้อนี้แพร่กระจายช้าที่สุด ถ้าไม่มี หน้ากากอนามัย แต่อย่าเอามือมาแตะ T-Zone ตาจมูกและปากเด็ดขาด


บัดนี้ พนักงานทั้งสอง หายเป็นปกติดีแล้ว  แต่สำหรับคน ที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ช่วงต่อจากนี้เป็นต้นไป ก็คงต้องรอ วัคซีน จากทางกระทรวงสาธารณสุข แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะปลอดภัยแค่ไหน เพราะมีข่าวอยู่ตลอดเกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน



มีการ กล่าวถึงกรณีเชื้อไวรัสอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งอาจมีผลต่อการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009         แต่ก็ทราบว่าทาง องค์การเภสัชกรรม และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เฝ้าระวังและติดตามการกลายพันธุ์เชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่  พบว่าส่วนที่กลายพันธุ์อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 5 จุดสำคัญ อาทิ จุดที่ควบคุมคุณสมบัติความปลอดภัย การต้านทาน ความดุร้าย ฯลฯ ดังนั้น ยืนยันว่าการทดลองวัคซีนยังมีความปลอดภัยสูง

ล่าสุด...องค์การอนามัยโลกเปิดเผย เมื่อวันที่ 2 กันยายนคาดหมายว่าประเทศต่างๆทั่วโลกต้องจ่ายเงินระหว่าง 2.50 ถึง 20 ดอลลาร์ต่อวัคซีนรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 โดส แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายของแต่ละประเทศ
แมรี่ พอล คีนีย์ ผู้อำนวยการด้านวิจัยวัคซีนขององค์การอนามัยโลก ยังเตือนด้วยว่า วัคซีนจะไม่เพียงพอต่อพลเมืองโลกทั้งหมดและประชาชนไม่ควรไว้วางใจวัคซีนเพียงอย่างเดียว พร้อมแนะให้ใช้มาตรการป้องกันอื่นๆในการต่อสู้กับไว้รัสเอช1เอ็น1  อาทิ หลีกเลี่ยงแหล่งชุมนุมชนขนาดใหญ่ รวมถึงปิดโรงเรียนและเอาใจใส่ต่อสุขลักษณะส่วนตัว

ส่วนตัว คงยังไม่รีบไปฉีด คงต้องขอศึกษาเรื่องวัคซีนให้ละเอียดกว่านี้อีกสักหน่อย น่าจะปลอดภัยกว่า  โดยจะมีการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนตัวอย่างถูกต้องควบคู่ไปด้วย ปิดท้ายบันทึกด้วย แฟชั่นสุดเท่ รับหวัด2009 โดยนักออกแบบชาวฝรั่งเศส ภาพจาก คุณสุทธิชัย หยุ่น


หมายเลขบันทึก: 293789เขียนเมื่อ 2 กันยายน 2009 23:47 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (74)

สวัสดีค่ะ

ขอชื่นชมในข้อเขียนของคุณSasinand ทุกข้อเขียนเลยนะคะ มีสาระจริงๆ วันนี้ขออนุญาตแจมด้วยสักนิดนะคะ

ศิริวรรณจะท้าวความให้เด็กๆ ที่โรงเรียนฟังถึงการระบาดของโรคสมัยก่อน เช่นอหิวาตกโรค เกิดจากการปล่อยของเสียออกจากตนโดยไม่ได้คำนึงถึงคนอื่น พูดง่ายๆว่า ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ปัจจุบัน ไข้หวัดที่กำลังระบาด ก็มีสาเหตุไม่ต่างจากการระบาดของโรคในอดีต เพียงแต่เรามีสำนึกรับผิดชอบ ไม่ให้ของเสียในร่างกายเราแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ ทั้งโดยรู้/ไม่รู้ตัว โรคภัยต่างๆ ก็จะระบาดไม่ได้

ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ

ศิริวรรณค่ะ

มีข่าวว่า นพ.วิฑิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้แจ้งว่า...

"เมื่อคืนวันที่ 25 สิงหาคม2552  ทีมนักวิจัยได้บรรจุวัคซีนล็อตแรกลงในบรรจุภัณฑ์ พร้อมติดฉลากแล้วเสร็จ
ขณะนี้ผลิตวัคซีนได้ 1,270 ขวด ขวดละ 0.7 มิลลิลิตร ทั้งหมดถูกจัดเก็บในห้องรักษาอุณหภูมิ รอการทดสอบความปลอดภัยตามขั้นตอน ได้แก่ การนำวัคซีนไปเพาะเชื้อในจานเพาะเชื้อ 14 วัน
หากไม่มีเชื้อโรคเจริญเติบโตถือว่าปลอดภัย
ในระหว่างนี้จะเตรียมส่งมอบให้คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหิดล นำไปทดลองในสัตว์ทดลอง เพื่อทดสอบความปลอดภัยและความเป็นพิษของวัคซีนอีก 7-10 วัน
ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกกำหนดว่าจะใช้หนูทดลองกี่ตัว หากผ่านการทดสอบทั้ง 2 ด้าน จะนำวัคซีนล็อตนี้ส่งมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดลองความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะนำไปทดสอบในอาสาสมัครชุดแรก"

แต่ขณะนี้ ยังไม่ทราบผลของการทดลอง..เพราะยังไม่ครบกำหนด ในการนำวัคซีนไปเพาะเชื้อ

สวัสดีค่ะคุณ ศิริวรรณ
ขอบคุณค่ะ ที่ให้กำลังใจ พอดีเรื่องนี้ มีประสบการณ์จริงๆ 2 รายติดๆกันเลยค่ะ แต่ป้องกันทัน ไม่แพร่ระบาดทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เลยนำมาเขียนเป็นบันทึกค่ะ

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ.ได้แถลงว่า โดยสถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีผู้เสียชีวิตลดน้อยลงกว่าที่ผ่านๆมา  ขณะที่การแพร่ระบาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในต่างจังหวัดมีแนวโน้มกระจายลงสู่เขตชนบทเพิ่มมากขึ้น
โดยพบผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ แต่พบมากขึ้นในกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 31-45 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและเกษตรกรค่ะ

แต่ส่วนตัว คิดว่ากลุ่มเสี่ยงมากๆคือ เด็กเล็กๆ คนตั้งครรภ์ และคนที่มีโรคประจำตัวบางโรค กับบุคคลากรด้านการแพทย์พยาบาลค่ะ

อรุณสวัสดิ์ค่ะ

  • แวะมารับความรู้ค่ะ
  • โชคดีที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
  • แต่ก็ไม่ประมาทค่ะ และก็พยายามดูแลคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน หรือ เด็ก ๆ ที่บ้าน
  • จะรออ่านผลการทดลองค่ะ  ขอบพระคุณบันทึกที่มีคุณค่า ทุก ๆ บันทึกของ Sasinan ค่ะ
  • มีความสุขทุก ๆ วัน   สุขภาพดีตลอดไปนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ อิงจันทร์

ถ้าเราติดตามข่าวเรื่องไข้หวัด นี้  จะเห็นว่า ภาครัฐให้ความสำคัญกับไข้หวัด 2009ไม่น้อย....ให้ความรู้และแจกหน้ากาก 10 ล้านอัน...การใส่หน้ากาก และล้างมือบ่อยๆช่วยได้มาก...การใส่หน้ากากไม่ใช่จะใช้กฎหมายบังคับได้ แต่ต้องรณรงค์...ตอน นี้ก็เริ่มเซาไปบ้าง แต่ยังต้องรณรงค์ต่อ เดี๋ยวจะเหมือนหวัดสเปน ที่พอซาแล้วตีกลับมาแรงกว่าเดิม ที่อเมริกาตอนนี้ ติดหวัด 2009 กันมากแล้ว
แต่คนไทย ก็เป็นคนลืมง่ายจริงนะคะ คึกคักกันแรกๆเท่านั้น ต่อไป ก็ตามสบายเหมือนเดิม

การที่รัฐบาลจะมีนโยบายป้องกันไข้หวัดเข้มแข็งอย่างไรก็ตาม หากคนไทยยังขาดวินัยก็ควบคุมยาก
เห็น คนบางคน นั่งรถเมล์ไอจามไม่ปิดปากจมูก เจอคนจามในห้าง ไม่ปิดปากก็เยอะมาก รัฐต้องส่งเสริมวินัยและความรับผิดชอบต่อสังคมให้คนไทยให้มากขึ้นมากๆ
ส่วนคนจีน อินเดีย  การเป็นไข้หวัด คงมีมาก แต่ตัวเลขเลยไม่โชว์  เพราะน่าจะมีคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้ไม่น้อย
การป้องกันตัวเองและรับผิดชอบสังคม คือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ต้องรอให้รัฐฯต้องออกมารณรงค์กันมโหฬารมากมาย คนเราไม่รักตัวเอง ใครจะมารักเรา
ฟังการแนะนำจากรัฐบาลค่ะ

ล่าสุด...มีข่าวจาก The University of Maryland researchers บอกว่า เนื่องจากไวรัส H1N1 แพร่กระจายได้รวดเร็วกว่า ไข้หวัดใหญ่ธรรมดามาก ดังนั้น จึงไม่น่าที่จะทำให้กลายพันธุ์ได้อีก
ตอนนี้ ที่อเมริกา กำลังเฝ้าระวัง เชื้อ ไวรัส 2009 H1N1นี้เป็นอย่างมาก เกรงว่า จะระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาอีกในฤดูใบไม้ร่วง ที่กำลังจะมาถึงนี้

ขอบคุณที่นำบันทึกดีๆ มาให้อ่าน

ดิฉันชอบเป็นหวัดง่ายๆ โดนฝนหน่อยเดียวก็เป็นแล้ว ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น และตอนนี้ลูกก็ยังเล็กอยู่ จะต้องไปสอนลูกว่าตอนนี้โรคอาจจะรุ่นแรงมากขึ้น ต้องคอยดูแลตัวเอง วิธีป้องกันต่างๆ ให้ลูกรู้ จะได้ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ

สวัสดีครับ

ผมต้องทำงานในที่แออัด ผู้คนเยอะมาก ผมต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่คนชอบมองผมคิดว่าผมเป็นอะไร ใครจะมองผมอย่างไรก็ไม่เป็นไร ผมต้องป้องกันตัวเองก่อนดีกว่า จึงใส่หน้ากากตลอดเวลาทำงานในที่ผู้คนเยอะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วไม่คุ้มครับ

สวัสดี ครับ พี่sasinad

เปลี่ยนจากดอกบัวเป็นดอกบานชื่น แล้ว

เย็นใจพอ ๆ กันเลย ครับ

เข้ามาสวัสดี และอ่านบทความรู้ที่ เดาใจได้ทุกครั้ง เลย ครับ

 

นำกาแฟ มาเสริฟ์ด้วยความระลึกถึง ครับ

สวัสดีค่ะคุณกฤษณา
ดิฉันว่า อนามัยในบ้าน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และต้องทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ทำจนเป็นนิสัยค่ะ เรียกว่า เป็นกติกาประจำบ้านเราเลย

ถ้าเราเกิดมีคนเป็นหวัดในบ้าน และเราต้องดูแล ต้องมีถังขยะใส่กระดาษทิชชู่ หรือของที่จะทิ้งอย่างอื่นๆ จะวางทิชชู่เกลื่อนไป คงไม่ได้ เพราะเชื้อจะแพร่กระจาย
ที่ บ้านดิฉัน เช็ดโต๊ะเก้าอี้ เคานท์เตอร์ต่างๆด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เป็นประจำวันอยู่แล้วค่ะ ทำให้บ้านสะอาดดีทีเดียว ถ้าเป็นของเล่นเด็กที่อยู่ในบ้าน  ก็ต้องล้างอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง
พวกจานชามช้อน ถ้ามีคนไม่สบาย จะไม่ใช้ปนกัน ของใคร ของคนนั้น
ยิ่งถ้ามีคนป่วยเป็นไข้หวัด ยิ่งต้องทำความสะอาดเป็นพิเศษ รวมทั้งแยกซักเสื้อผ้าด้วย
ถ้า เรามีอนามัยดี ที่บ้าน ก็จะป้องกันไปได้มากค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่อง ไข้หวัด แต่จะเป็นการป้องกันพวก แมลงวัน แมลงสาบ หนู ไม่ให้มารบกวนด้วย เพราะสัตว์พวกนี้ จะสามารถนำเชื้อโรคมาสู่คนได้

สวัสดีค่ะ

เห็นด้วยค่ะ เพราะที่บ้านมีเด็ก และก็ไปโรงเรียนด้วย ต้องช่วยกันดูแล จะนำข้อมูลที่ได้ไปบอกต่อกับคนในครอบครัวให้ช่วยกันป้องกันเพื่อดูแลเพื่อความปลอดภัย มากขึ้น เป็นบันทึกที่น่าสนใจมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ พิเชษฏ์
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาเล่าประสบการณ์ สมกับ ad โฆษณาที่บอกว่า ถึงเวลา ที่คนไทยต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน นะคะ
ตอนนี้ คนไทย ยังต้องสู้อยู่กับ โรคหลายโรคค่ะ มีข่าววันนี้ 04-09-2552

สภาพัฒน์รายงานภาวะสังคมไตรมาสสอง ชี้ปัญหาการว่างงานพ้นจากภาวะวิกฤตแล้ว การจ้างงานขยายตัวมากขึ้นในระดับที่น่าพอใจ แต่ห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ จากผลกระทบภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 ที่มีแนวโน้มเพิ่มและรุนแรงมากขึ้น
อย่าเพิ่งเลิก ใส่หน้ากาก เวลาอยู่ในที่ๆคนแออัดนะคะ เพื่อความปลอดภัย

สำหรับปัญหาสุขภาพของคนไทย พบว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทำให้โรคไข้เลือดออก และชิคุนกุนยา มีการแพร่ระบาดมากขึ้น และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
พบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาในไตรมาสสอง 21,357 ราย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสหนึ่งร้อยละ 58 ขณะที่ไข้เลือดออกก็พบผู้ป่วยในไตรมาสสองเพิ่มมากขึ้นกว่าไตรมาสแรก
ส่วนสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ช่วงไตรมาสสอง พบว่า คนไทยป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลมากถึง 21,119 คน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบลดลงจากไตรมาสแรกถึงร้อยละ 55.3 เพราะผู้ป่วยได้รับการรักษาก่อน

สวัสดีค่ะคุณ แสงแห่งความดี
ดีใจจริง ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ ขอบคุณสำหรับกาแฟค่ะ
พอดี มีคนใกล้ชิดเป็นโรคไข้หวัด 2009 นี้ ก็เลยเก็บมาเล่าค่ะ
จริงๆ ถ้าดูแลผู้ป่วยดีๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เว้นแต่ ไปหาหมอช้าไป และมีโรคประจำตัวด้วย พักผ่อนน้อย ไม่มีใครช่วยดูแล ก็จะหายช้าหน่อยค่ะ
ดีที่ีสุด คือทุกคนต้องดูแลตัวเอง เป็นเบื้องต้นก่อนนะคะ

สวัสดีค่ะคุณแสงดาว
ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ
บ้านไหนที่มีเด็ก และก็ไปโรงเรียนด้วย เราต้องช่วยกันดูแลมากเป็นพิเศษ  เพื่อความปลอดภัยให้มากขึ้น

ตอนนี้ ในกทม.ไข้หวัดซาลง  แต่ไป ลามต่างจังหวัด ระบาด 15 จังหวัดเหนือ-อีสาน  รัฐมีมาตรการป้องกันโรค ในกลุ่มนักเรียนมากที่สุด  บางแห่ง มีปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ ส่งผลเด็กไม่มีน้ำล้างมือ ทำให้การป้องกันโรคสะดุด
คงต้องพยายาม  หยุดการแพร่ระบาดในพื้นที่ชนบทให้ได้
เพราะช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ซึ่งเป็นช่วยปลายฝนต้นหนาว  จะมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่แล้ว 
พื้นที่ชนบทถือว่าสำคัญ  ถ้าระบาดมาก จะทำให้เกิดการระบาดระลอก 2 ในเขตเมืองได้อีก

ตอนนี้โชคดีที่ไม่ติดหวัดค่ะ...ว้าว อยากได้เสื้อป้องกันหวัด 2009 แสนเท่ห์ตัวนี้จังเลยค่ะ

 สวัสดีค่ะอาจารย์ naree suwan
เปิดบันทึกขึ้นมาเห็นอาจารย์ ดีใจ และตกใจนิดๆค่ะ แบบวา ไม่คาดฝันน่ะ ดีใจจังที่กลับมาที่โกทูโนอีกเหมือนเดิม
โชคดีแล้วค่ะ ที่ไม่ติดหวัด 2009นี้ อย่าให้เป็นเลย ดีที่สุดค่ะ รอวัคซีนก่อน
เสื้อป้องกันหวัดสีม่วงนี่ เขาเท่จริงๆนะคะ อยากได้สักตัวเหมือนกัน อิๆๆๆ

 ล่าสุด วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2552--องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า เชื้อไวรัส เอช 1 เอ็น 1 ที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ คร่าชีวิตคนแล้ว 2,837 คนทั่วโลกแต่ไม่ทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงกว่าเดิม
และยังไม่กลายพันธุ์  
แต่ที่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เพราะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าจับตาเชื้อไวรัสนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากกลายพันธุ์จะมีอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม 

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาอ่านบันทึกนี้ได้ความรู้ครบถ้วนสำหรับการป้องกันหวัด 2009 เลยค่ะ

สัปดาห์ที่แล้วน้องกลับจากการไปปฏิบัติธรรม มีอาการเป็นหวัดแต่ไม่รุนแรง มีน้ำมูกใส ๆ ไม่มีไข้ ปวดศีรษะเล็กน้อย แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงไปพบแพทย์ ให้ยาแก้ปวด ยาลดเสมหะ แต่ขอไม่ใช้ยาปฏิชีวนะค่ะ ถามคุณหมอว่าจะแพร่เชื้อกี่วัน เพราะมักจะคลุกคลีเล่นกับหลาน ๆ ทุกวัน ... คุณหมอไม่ได้ให้ความกระจ่าง แต่บอกว่าระวังอย่าแพร่เชื้อก็แล้วกัน ไปหาหน้งสือมาอ่านจึงทราบดังข้อมูลที่พี่ให้ค่ะ เพราะไข้หวัดนี้ จะแพร่เชื้อได้ ภายใน 1 วันก่อนที่ผู้ป่วย จะรู้ตัวว่าป่วย และยังแพร่ต่อได้อีก 7 วัน หลังจากที่รู้ตัวว่า ป่วยแล้ว

ขอบคุณมากค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

(^___^)

สวัสดีค่ะน้อง  คนไม่มีราก ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ สำหรับการไปปฏิบัติธรรม
แต่ได้ของแถมมา เป็นหวัดแต่ไม่รุนแรง ก็ไม่เป็นไรค่ะ อาจโดนฝน
เรื่องการถามแพทย์ บางที เราอาจได้คำตอบไม่กระจ่าง เพราะแพทย์งานมาก เวลาน้อย
บางที เราต้องไปหาหน้งสือมาอ่าน หรือค้นข้อมูลเองค่ะ

ไข้หวัดนี้ จะแพร่เชื้อได้ ภายใน 1 วันก่อนที่ผู้ป่วย จะรู้ตัวว่าป่วย และยังแพร่ต่อได้อีก 7 วัน หลังจากที่รู้ตัวว่า ป่วยแล้ว

วันนี้พี่  ยุ่งๆทั้งวัน พบปะผู้คนหลายคน สดชื่นดีเหมือนกัน การที่คนเรามีสังคม มีเพื่อนฝูง ทำให้จิตใจร่าเริงแจ่มใส ระบบภูมิคุ้มกันทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น ไม่ติดหวัดใครง่ายๆอีกต่างหาก
กาย-ใจ เป็นของคู่กันนะคะ 
การที่จะมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ติดไข้หวัด 2009ง่ายๆ ไม่ใช่เพียงแค่ การล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ หรือใส่หน้ากากอนามัยเท่านั้น ต้องมีสุขภาพจิตดีด้วยค่ะ

ไม่ใช่แต่ประเทศเรา ที่ South Korea ก็มีคนเป็นไข้หวัดนี้เช่นกัน มากกว่า4,000คน ส่วนใหญ่หายดี แต่ส่วนน้อยที่เสียชีวิต เพราะโรคแทรก
ทางรัฐบาล บอกว่า เขาจะพยายามหาวัคซีนมาฉีดให้คน10 million คน ที่มีภาวะเสี่ยงก่อน โดยด่วนค่ะ

ส่วนที่อเมริกา  ข่าวเมื่อ 24-08-2009 สำหรับฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ เป็นChallenging fallจริงๆ
มีการนำเสนอรายงานจาก President's Council of Advisors on Science and Technology (PCAST)
ประเมินความรุนแรงและการเตรียมพร้อมสำหรับ เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1เนื้อหาสาระน่าติดตามค่ะ

เมื่อ 2-3 วันก่อน ไปเห็นเขาขายหน้ากากอนามัย หลายชนิด เลยซื้อมาตุนไว้อีกอันหนึ่ง เป็นแบบ ผ้า
ได้ฟังว่า นายมานิต นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ขณะนี้สถานการณ์ของโรคอยู่ในช่วงที่เบาบางลง
และในภาพรวมประชาชนก็ตื่นตัวรับทราบข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการดูแลตัวเองและป้องกันโรค ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่จะต้องดูแลสุขภาวะและอนามัยของคนไทยทั้งประเทศด้วย

โดยขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขจะรณรงค์ให้ประชาชนใช้หน้ากากอนามัยที่เป็นผ้าให้มากขึ้น เพราะหน้ากากแบบกระดาษจะทำให้เป็นขยะ และยังมีปัญหาในเรื่องคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)กำหนดไว้

06-09-2009 ล่าสุด  มีนักศึกษาอย่างน้อย 2,000 คนที่ Washington State University มีอาการติดหวัดสายพันธ์ใหม่ H1N1 flu virus ซึ่งน่าจะเป็นการติดหวัดเชื้อนี้ ในสถานศึกษาที่มีจำนวนมากที่สุด แต่เกือบทั้งหมดกลับบ้านได้ ยกเว้น 2 คน ให้พักที่ร.พ. นอกนั้นมีอาการ เจ็บคอ มีไข้  104 degrees F ปวดเมื่อยตามตัว และไอ
ผู้ป่วยทุกคน ต้องหยุดอยู่บ้าน พักผ่อน กินยาลดไข้ จะไม่อนุญาตให้กลับมาเข้าเรียน จนกว่า จะไม่มีไข้ ต่อเนื่องกัน 24 ช.ม.แล้ว

 มีข้อมูล ของนักศึกษาที่นี่ด้วย ACHA Pandemic Influenza Surveillance
Influenza Like Illness (ILI) in Colleges and Universities

นอกจากนี้ รัฐบาลอเมริกัน ยังประกาศเตือน ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย ให้ระมัดระวังตัว เป็นพิเศษ ซึ่งได้แก่...

1.เด็กๆอายุ ต่ำกว่า 5 ปี
2.คนที่อายุ 65 ปีขึ้นไป
3.คน ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และได้รับการรักษาด้วยแอสไพรินมาเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงกับโรค Reye syndrome หลังจากการติดเชื้อหวัดชนิดนี้แล้ว
4.คน ที่ป่วยเป็นโรคหอบ หืด โรคปอด โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบประสาท โรคเกี่ยวกับตับ โรคเลือด โรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาท โรคเบาหวาน โรคกล้ามเนื้อ คนที่กินยากดภูมิต้านทานอยู่ และพนักงานที่ดูแลผู้ป่วยตามโรงพยาบาลและnursing homes

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มารับความรู้เพิ่มเติมค่ะ

ขอบคุณค่ะ จะได้ระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะพี่สาวคนโตของน้องอายุ 67 ปีค่อนข้างไม่แข็งแรงค่ะ

ส่งดอกสาละที่วัดในจังหวัดเลยมาให้พี่ชมค่ะ

(^___^)

ส่งมาใหม่ค่ะ

ตอนนี้เน็ตดาวน์ตลอดเลยค่ะ

สวัสดีค่ะน้อง  คนไม่มีราก

ดอกไม้ถ่ายใกล้ๆ ก็สวยไปอีกแบบนะคะ

เรื่องหวัด 2009 นี้ จริงๆ ก็ไม่แรงมากนักนะคะ แต่แพร่เร็ว ติดกันง่าย อันตรายสำหรับคนบางกลุ่ม ต้องดูแลดีๆ
พี่มี  บทความนี้มาฝากค่ะ อ่านได้ความรู้ดีค่ะ
หวัดใหญ่2009...ระบาดคลื่นลูกที่สอง....มีไหม??โดย น.พ.สวรรค์ กาญจนะ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลทุ่งสง
จาก การตรวจพบที่ทุ่งสง  กลุ่มเสี่ยงต่อการติดไข้หวัด 2009 คือกลุ่มคนอายุน้อย เด็ก นักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน กล่าวคือในคนไทย ทุ่งสงโมเดลพบ อายุน้อยกว่า๔๕ ปีลงมา ถึง๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เจอในกลุ่มผู้สูงอายุ มากกว่า ๖๕ ปี

ได้ดอกสาละ 2 รูปเลยค่ะ สวยดีค่ะ พอดี มีข่าวการแพร่กระจายของไข้หวัด 2009 ล่าสุด เลย นำมาเล่าต่อค่ะ

หัวหน้ากลุ่มระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 ลำปางเปิดเผยว่า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 ลำปาง
พบว่า...

ประชาชนป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทุกจังหวัด และมียอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสอดคล้องกับการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และพบว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ได้เริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นยอดที่เพิ่มสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา
หากเปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี และ จึงต้องมีการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ควบคู่กับโรคไข้หวัดใหญ่ไปด้วย
สำหรับ ผู้ป่วยที่พบในเขตภาคเหนือตอนบนที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กว่าร้อยละ 90 จะมีอาการเล็กน้อย ไม่รุนแรง ลักษณะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา
มีประมาณร้อยละ 5 - 10 ที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อน และระบบการหายใจล้มเหลว หายใจเองไม่ได้
นอกจากการเฝ้าระวังผู้ป่วยกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังต้องเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอีกด้วย เพราะอาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นชีวิตได้
ล่าสุดช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2552 นี้ จะต้องการเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพราะว่าทุกปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนดังกล่าว จะมีประชาชนป่วยเป็นไข้หวัดกันเป็นจำนวนมาก

สวัสดีค่ะ

มีคนแนะนำให้เข้ามาอ่าน ว่าป้องกันไข้หวัดอย่างไร และได้ข่าวว่าตอนนี้มีระลอก 2 ที่อเมริกา เลยรู้สึกว่ากลัว จึงมีคนแนะนำว่าเข้าไปอ่านในบันทึกนี้ จะมีรายละเอียดเยอะ และข้อมูลที่น่าสนใจมาก ต้องเข้าไปอ่านค่ะ จะได้ป้องกันให้ถูกวิธี ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ดีใจที่ให้ข้อมูลละเอียดดีค่ะ ป้องกันตัวเองไว้ก่อนน่าจะดีที่สุดค่ะ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมคนยากมากๆเพราะไม่ค่อยมีคนมาควบคุมจริงจังและคนมีนิสัยขี้เกียจ ชอบทำตามสบายค่ะ เวลาไปทานอาหารต้องขอช้อนกลางบ่อยๆค่ะ

มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะคะ

ขอบคุณค่ะ คุณ แพรวพรรณ ที่ให้กำลังใจค่ะ
อีกไม่นานจะมีวัคซีนออกมาใช้แล้ว ซึ่งวัคซีนนี้จะป้องกันเราจากเชื้อหวัดสายพันธุ์นี้ได้ ซึ่งทั่วโลกเชื่อว่า เชื้อนี้ยังจะอาละวาดอยู่ระหว่าง 2009-2010 แต่ถ้านานกว่า 2 ปีนี้ ไม่แน่ว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าไวรัสกลายพันธุ์ไปอีก อาจต้องมีวัคซีนใหม่อีก

สวัสดีค่ะคุณหมอ อัจฉรา เชาวะวณิช

ขอบคุณที่ชมค่ะ เป็นเพราะได้มีประสบการณ์ค่ะ การป้องกันตัวเองไว้ก่อนน่าจะดีที่สุด จริงๆค่ะ เห็นด้วยที่คุณหมอบอกว่า แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมคนยากมากๆเพราะไม่ค่อยมีคนมาควบคุมจริงจังและคนมีนิสัยขี้เกียจ ทุกคนชอบทำตามสบายค่ะ 
สำหรับเรื่องวัคซีน ได้อ่านพบค่ะ ดังข้อมูลต่อไปนี้ค่ะ...

 Currently Licensed Seasonal Influenza Vaccines
Although no vaccine is 100 percent effective in preventing disease, vaccination is the key to flu prevention.

The 2009-2010 seasonal influenza vaccine is available for use in the United States and through six brand names and manufacturers:
• Afluria, by CSL Limited
• Fluarix, by GlaxoSmithKline Biologicals
• FluLaval, by ID Biomedical Corp of Quebec.
• Fluvirin, by Novartis Vaccines and Diagnostics Limited
• Fluzone, by Sanofi Pasteur Inc.
• FluMist, by MedImmune, LLC
The vaccine for 2009-2010 seasonal influenza contains the following:
• an A/Brisbane/59/2007 (H1N1)-like virus
• an A/Brisbane/10/2007 (H3N2)-like virus
• a B/Brisbane/60/2008-like virus

มาเยี่ยมบ้านใหม่คุณพี่หญิงใหญ่ค่ะ ข้อมูลคับแก้วเช่นเคยนะคะ

ต้องขออนุญาติให้พี่ศศินันท์เป็นคุณพี่หญิงใหญ่นะคะ

ปูพบเจอการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จนงงตัวเองแล้วค่ะตอนนี้

มาสร้างนิสัยดีๆ ให้ตนเอง ... อ่านความรู้ใหม่ๆ ค่ะ ที่ออฟฟิศมีน้องเค้าเป็นด้วยค่ะ

แต่ตอนนี้หายแล้ว ... อิ่มอร่อยมื้อเย็นกับเมนูสุขภาพ ท่ามกลางสวนสวยเจ้าค่ะ

 

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ กว่าจะได้มาสวัสดีกันถึงที่ใช้เวลายาวนานเลยค่ะ แต่ความระลึกถึงนั้นมีส่งมาอยู่เสมอๆนะคะ

วันนี้พี่  ยุ่งๆทั้งวัน พบปะผู้คนหลายคน สดชื่นดีเหมือนกัน การที่คนเรามีสังคม มีเพื่อนฝูง ทำให้จิตใจร่าเริงแจ่มใส ระบบภูมิคุ้มกันทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น ไม่ติดหวัดใครง่ายๆอีกต่างหาก
กาย-ใจ เป็นของคู่กันนะคะ 
การที่จะมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่ติดไข้หวัด 2009ง่ายๆ ไม่ใช่เพียงแค่ การล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ หรือใส่หน้ากากอนามัยเท่านั้น ต้องมีสุขภาพจิตดีด้วยค่ะ

ตรงใจมากค่ะ โรคปัจจุบันนี้มีแปลกๆมากขึ้น แพร่กระจายอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก หากเราไม่คิดถึงสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทั้งกายและใจ ชีวิตก็จะมีแต่ความกลัว ความวิตกกังวล คุณพี่เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมมากค่ะ ทั้งวิธีการปฏิบัติและวิธีคิด

ชอบเสื้อนายแบบ เขาเข้าใจออกแบบจริงๆค่ะ

ตามพี่นุชมาอ่าน นาน ๆ ได้เข้า

ยังเพียบด้วยความรู้ค่ะ พี่ศศิ

 

ขอบคุณบันทึกนี้จริง ๆ ค่ะ

คิดถึงนะคะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาส่งความระลึกถึงค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณpoo

ได้รับสมญานามเป็น พี่หญิงใหญ่ ไปแล้ว อิๆๆๆ ยังไงก็ได้ค่ะ ชอบหมดค่ะ
ในเรื่องของไข้หวัด ช่วงต่อไป เราก็รอวัคซีนต่อไป
ตอน นี้ ล่าสุด 13-09-2552 องค์การเภสัชกรรมเลื่อนไปการทดลองวัคซีนที่จะฉีดให้อาสาสมัคร 24 คน ไปเป็นอีกค่ะ ให้แน่ใจว่า ได้คัดเลือกอาสาสมัครที่แข็งแรงจริงๆ ไม่เกี่ยวกับที่มีการทดลองกับหนู แล้วหนูเป็นฝีในปอด
ส่วนที่ประเทศใกล้เคียงกับเรา
ที่ฮ่องกง พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายใหม่อีก 625 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงวันเสาร์12-09-2552 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 16,989 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้หญิง 296 ราย และผู้ชาย 329 รายค่ะ คือสรุป ไข้หวัด 2009 นี้ยังมีระบาดกันอยู่ค่ะ เราก็ยังต้องระวังนะคะ

สวัสดีค่ะอาจารย์คุณนายดอกเตอร์ คิดถึงอาจารย์มากค่ะ
ปกติ พี่จะยุ่งๆบ้าง ไม่ยุ่งบ้าง มีพบปะผู้คนหลายคนบ่อยๆ สดชื่นดีค่ะ การที่คนเรามีสังคม มีเพื่อนฝูง ทำให้จิตใจร่าเริงแจ่มใสจริงๆค่ะ  ระบบภูมิคุ้มกันทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น  พี่ไม่ค่อยเป็นหวัด แม้โดนฝนเข้าไปเต็มๆก็ยังรอดมาได้หลายครั้งแล้วในช่วงนี้ แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาดค่ะ

Bloomberg เสนอข่าวจากวารสาร New England Journal of Medicine September 10, 2009 บอกว่า กว่า 95% ของผู้ป่วย 240 คนที่ได้รับวัคซีน 1 ครั้งจะมีภูมิคุ้มกันโรคดังกล่าวในช่วง 3 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระดับโลกคาดการณ์ว่า บุคคลทั่วไปจำเป็นต้องได้รับวัคซีน 2 ครั้ง หลังจากได้รับวัคซีนครั้งแรกไปแล้ว 3 สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายยังไม่คุ้นกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในตอนแรก

 แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการประจำสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติเปิดเผยว่า "ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีเพราะวัคซีนดังกล่าวสามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ดี ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานการป้องกันเชื้อไวรัสนั้นคือ 21 วัน แต่หลังจากที่เรานำเลือดไปทดลองก็พบว่า ร่างกายจะตอบสนองต่อวัคซีนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนในช่วง 8-10 วัน
ศูนย์ป้องกันและควบคุมเชื้อโรคของสหรัฐระบุว่า ขณะนี้เชื้อไวรัส H1N1 ชนิด A ได้แพร่ระบาดไปแล้ว 177 ประเทศในเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่เริ่มการระบาดในประเทศเม็กซิโก ขณะที่ประชาชนในเมืองนิวยอร์กเมืองเดียวติดเชื้อไปแล้วกว่า 1 ล้านคน
แอน เคลโซ ผู้อำนวยการประจำศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า "วัคซีนดังกล่าวจะช่วยสกัดและลดผลกระทบจากการระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทดลองนี้สอดคล้องกับผลการทดลองวัคซีนของจีนด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงมีความหวังว่า หลายประเทศจะสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพนี้ได้ในอนาคต"

สวัสดี พี่sasinad ก่อนอาหารมื้อเที่ยง ครับ

ตอนนี้...ผมตามหากัลยาณมิตร ได้เพิ่ม 1 หนึ่งท่าน ที่อนุทินนี้

พี่ sasinad สบายดี นะครับ

 

สวัสดีค่ะคุณหมอภูสุภา
กลับจากญี่ปุ่นแล้ว คงยุ่งกับการมาสะสางงานนะคะ เลยไม่ค่อยได้เข้ามาที่โกทูโนเท่าไรเลย
เรื่องการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เมดอินไทยแลนด์ เป็นเรื่องละเอียดและซับซ้อนมากนะคะ ต้องระมัดระวังไม่ให้มีส่วนผสมของเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์ จนร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ได้ หรือกลายพันธุ์ จนทำให้เกิดอาการไม่พึงปรารถนาอย่างอื่นในร่างกายมนุษย์
อ่านพบว่า พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ที่มีประสบการณ์ทำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสไข้หวัดใหญ่ ที่มีเพียงไม่กี่คนในประเทศไทย
พญ.อรุณีได้รับมอบหมายให้ถอดรหัสพันธุกรรม "ไวรัสตั้งต้น" และ "ไวรัสวัคซีน" ที่ได้จากห้องทดลองวัคซีนขององค์การเภสัชกรรมค่ะ

ในเรื่องยาสมุนไพรฟ้ทะลายโจรก็เช่นกัน  พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ นักวิจัยภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากการที่ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ส่งสมุนไพรฟ้าทลายโจร มาทดสอบเรื่องการออกฤทธิ์ในการต้านไวรัส H1N1

ผลการทดสอบในหลอดทดลองที่มีเชื้อไวรัสตัวนี้ ในปริมาณเท่ากัน ปรากฏว่า ในหลอดทดลองที่ใส่ฟ้าทลายโจรลงไปนั้นเมื่อเวลาผ่านไป หลอดที่ใส่ฟ้าทลายโจรลงไปจะมีไวรัสเหลืออยู่น้อยกว่าหลอดที่ไม่ใส่ แต่เป็นเพียงผลเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปออกมาชัดเจน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และต่อจากนี้ก็จะทำการทดลองเพิ่มเติมเพื่อหากลไกการออกฤทธิ์ของสารในสมุนไพรชนิดนี้

สวัสดีค่ะน้องคนไม่มีราก มาพร้อมกับดอกไม้สวยๆตามเคยนะคะ พี่ชอบมาก ขอบคุณค่ะ

เนื่องจากครอบครัวพี่ มีเด็กและผู้สูงวัย ดังนั้นเรื่องวัคซีน จะเป็นเรื่องที่พี่ให้ความสนใจค่ะ ติดตามความคืบหน้า ข้อดี ข้อเสีย เพราะก็มีข่าวหลายกระแสว่า อาจไม่คุ้มที่จะฉีดสำหรับผู้ใหญ่ที่แข็งแรงดีปกติ ขั้น ตอนการผลิต "วัคซีน" ไข้หวัดใหญ่แต่ละสายพันธุ์เฉลี่ยใช้เวลา 2-3 ปี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างละเอียด 3 ขั้นตอน คือ การทดลองในห้องแล็บ การทดลองในสัตว์ และการทดลองในมนุษย์ แต่สำหรับวัคซีน "ไข้หวัดใหญ่ 2009 เอช 1 เอ็น 1" (2009 H1N1flu) คงรอนานไม่ได้แล้ว แต่การทดลองในมนุษย์ยังเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ

ปกติ พี่เองและครอบครัว ไม่ประมาทค่ะ แม้ไข้หวัดใหญ่ 2009  จะเหมือนไข้หวัดธรรมดาๆ สามารถรักษาให้หายเองได้ ยกเว้นคนที่มีโรคประจำตัวบางโรคที่ต้องรับยาขนานใหญ่ พี่เตือนให้ทุกคน  ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สร้างสุขนิสัยในการป้องกันโรค เน้นกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และใช้หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอ
สำหรับผู้ที่ทำงานออฟฟิศพี่ ก็เตือนให้เขาหมั่นทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, ราวบันได, ปุ่มกดลิฟต์, ลูกบิดประตู ด้วยแอลกอฮอลล์ เป็นประจำ เป็นการป้องกันการติดเชื้ออีกทางหนึ่งค่ะ

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
ขอบคุณมากค่ะ ที่เข้ามาให้กำลังใจพี่อยู่เป็นครั้งคราว

เรื่องวัคซีนของไทยนี่  ตอนนี้เลื่อนไปการทดลองไปอีกหน่อยแล้วนะคะ

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ทาง อภ.และคณะทำงานทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เลื่อน การทดลองวัคซีนด้วยเชื้อที่เก็บได้จากไข่ล๊อตแรก ฉีดให้อาสาสมัคร 24 คนแรก เป็นวันที่ 24 กันยายนนี้ จากเดิมที่กำหนด วันที่ 21 กันยายน โดย ยืนยันว่า การเลื่อนการทดลองไม่ได้มาจากการพบฝีในปอดของหนูทดลองบางตัวหลังได้รับการ ฉีดเชื้อ แต่ต้องใช้เวลาคัดเลือกอาสาสมัคร ให้แน่ใจว่าแต่ละคนแข็งแรง และเหมาะที่จะเป็นผู้ทดลองวัคซีนใหม่นี้

สำหรับฝีที่เกิดในหนูทดลอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อประมวลผลว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่และอันตรายแก่คนที่เป็นอาสาสมัครทดลองแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการพบฝีลักษณะดังกล่าวมาแล้วในประเทศอื่นที่มีการ ทดลอง และจะพบเฉพาะในสัตว์ที่ไม่แข็งแรงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังการทดลองรอบแรกแล้ว อภ.จะเดินหน้าทดลองรอบ 2 อีกครั้ง ในเดือนตุลาคม โดยจะเพิ่มจำนวนอาสาสมัคร เป็น 400 คน-ค่ะ
ก็เป็นการติดตามข่าวของพี่ค่ะ เพราะเราจะต้องให้เด็กๆฉีดก่อนแน่นอนค่ะ

รู้สึกเป็นห่วงพวกอาสาสมัครเหมือนกัน เลยไปค้นดูก็ทราบว่า...

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นัก วิจัยด้านไวรัสวิทยาและวัคซีน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) อธิบายเพิ่มเติมว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครทดลองวัคซีนต่างๆ จะได้รับข้อมูลอย่างละเอียดว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และต้องเซ็นชื่อยอมรับเงื่อนไขตามที่กำหนดด้วย

ส่วน คำถามว่าอาสาสมัครวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 มีความเสี่ยงอันตรายอะไรบ้างนั้น คำตอบคือ...เชื้อไวรัสที่นำมาทำเป็นวัคซีนชนิดเป็น หรือวัคซีนที่ต้องใช้พ่นผ่านจมูกเข้าร่างกาย จะถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลงจนไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ไม่ทำให้เสียชีวิตอย่างแน่นอน
แต่การทดลองทุกอย่างก็อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้
"ใน กรณีนี้หากวิเคราะห์ความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดในร่างกายอาสาสมัครก็คงมี 2 ขั้น คือ ขั้นไม่ร้ายแรง เกิดจากการแพ้โปรตีนหรือแพ้สารเคมีในวัคซีน ร่างกายจะมีปฏิกิริยาเป็นผดผื่น บางรายอาจท้องเสียหรืออาเจียน

 ส่วน ขั้นร้ายแรงก็คือเชื้อไวรัสในวัคซีนเติบโตผิดปกติ กลายเป็นไวรัสร้ายทำให้อาสาสมัครป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 หากแพทย์ที่ดูแลโครงการทดลองให้ยาต้านไวรัสในทันที ก็จะเหมือนคนเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั่วไป"

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

น้องมาอ่านอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ค่ะ

สำหรับความเป็นห่วงอาสาสมัครนั้น น้องคิดเองว่า ไม่น่ารุนแรงค่ะ เพราะอาสาสมัครจะถูกคัดมาแล้วว่าเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงดี  โอกาสที่จะติดเชื้อขั้นรุนแรงคงมีน้อยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลค่ะ

(^___^)

ส่งภาพนี้มาให้พี่พักสายตาค่ะ

 

สวัสดีค่ะน้อง คนไม่มีราก
ที่ไหนคะนี่ ร่มรื่นจังเลยค่ะ พี่ชอบมากๆบรรยากาศแบบนี้ แค่มองก็มีความสุขสดชื่นแล้วนะคะ
พี่มีข่าวup date จาก WHO อีกนิดหน่อย ล่าสุดๆนี้ เขาบอกว่า ใน Tropical regions of South and Southeast Asia ยังมีการระบาดอยู่ เช่นที่ India, Bangladesh, Myanmar, Thailand, Cambodia, Sri Lanka, and Indonesia
แต่ก็มีบางประเทศ ไม่มาก เช่น Thailand and Brunei Darussalam ที่การระบาดเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้วค่ะ
เป็นข่าวดี  ถ้าเราไม่เชื่อรัฐบาลบอก เราก็ควรเชื่อหน่วยงานที่เป็นกลางอย่างนี้นะคะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ภาพนี้เป็นด้านข้างของคณะครุศาสตร์ จุฬา ฯ ทางจะไปหอสมุดกลางค่ะ

เป็นวันหยุดที่เงียบสงบค่ะ

ขอบคุณข้อมูลล่าสุดค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

(^___^)

คุณพี่ศศิฯเขียนบันทึกนานๆที แต่เขียนทีไรก็เป็นบันทึกคุณภาพทุกครั้งจริงๆค่ะ ชื่นชมมากๆ และขอตามมาขอบคุณสำหรับ"อนุทิน"ของพี่ที่ติดตามเป็นแฟนประจำทุกวันแบบไม่ได้ส่งเสียงเลยค่ะ

มารับความรู้เพื่อนำไปบอกต่อครับผม ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะน้องคนไม่มีราก

อ๋อ จำได้แล้วค่ะ เหมือนเคยเห็น แต่ไม่แน่ใจ ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯนี่เอง
ในเรื่องของไข้หวัด  พี่ว่า ในช่วง 2 เดือนหน้า คือ ตุลาคมและพฤศจิกายน จะเป็นช่วงปิดภาคเรียนและมีเทศกาลงานบุญสำคัญ เช่น ทอดกฐิน แข่งเรือ ลอยกระทง จะมีกลุ่มคนเดินทางไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้นะคะ
พี่ไปสำรวจข่าวคราวดู   เห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมการแล้วค่ะ

โดยจะขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้ดูแลรถโดยสารสาธารณะให้หมั่นทำความสะอาดราวจับในรถโดยสาร ที่จับบริเวณประตู เบาะที่นั่ง โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หรือน้ำผสมผงซักฟอก และในเวลาหยุดพัก ควรเปิดม่านให้แสงแดดส่องเข้ามาได้ และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
หากผู้ขับขี่และพนักงานประจำรถโดยสารสาธารณะ มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย ขอให้ลาหยุดงาน และพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 7 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ
หากหายป่วยเร็วกว่านี้ จะต้องรอจนกว่าจะหายเป็นปกติไปแล้ว 24 ชั่วโมง
จึงกลับมาทำงาน แต่หากภายใน 2 วัน อาการยังไม่ดีขึ้น เช่น กินยาลดไข้แล้วแต่ยังมีไข้สูง กินอาหารไม่ได้ ไอมาก เจ็บหน้าอก อาเจียนมาก ท้องเสีย หายใจเหนื่อย หอบ ขอให้สวมหน้ากากอนามัย และไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

และยังขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับ บริการผู้โดยสาร เช่น หน้ากากอนามัย
พี่ก็ว่า ทางราชการเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ เอาจริงเอาจังเหมือนกัน

สวัสดีค่ะคุณโอ๋-อโณ
ขอบ คุณค่ะที่ให้กำลังใจ ดีใจที่สุดค่ะ

พี่ไม่ค่อยมีเวลาต่อเนื่องนานพอสำหรับการเขียนบันทึกเท่าใด  แต่มีเวลาพอสำหรับการเขียนอนุทิน ที่เขียนสั้นๆ สดๆ ทันทีทันใดได้เลย ไม่ต้องคิดมาก เลยเขียนบ่อยหน่อยค่ะ
เรื่องที่มีคนสงสัยกันว่า ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่นี้แล้ว  หายไข้แล้ว จริงๆควรพักกี่วันจึงจะไม่นำเชื้อไปติดใครอีก

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) ที่หายไข้แล้วว่าควรพักผ่อนอีก 1 วัน ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไปสู่บุคคลอื่น

แต่ล่า สุด ผลการวิจัย 2 ชิ้น ที่จัดทำในแคนาดาและในสิงคโปร์ สรุปตรงกันว่า ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ราวร้อยละ 19-30 จะยังสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้อีกถึง 8 วัน หรือ มากกว่านั้น หลังจากที่หายป่วยแล้ว

ผลการวิจัยของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ ในเมืองควิเบกของแคนาดา ระบุว่า คนไข้ 8 คน จากทั้งหมด 43 คน หรือร้อยละ 19 ยังคงมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวน และทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้อีก หลังจาก ที่คนไข้กลุ่มนี้หายป่วยแล้ว เป็นเวลา 8 วัน แต่หลังจากผ่านไป 10 วันแล้ว จึงจะไม่พบว่ามีไวรัสอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยเหล่านี้อีกค่ะ
สรุปว่า หายไข้แล้ว 24 ช.ม.ก็ยังไว้ใจไม่ได้นะคะ

สวัสดีค่ะคุณบวร
ยินดีมากที่คุณบวรเข้ามาอ่านค่ะ
ดิฉัน เองไม่ค่อยเป็นหวัดนัก ถ้าจะมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ก็มักจะใช้อาหารเข้าช่วยให้หายเร็วขึ้นค่ะ เช่นกินผลไม้พวก ฝรั่ง มะละกอ แคนตาลูป มะม่วง มะนาว ส้ม และจะรีบกินพวกซุปไก่ค่ะ

ข้อมูลจากหนังสือ  ทำอย่างไร ไม่ติดไข้หวัดใหญ่ 2009  จากนายแพทย์ ศรัญญู ชูศรีอธิบายว่า..
.
พราะในไก่ จะมีกรดอะมิโนธรรมชาติอย่างหนึ่งเรียกว่า ซิสเทอิน Cysteine ( เป็นกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ก็ใช้ในการสังเคราะห์โปรตีน  Cysteine เป็นกรดอะมิโน มีบทบาทในการสังเคราะห์กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านออกซิเดชั่นที่ทรงพลัง ในทุกเซลล์ของร่างกาย ทำให้โปรตีนต่างๆ กลับเข้าสู่โครงสร้างที่ถูกต้อง )
และยังมีสูตรโครงสร้างที่คล้ายกับยาขับเสมหะชนิดหนึ่งที่แพทย์นิยมจ่ายให้คนไข้
และจากการวิจัยของ  ดร.สตีเฟน เรนนาร์ด หัวหน้าแผนกโรคปอดแห่งมหาวิทยาลัยเนบราสก้า สหรัฐอเมริกา
ก็เคยกล่าวถึงว่า ซุปไก่ช่วยยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาว นิวโตรฟิลด์ไม่ให้เดินทางไปที่เนื้อเยื่อปอด ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบและการไอของคนไข้ได้..

มีข่าวล่าสุดเรื่องวัคซีนของประเทศไทยดังนี้ค่ะ-18-09-2552
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่า
คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้สรุปกลุ่มประชากรที่จะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อตายจากบริษัท ซาโนฟี ปาสเตอร์ จำกัด จำนวน 2 ล้านโดส ตามลำดับความสำคัญ 5 กลุ่ม
ได้แก่ 1.กลุ่มบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วย อาทิ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ 3-4 แสนคน
2.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 3 เดือนขึ้นไป ประมาณ 500,000 คน
3.กลุ่มผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน น้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีดัชนีมวลกายเกินมากๆ ซึ่งในรายละเอียดจะหารือกันอีกครั้ง ประมาณ 1-2 แสนคน
4.กลุ่มผู้พิการทางสติปัญญา และ
5.กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อาทิ โรคตับ ไตวาย หัวใจ ปอด หอบหืด ฯลฯ

โดยทั้ง 5 กลุ่มเสี่ยง มีทั้งสิ้น 5 ล้านคน 

ผมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ของนิสิตไปว่า...
แปรวิกฤตเป็นโอกาส...สร้างนิสัยการล้างมือให้คนไทยไปในตัว, รณรงค์ไม่ใช้ลิฟท์-แอร์...ไม่เข้าเธคผับ...กันสักยกใหญ่ๆ..

ปลายฝนต้นหนาว..คือระลอก 2 ที่ต้องรับมือกันให้หนัก  โดยเฉพาพื้นที่ในภูมิภาค และสถานศึกษา หรือชุมชนที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน

...

ผมแวะมาเยี่ยมในเวลาอันจำกัด...
สุขกาย สบายใจ นะครับ

 

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาตามอ่านเพิ่มพูนความรู้ค่ะ

เรื่องซุปไก่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นนี้...คนจีนจะมีความรู้ในส่วนนี้มากนานมากเลยค่ะ

ตอนเด็ก ๆ น้องไม่ค่อยแข็งแรง ป่วยบ่อย แม่จะตุ่นไก่ดำกับยาจีน ให้ดื่มแต่น้ำซุปค่ะ ส่วนเนื้อไก่นั้นพี่ชายทานแทน และแม่บอกว่า ของมีประโยชน์จะอยู่ที่น้ำซุป ส่วนเนื้อไก่น่ะเป็นแค่กากเท่านั้นค่ะ

พี่สบายดีนะคะ ไปเที่ยวมาสนุกไหมคะ

(^___^)

สวัสดี ครับ พี่sasinad

วันนี้ มาติดตาม องค์ความรู้ที่มีชีวิต ครับ

....

....

ด้วยความระลึกถึง ครับ

 

 

สวัสดีค่ะคุณพนัสแผ่นดิน

กำลังนึกถึงทีเดียวนะคะ ว่าเราไม่ได้คุยกันนานแล้ว เขาเรียกว่า กฎของแรงดึงดูด : ความคิดของเรามักดึงดูดสิ่งที่เราคิดอยู่ตลอดเวลา อิๆๆๆ สบายดีนะคะ พีก็สบายดีค่ะ

ในเรื่องของการสร้างนิสัย พี่สร้างนิสัยให้คนในครอบครัวและในที่ทำงาน สำเร็จค่ะ เขาจะชินต่อการล้างมือ รักษาความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ กินร้อน ช้อนกลาง และใช้หน้ากากอนามัยคาดเวลาไปในที่ๆคนแออัดหรือ  ถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองไม่สบายเป็นต้น

มีข่าวล่าสุด 20-09-2552 ว่า นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวว่าจากการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เห็นควรให้มีการเลื่อนการทดลองวัคซีนในคนออกไปอีก 2 สัปดาห์ จากเดิมที่กำหนดให้มีการทดลองในคนวันที่ 24 ก.ย.นี้ เป็นวันที่ 5 ต.ค. 2552
เนื่องจาก 1. ยังไม่ได้รับข้อมูลการสร้างและกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลอง จึงต้องการรอจนกว่าจะได้ผล
2. รอผลการตรวจหาการปนเปื้อนของวัคซีนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน เนื่องจากต้องรอตัวอย่างเซลล์ในสัตว์ 3 ชนิด คือ ไก่ กระต่าย และลิง มาเปรียบเทียบ

และ 3. ต้องการรอผลการทดลองในคนเบื้องต้นของรัสเซียที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา
นพ.วิชัย กล่าวว่า ส่วนความปลอดภัยในวัคซีนหลังจากทดลองในหนูแล้ว พบว่ามีฝีในปอดเกิดขึ้น   ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การเกิดฝีในปอดของหนูไม่ได้เกิดจากวัคซีน และในส่วนของความคืบหน้าการคัดกรองอาสาสมัครร่วมทดลองวัคซีนนั้น ขณะนี้ได้จำนวนอาสาสมัครทั้งสิ้น 40 รายแล้ว
และผลการตรวจเลือดก็ออก แล้ว จำนวน 20 ราย เหลือผลเลือดอีก 20 รายจะทยอยออก อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าการเลื่อนการทดลองวัคซีนในคนจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำหนดการผลิต วัคซีนให้แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้.-
ค่ะ พวกเราก็คงต้องรอกันต่อไป  คงจะใจร้อนคงไม่ได้นะคะ ควรดูแลตัวเองและคนใกล้ชิด กันให้ดี เป็นเบื้องต้นเลยค่ะ

สวัสดีค่ะน้องคนไม่มีราก

พี่พาเด็กๆไปเที่ยวหลายแห่งเลย ทางภาคตะวันออก สนุกมากค่ะ พาไปดูชีวิตสัตว์ ให้อาหารเขาและดูโชว์สัตว์ต่างๆด้วย และยังไปที่อื่นๆด้วย 4-5 แห่งค่ะ เรียกว่าถึงค่ำมืดเลย เป็นtrip ทัศนศึกษาค่ะ

เรื่องซุปไก่...คนจีนจะมีความรู้ ในส่วนนี้มากนานมากเลยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตุ๋นไก่ดำกับยาจีน ให้ดื่มแต่น้ำซุปค่ะ  ซึ่งประโยชน์อยู่ที่น้ำจริงๆค่ะ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยืนยันแล้ว แต่เรื่องไก่ธรรมดาหรือไก่ดำ จะมีความแตกต่างหรือไม่  คงต้องหาอ่านดูอีกทีค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง นอกจากผลไม้ คือนมเปรี้ยวค่ะ เนื่องจากมีเชื้อแลคโตบาซิลัส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้นได้
จากข้อมูลของ นพ.ศรัญญู ชูศรี บอกว่า มีการวิจัยของ ดร.จอร์จ ฮาร์เฟิร์น มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียว่า
การกินโยเกิร์ต 4 ครั้ง/วัน ทำให้ระดับสารแกมม่าอินเตอร์ฟิรอน หรือภูมิคุ้มกันในร่างกายสูงขึ้น เพิ่มขึ้น 5 เท่าและยังช่วยในเรื่อง โรคหวัด ภูมิแพ้ด้วยค่ะ โดยจะเป็นหวัดน้อยลง 25% แต่ไม่ได้บอกว่า ครั้งละปริมาณเท่าใด จริงหรือไม่จริง ต้องลองนะคะ

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
คุณเป็นคนมีปิยะวาจาจริงๆนะคะ พูดให้กำลังใจพี่ดีมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ
เคยอ่านพบจากที่ใดที่หนึ่งว่า
  ....
คนเราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวในโลกได้ หมั่นทำดีกับคนรอบข้างแล้วความสุขก็จะมาหาเราเอง

เห็นคุณชอบดื่มกาแฟ แล้ว ชาล่ะ ชอบดื่มไหมคะ ชาเปปเปอร์มินต์ มีสารเมนทอล ที่จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลได้นะคะ เขามีเคล็ดลับคือ เวลาชงชา ต้องปิดฝาภาชนะไว้ในขณะแช่ชา เพื่อมิให้สารเมนทอลระเหยหายไปก่อนที่เราจะได้กลิ่นและได้ดื่มค่ะ

ขอบคุณ พี่sasinad ครับ

กำลังดื่มกาแฟและอ่านบันทึกที่อยากอ่านอยู่พอดี ครับ ....เสียดายมาก ครับ ที่มีเวลาเฉพาะช่วงพัก กับช่วง break จึงได้อ่าน บันทึกต่าง ๆ น้อยมาก

ขอบพระคุณ มาก ครับ กับ ชาเปปเปอร์มินต์  จะลองหามาชิมดู ครับ

ถ้ารู้สึกดี....คงอาจหามาดื่ม บ่อย ๆ

ปล. ผมมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง ครับ คือ การกลัวเข็มเป็นชีวิตจิตใจ ทุกวันนี้เลี่ยงการตรวจสุขภาพประจำปีของหน่วยงานมา หลายปีทีเดียว เป็นสิ่งที่รู้ว่าไม่ดี แต่ก็เลี่ยงอยู่ทุกครั้ง

คุณแสงแห่งความดี คะ
พอดีไปอ่านพบเรื่อง โยเกิร์ต : อาหารดีมีคุณค่า
ขอมาเพิ่มเติมให้ด้วยค่ะ จากที่เล่าให้น้อง คนไม่มีราก ฟังว่า โยเกิร์ตช่วยทำให้เป็นหวัดน้อยลงค่ะ
จุลินทรีย์สุขภาพในโยเกิร์ต ยังสร้างสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย

ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไปมีสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งจะถูกย่อยในสภาวะแตกต่าง
ถ้าเป็นโปรตีนหากถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคจะเกิดเป็นสารพิษซึ่ง ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆขึ้นได้
ไขมันหากย่อยไม่หมดและถูกย่อยต่อด้วยจุลินทรีย์อื่นที่ไม่ใช่จุลินทรีย์ สุขภาพ จะทำให้เซลล์ลำไส้ถูกกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้
มีเพียงสารคาร์โบไฮเดรตเท่านั้นที่เมื่อผ่านไปถึงลำไส้ใหญ่ จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์สุขภาพ เกิดกรดแลกติกและสารที่เกิดเป็นพลังงานแก่ลำไส้ รวมทั้งสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาด้วย

ทำไมท่านเขียนเก่งจังเลยคะ..ป้าเหมียวอ่านซะเพลีย..สุดยอดนักวิชาการเลย ตัวจริงเสียงจริง

สวัสดีค่ะคุณป้าเหมียว
ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ อ่านแล้วยิ้มและขอบอกด้วยใจจริงค่ะว่า ไม่ค่อยรู้อะไรมาก เลยชอบอ่าน ชอบศึกษาและมาเล่าสู่กันฟังน่ะค่ะ

เรื่องวัคซีนไข้หวัด ก็มีข่าวคืบหน้ามานะคะว่า...สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นใจดี ประกาศให้ความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่   โดยจะช่วยให้ประชาชนที่ต้องทำงานด้านสาธารณสุขและผู้ป่วยที่ อาจจะมีอาการป่วยรุนแรงในประเทศกำลังพัฒนาได้รับวัคซีน เพราะประชาชนในกลุ่มประเทศเหล่านี้อาจจะไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ โดยญี่ปุ่นจะให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009นี้ค่ะ
ส่วน ทางจีน นายเฉิน ชู รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจีนเปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผลิตขึ้นเองในประเทศแก่กลุ่มเป้าหมายชุดแรกจำนวนมากนั้น ไม่มีการรายงานเรื่องผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีดวัคซีนครั้งนี้แต่อย่างใด หลังจากที่การฉีดวัคซีนล็อตแรกนั้น พบผู้ที่มีอาการข้างเคียง 14 ราย จากทั้งหมด 39,000 ราย

ปัจจุบัน จีนกำลังให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซุนแก่กลุ่มเสี่ยง เช่น นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และผู้ป่วยเรื้อรัง ด้วย เหตุนี้จีนจึงหาทางรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นด้วยการจัดตั้งระบบดูแล โดยจะมีการระงับการฉีดวัคซีนในหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นทันที หากพบผู้ป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิตในพื้นที่ หรือพบผู้ที่อาการข้างเคียงอย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีน
นับจากยอดสะสม ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นมา มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ในจีนแล้ว 15,900 ราย และหายดีแล้วประมาณ 71.8% โดยไม่มีการรายงานถึงผู้เสียชีวิตแต่อย่างใดค่ะ
คงมีผู้เสียชีวิต แต่ไม่รายงานค่ะ

04-10-2009 ออสเตรเลียได้เริ่มฉีด วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้กับประชาชนในวันนี้ โดยได้มีการกระจายวัคซีน 5.5 ล้านโดสไปทั่วประเทศ

วัคซีนดัง กล่าวผลิตโดยบริษัท ซีเอสแอล ตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลออสเตรเลียที่สั่งไว้ 21 ล้านโดส ซึ่งการฉีดวัคซีนครั้งนี้จะมีการให้บริการที่โรงพยาบาล ศูนย์กลางสาธารณสุขชุมชน และคลินิคทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

Clinical trials show the new H1N1 swine flu vaccine protects with only one dose

อภ.จะ เลื่อนการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในคนออกไปอีก
หลังจากตรวจพบว่าปริมาณเชื้อไวรัสในวัคซีนที่ต้องการให้ไปกระตุ้นภูมิคุ้ม กันในร่างกายยังไม่เสถียร เกิดการเปลี่ยนแปลงและปริมาณเชื้อไวรัสลดลง สาเหตุที่ปริมาณไวรัสในวัคซีนไม่เสถียรน่าจะมาจากการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ ไม่เหมาะสม โดยวัคซีนที่เตรียมทดลองในคนในวันที่ 9 ต.ค.นี้ จัดเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิที่ปริมาณเชื้อไวรัสจะไม่เปลี่ยนแปลงควรจับเก็บอยู่ที่ลบ 80 องศาเซลเซียส

 เรื่องวัคซีนใหม่ๆนี่ ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย  เรายังไม่ควรน่ารีบฉีด และต่อไปอาจมี วัคซีนจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งแพงกว่า ให้คนเลือกฉีด แบบวัคซีนหลายๆอย่างที่มีอยู่ แต่มักมีราคาแพงมาก

17-10-2009 ไข้หวัด2009 ยังไม่หยุดอาละวาด ที่อเมริกา มีการติดตามกันใกล้ชิดดี   ที่เม็กซิโก   ก็มีประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 หลังจากมีรายงานคณะแพทย์จากประเทศในแถบซีกโลกใต้เส้นศูนย์สูตรว่า ขณะนี้ห้องคนไข้ฉุกเฉินตามโรงพยาบาลต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องไอซียูต่าง ล้นหลามไปด้วยผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009ขั้นรุนแรง  และในจำนวนนี้ร้อยละ30ติดเชือแบคทีเรียซ้ำเข้าไปด้วย

และเชื่อว่า ช่วงเวลาที่โรคไข้หวัดประจำฤดูกาลจะเกิดขึ้น คนป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009จะเพิ่มขึ้น
โรคนี้ทำให้เกิดโรคปอดบวมรุนแรงและเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตกว่าไข้หวัดธรรมดาหลายเท่า

เรื่องวัคซีนไข้หวัด 2009 มักมีปัญหาทุกที่ ไม่ใช่แต่ที่ประเทศเรา

ATLANTA, Georgia (CNN) -- As more people are getting sick from the H1N1 flu virus, the Centers for Disease Control and Prevention is reporting that the production of the H1N1 vaccine is slower than expected.The CDC had hoped that about 40 million doses of H1N1, or swine flu, vaccine would be available by the end of October

วันนี้ ญี่ปุ่นได้เริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ประมาณ 1 ล้านคนแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนการป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการจัดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นอันดับแรก เนื่องจากบุคลากรในกลุ่มนี้จะต้องสัมผัสกับผู้ป่วยเป็นด่านแรก ต่อด้วยหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวในเดือนพ.ย.เป็นต้นไป
รัฐบาลญี่ปุ่นจะเริ่มทำการสำรวจผลข้างเคียงของวัคซีนป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศด้วย
เพื่อยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนดังกล่าว มากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดอาการบวมและมีรอยแดงที่บริเวณที่ได้รับการฉีดยาแต่ไม่ เกิดผลข้างเคียงรุนแรง จะมีการติดตามอาการของผู้ที่ได้รับวัคซีนและจัดทำเป็นรายงานนำเสนอในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนศกนี้

ข่าวนี้ ตรงข้ามกับญี่ปุ่น  26-10-2009 ชาวจีนกลับ ยังไม่วางใจ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009  ไม่ทราบว่าจะมีอาการแทรกซ้อนอย่างไรบ้าง อาจจะยังไม่รีบไปฉีด ตอนนี้ มีคนไม่ยอมไปฉีดกันพอควรในหลายประเทศ
Most Chinese  refuse flu shot เหตุผลคือ...The vaccine has been developed and administered so quickly that I couldn't help questioning its quality and reliability,' the paper quoted 36-year-old Zhang Lin, who refused the shot for her eight-year-old son, as saying.

28-10-2552 ตามข่าวดู เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยได้ขยายตัว ไปทุกจังหวัดแล้ว
วันนี้ จะไปพบเพื่อนคนหนึ่ง เขาบอกว่า อย่ามา เขากำลังเป็นไข้หวัดชนิดนี้อยู่คาดว่าในช่วง 3-4 เดือนจากนี้ไปซึ่งเป็นฤดูหนาว เป็นฤดูที่พบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล อาจเกิดการระบาดระลอกใหม่ได้

แม้แต่โรคไข้หวัดนก แม้จะไม่พบผู้ป่วยมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่กรมปศุสัตว์ยังมีรายงานสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ 11 จุดใน 5 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง เชียงราย ศรีสะเกษ พิษณุโลก และตาก
อยากรณณรงค์ให้ทุกท่าน ระวังรักษาสุขภาพด้วยค่ะ

02-11-2552 มีข่าวเรื่องวัคซีน..สำนักข่าวเกียวโด
ญี่ปุ่นได้เริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆในพื้นที่ต่างๆแล้ว โดยเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์และผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังตาม สถาบันการแพทย์ในวันนี้

การฉีดวัคซีนของประเทศญี่ปุ่นแก่กลุ่มประชาชนที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องการ วัคซีนเป็นอันดับ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วใน 17 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เหลือ คาดว่าจะมีการฉีดวัคซีนในช่วงกลางเดือนพ.ย. ภายใต้เป้าหมายในการฉีดวัคซีน 6 ล้านคนจาก 9 ล้านคนที่มีอาการป่วยเรื้อรัง และผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์จำนวน 1 ล้านคน หลังจากที่ได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นกลุ่ม แรกเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่หลายจังหวัดจะเริ่มให้วัคซีนแก่หญิงตั้งครรภ์ในวันที่ 16 พ.ย.52 เนื่องจากวัคซีนที่มีความปลอดภัยมากขึ้นจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในช่วงดังกล่าว ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 3 ล้านคนที่เหลือ คาดว่าจะได้รับวัคซีนในช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้

ข้อมูลจาก Gallup Poll ที่่ไปเก็บมา มีข้อมูลที่น่าสนใจดังปรากฏอยู่ข้างล่างนี้ คือCold and Flu มักจะผันแปรไปตามอายุ เพศ เชื้อชาติและสถานภาพของคนด้วย เช่น ในเรื่องของเชื้อชาติ คนเชื้อชาติสเปนหรืออเมริกาใต้มักจะติดเชื้อได้ง่ายกว่า จากข้อมูลในครึ่งปีแรกของปี 2009 คนเชื้อชาติดังกล่าวป่วยเป็นไข้หวัดนี้ อย่างน้อย 50%มากกว่าพวกชาวตะวันตกผิวขาว พวกอัฟริกันและเอเซียน
เรื่องอายุ ก็เช่นกัน พวกที่อายุ 18-29 จะติดเชื้อไข้หวัดนี้มากกว่าคนที่อายุ 65 ขึ้นไป แต่พวกที่อายุ 65 ขึ้นไปมีความเสี่ยง ในด้านที่จะมีโรคแทรกซ้อน มีอาการหนักขนาดนอนโรงพยาบาล และอาจเสียชีวิตได้มากกว่าทุกวัย

SINGAPORE เริ่มมีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เมื่อวันอังคาร 3-11-2009 นี้แล้ว ให้แก่บุคคลากรทางการแพทย์ก่อน จะใช้เวลา 2 อาทิตย์กว่า ร่างกายจะผลิต antibodies ออกมา และรออีก 1 อาทิตย์กว่าจะมีภูมิคุ้มกันเต็มที่ สิงคโปร์ได้ H1N1 vaccine จาก  Australian pharmaceutical giant CSL เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.นี่เอง

ฮ่องกง 6 พ.ย. - ฮ่องกงสั่งซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 3 ล้านชุด เพื่อเตรียมพร้อมรับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในฤดูหนาวนี้

สำนัก สาธารณสุขฮ่องกง ระบุว่า ได้สั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ผู้ผลิตยาฝรั่งเศส ซึ่งจะส่งมอบวัคซีน 500,000 ชุดแรกให้ฮ่องกงในเดือน ธ.ค. ส่วนที่เหลืออีก 2.5 ล้านชุด จะไปถึงมือทางการฮ่องกงในเดือน ม.ค.ปีหน้า เพราะคาดว่า จะพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ระลอกใหม่ในฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ระบาดช่วงต้นปีหน้า

ในเดือนหน้าฮ่องกงจะ ให้วัคซีนฟรีแก่ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงราว 2 ล้านคน ที่สมัครใจจะรับวัคซีน อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ส่วนผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำกว่าสามารถรับวัคซีน โดยมีค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง แต่ทางการยังไม่ได้กำหนดราคาชัดเจน
เจ้าหน้าที่เผยว่า ปัจจุบันฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้ว 39 คน และติดเชื้ออีกราว 32,000 คน

ประเทศจีน เริ่มมีการฉีดวัคซีนแล้ว
All Beijingers to get H1N1 vaccination

Beijing is gearing up for an extended H1N1 vaccination program that will be open to everyone with a Beijing hukou.The roll-out will begin on Nov 16, health officials said on Friday.
The announcement means the capital is the first city in China with plans to inoculate all of its registered permanent residents, some 12 million people.

The 12 million is about 20 percent of China's target for total inoculations nationwide by the end of the year.

สวัสดี ครับ พี่ sasinad

มาส่งผ่านความระลึกถึงพี่ครับ

ด้วยความเคารพ

 

สวัสดีค่ะคุณ แสงแห่งความดี
ดีใจริงที่เข้ามาเยี่ยมค่ะช่วงนี้อากาศเย็นๆ ระวังเป็นหวัดนะคะ ประเทศเรา คงได้เริ่มฉีดวัคซีนกันต้นปีแล้ว ตอนนี้ หลายๆประเทศ เริ่มฉีดวัคซีนกันหลายประเทศแล้ว น่ายินดีที่มีข่าวจาก CDC ว่า การเกิดไข้หวัดนี้ น้อยลงแล้ว ตั้งแต่มีการฉีดวัคซีน: H1N1 cases decrease as vaccine availability increases. Some parts of the country are seeing a small decline in flu cases, other areas, including Maine and Hawaii, have seen a bit of a surge. ยกเว้นที่รัฐเมนน์ กับฮาวายค่ะ

 CDC: H1N1 cases decrease as vaccine availability increase.

Health officials on Friday 20-11-2009  reported a slight decrease in H1N1 flu activity nationwide.
The Centers for Disease Control and Prevention said 43 states now have widespread flu activity, compared with 46 states last week and 48 states at the beginning of November.

ที่แคนาดา วัคซีนเริ่มมีปัญหาบ้างแล้ว
GENEVA -- An unusual number of severe allergic reactions to swine flu vaccinations have been recorded in Canada
, where a batch of the vaccine from GlaxoSmithKline has been recalled, the WHO said on Tuesday.

แคนาดา เรียกคืนวัคซีนล็อตที่ส่งไปเมื่อ18-11-2552 จาก GlaxoSmithKline มีถึง72,000โดซ เพราะจะทำให้คนเป็นโรคภูมิแพ้อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ Canadian Health officials said 6 people have gotten sick.

สำหรับประเทศเรา ทางกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคติดต่อ ก็กำลังตามเรื่องว่า การผลิตและทดลองวัคซีน ไปถึงไหนแล้ว แต่เท่าที่ทราบมา สัตว์ที่ฉีดทดลองไป บางตัวตายไป เขาก็เลยต้องทดลองให้นานๆ ให้แน่ใจ
ส่วนในประเทศเรา ก็ยังมีการดูแลระวัง ไม่ให้เกิดการระบาด ไข้หวัด 2009 อีกเป็นระลอกสอง

ข่าวดี....25-11-2552 มีการประชุมคณะกรรมการโครงการให้วัคซีน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 ให้เร่งสำรวจกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนว่าแต่ละจังหวัดมีจำนวนเท่าไร เพื่อส่งตัวเลขที่แท้จริงให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่จะมาถึงในปลายเดือนธันวาคมนี้
โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงได้กลางเดือนมกราคม 2553 สำหรับกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ 2009 ประกอบด้วย 1.บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล
2. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์อายุ 3 เดือนขึ้นไป

3.กลุ่มคนอ้วนที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม

4. กลุ่มผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตนเองไม่ได้

และ 5.กลุ่มมีผู้โรคประจำตัว หัวใจ ปอด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ความคืบหน้าเรื่องวัคซีนของไทย
นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ไทยผลิตเองว่า หลังต้องประสบปัญหาความไม่เสถียรของวัคซีน ทำให้ต้องเลื่อนการทดลองในคนไปถึง 3 เดือน
ขณะนี้ทุกอย่างมีความพร้อม ร้อยละ 99.9 ทั้งเรื่องของความเสถียรของวัคซีน ความปลอดภัยจากการปนเปื้อนของเชื้อ โดยในวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคมนี้ เตรียมเดินหน้าทดลองวัคซีนในคน กลุ่มแรก 24 คน ที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล แบ่งเป็นช่วงเช้าฉีดให้กับกลุ่มอาสาสมัครทดลองวัคซีน 12 คน จำนวนปริมาณวัคซีนที่ได้รับต่อคน 6 -6.5 ล็อก
และช่วงบ่ายฉีดวัคซีนในคน คนละ 7-7.5 ล็อก จากนั้นกลุ่มอาสาสมัครทั้งหมดจะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลของคณะเวชศาสตร์เขต ร้อน อีก 1 สัปดาห์ จนกว่าจะมั่นใจไม่มีอาการข้างเคียง ทั้งการปวดศีรษะ อาเจียน โดยจะมีการตรวจถึงขั้นการเจาะว่าอาสาสมัครได้รับผลกระทบจากวัคซีนหรือไม่
ทั้งนี้ การทดลองจะเป็นในลักษณะการฉีดพ่นวัคซีนเข้าทางรูจมูก และเมื่อฉีดพ่นจนครบ 2 ครั้ง และติดตาม จึงจะเริ่มการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครขนาดใหญ่ จำนวน 400 คน และทำการประเมินผล

ส่วนเรื่องของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่มีการสั่งซื้อจากต่างประเทศนั้น นายแพทย์วิชัย กล่าวว่า วัคซีนทั้งหมดจะมาถึงประเทศไทยในสัปดาห์หน้า และจะนำเก็บเข้าที่องค์การเภสัชกรรม เพื่อรับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมอบให้กระทรวงสาธารณสุข กระจายวัคซีนเพื่อฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงต่อไป

11-08-2010  นางมาร์กาเรต ชาน ผู้อำนวยการองค์การ อนามัยโลก(WHO)เปิดเผยว่า ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมาธิการฉุกเฉินของ WHO ที่ระบุว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ยุติลงแล้ว ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ในระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอีกต่อไป
นางชานเปิดเผยอีกว่า ภาวะการณ์ในขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงหลังการแพร่ระบาดและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกกำลังกลับคืนสู่ภาวะของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจะลดลงอย่างมาก แต่นางชานเตือนว่า ประเทศต่างๆ ควรจะเฝ้าระวังการติดเชื้อและการกลายพันธุ์ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของ วัคซีนและยาต้านไวรัส
ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ไปทั่วโลกเมื่อเดือนเม.ย.52 มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 18,449 คน

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี